
21ธ.ค.ดีเดย์ย้ายผู้ต้องหาคดีการเมือง
ปคอป.เตรียมย้ายผู้ต้องหาคดีการเมือง ไปร.ร.พลตำรวจบางเขน 21ธ.ค.นี้ พร้อมตั้งอนุกรรม3 ชุด เยียวยาอาญา - แพ่ง -ประชาสัมพันธ์และการพิจารณาข้อกล่าวหา เหมาะสมหรือไม่ โฆษกพท.ปูดอำนาจเก่าจ้องป่วนช่วงปีใหม่
8ธ.ค.2554 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(ปคอป.) แถลงข่าวหลังเรียกประชุมคณะกรรมการฯว่า การประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานสำคัญหลายหน่วย เช่น กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรมราชทัณฑ์ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งกระทรวงยุติธรรมมี 3 หน่วยงานหลักในการดำเนินการเรื่องนี้ คิดว่างานด้านนี้ของรัฐบาลซึ่งเป็นนโยบายสำคัญอย่างหนึ่งจะผ่านไปด้วยดีจากความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ โฆษกปคอป. ว่า หน้าที่หลักของคณะกรรมการชุดนี้ คือนำมาตรการหรือข้อเสนอของคอป.มาดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยมีหน่วยงานรัฐบาลหลายส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่จะนำไปดำเนินการได้ซึ่งคณะกรรมการได้ประชุมครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมาและครม.มีมติรับทราบการดำเนินงานของคณะกรรมการปคอป.แล้ว ซึ่งแผนงานจะมุ่งไปใน 3 มิติ คือ มาตรการเยียวยาทางอาญาซึ่งจะเกี่ยวข้องกับคดีการเมือง ซึ่งจะรวมถึงคดีหมิ่นสถาบันด้วย จากนั้นจะมีกระบวนการเยียวยาด้านแพ่ง และจะหามาตรการที่เหมาะสมที่จะเยียวยาในลักษณะอื่นๆ จากนั้นจะเป็นมาตรการสื่อสารกับสังคมเพื่อให้เข้าใจกระบวนการปรองดองที่จะเกิดขึ้น
เรื่องสำคัญในการประชุมคือปคอป.ได้ประสานกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อที่จะสรุปสถานะคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองว่าขณะนี้อยู่ที่ไหนอย่างไรแล้วส่วนต่อไปที่จะต้องทำคืออนุกรรมการที่จะมีการแต่งตั้งขึ้นซึ่งจะเกี่ยวข้องกับอาญาและเรื่องแพ่ง จะจารณาต่อไปว่าจะทำอย่างไร เบื้องต้นมีมาตรการสำคัญเยียวยาทางอาญาที่จะออกมาแล้วคือมีผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมืองจำนวน 101 คนเข้าใจว่าจากการพระราชทานอภัยโทษจะลดลงประมาณ 20 คนส่วนที่เหลือจะมีการย้ายโดยกรมราชฑัณฑ์ไปไว้ที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนซึ่งน่าจะทำได้ภายในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ส่วนมาตรการอื่นๆ ตามที่ คอป.เสนอมา จะมีคณะอนุกรรมการพิจารณาเพิ่มเติมเช่น จะมีการปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวได้มากกว่านี้หรือไม่ ด้วยวิธีอย่างไร จะมีการพิจารณาเรื่องการตั้งข้อหาและการดำเนินการคดีกับคดีที่ยังไม่สิ้นสุดในระยะต่อไป จะทำอย่างไร จะชะลอจนกว่ามีมาตรการเหมาะสมทางด้านอาญาหรือมีข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้หรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนในการตั้งคณะอนุกรรมการฯ และใช้เวลาอีกระยะในการหามาตรการที่เหมาะสมและเสนอต่อปคอป.และนายกฯต่อไป
นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะรองโฆษกปคอป.กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ที่ประชุมได้มอบหมายประธานเป็นผู้กำหนดบุคคลที่จะมาเป็นอนุกรรมการ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 คณะ 1.อนุกรรมการด้านการเยียวยาโดยใช้มาตรฐานสากลมาดูว่าคดีความผิดทางการเมืองไม่น่าจะเป็นโทษทางอาญาหรือไม่ การพิจารณาต้องดูเรื่องเหล่านี้ด้วย 2.คณะอนุกรรมการเยียวยาทางแพ่ง ก็จะนำมาตรฐานสากลมาใช้เช่นกันเพื่อดูความสมเหตุสมผลของคดี เนื้อของคดี การกล่าวหาต่าง ๆ ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ 3. อนุกรรมการด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อต้องการให้ประชาชนในประเทศรับทราบถึงการดำเนินการต่าง ๆ ปรัชญาการดำเนินคดีทางการเมืองเป็นอย่างไรบ้าง และระดับสากลทำอย่างไรที่จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้การดำเนินการต่าง ๆ ของเราเป็นที่เฝ้ามองของต่างประเทศ โดยนายธานี ทองภักดีอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้นำผลการประชุมต่าง ๆ ชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศเนื่องจากมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศและชาวต่างชาติเสียชีวิตด้วยในคดีที่เกี่ยวข้อง
นายธานี กล่าวว่า จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้นำผลประชุมและมติครม.ทำเอกสารเผยแพร่ภาษาอังกฤษส่งไปยังสถานเอกอัครราชทูตและกงสุลไทยทั่วโลกแล้วและขึ้นเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ และเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรีด้วยเพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ และต่างประเทศได้ติดตามเรื่องการปรองดองและการดำเนินการของคณะกรรมการอย่างใกล้ชิดซึ่งในการพบปะกับผู้นำต่างประเทศต่างๆ มักจะสอบถามเรื่องนี้และสนับสนุนกระบวนการปรองดองและพร้อมให้การสนับสนุนทางวิชาการกับฝ่ายไทยด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าในเรื่องของรูปคดีมีบทสรุปแล้วหรือไม่และเรื่องข้อกล่าวหาบางเรื่องมีการตั้งข้อกล่าวเกินกว่าเหตุมีการดูแลเรื่องนี้อย่างไรบ้างนายวีระวงศ์ กล่าวว่า ในขณะนี้จากข้อมูลกองงานที่เกี่ยวข้องได้เชิญสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้มีการลงในรายละเอียดของข้อกล่าวหา เพราะความจำเป็นเร่งด่วนขณะนี้เป็นเรื่องของผู้ที่ถูกคุมขังมราตอนนี้มี 101 คนที่เราต้องหามาตรการเข้าไปดูแลเพื่อให้ย้ายออกมาที่โรงเรียนพลตำรวจ ซึ่งความหมายของ คอป.เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการเมืองเป็นคดีที่ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังรัฐประหารตั้งแต่วันที่19 ก.ย. 2549 ในมาตรการต่าง ๆ ที่คอป.จะดูแลจะต้องให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมในทุกภาคส่วนไม่ว่าจะอยู่สีไหนก็แล้วแต่ รวมถึงทหาร ข้าราชการที่เกี่ยวข้องจะได้รับการดูแลในแบบเดียวกัน
นายอเนก กล่าวต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องว่ามีอะไรบ้างซึ่งคดีที่เกิดก่อนปี 2549 ทางตำรวจก็กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนคดีที่เกิดหลังปี 2549 ตำรวจได้เก็บข้อมูลเกือบจะแล้วเสร็จ ส่วนคดีที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2552-2553 กำลังดำเนินและจะแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ โดยอัยการสูงสุดได้รายงานประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องถึงประเด็นโทษว่ารุนแรงไปหรือไม่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าไปดูว่ามีคดีไหนบ้างที่มีสำนวนข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งอาจจะมีการพูดถึงเรื่องการชะลอการดำเนินคดีอาญาในเรื่องทางการเมือง ตามข้อเสนอของนายคณิต ณ นคร ประธานคอป.
เมื่อถามว่า เหตุผลในการย้ายผู้ต้องขังคดีทางการเมืองจากกรมราชฑัณฑ์ไปโรงเรียนพลตำรวจบางเขน หรือการพิจารณาคดีอาญาไม่ให้เป็นคดีอาญาเป็นอย่างไร นายวีระวงศ์ กล่าวว่าในแนวคิดที่เป็นสากล ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับประเทศเกิดแนวคิดทางอาญาและทางแพ่งขึ้น 2 ประการคือมาตรการทางอาญาตามปกติที่มาตามประมวลกฎหมายหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อาจจะไม่เหมาะสมสาเหตุเป็นเพราะมูลเหตุจูงใจด้านการลงโทษอาญาปกติเป็นมูลเหตุลักษณะการเป็นผู้ร้ายแต่เมื่อไหร่ที่มีคดีมีการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นเริ่มมีมูลเหตุจูงใจที่ไม่ใช่มูลเหตุดังเดิมอันเป็นที่มาของกฎหมาย ผลต่าง ๆ จะนำมาใช้ได้อย่างไร และเพียงไร ซึ่งตอนนี้คำตอบยังไม่ทราบจนกว่าคณะกรรมการจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร
ส่วนมาตรการทางแพ่ง หมายความว่าในเรื่องที่เกิดขึ้น คือผู้ที่กระทำและผู้ที่ถูกกระทำจำเป็นต้องมาพิจารณาว่าผู้ถูกกระทำจะได้รับการเยียวยาอย่างไร ซึ่งในมาตรการสากลที่เคยใช้และประสบความสำเร็จมาแล้วเกิดความคิดขึ้นว่าวิธีการเยียวยาทางแพ่งที่อยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่องเยียวยาความเสียหายก็อาจจะไม่เหมาะสมโดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนจำเป็นต้องมีคณะอนุกรรมการเพื่อมาศึกษาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบเพื่อเอาแนวคิดที่ประสบความสำเร็จในที่อื่น ๆ มาใช้ในประเทศไทย
เมื่อถามว่า ตัวเลขผู้ที่ถูกคุมขังทั้งก่อนปฎิวัติและหลังน่าจะมีจำนวนมากกว่า 101 คน นายวีระวงศ์ กล่าวว่าบางส่วนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ได้รับการประกันตัวเพราะฉะนั้นในขณะนี้คือผู้ที่ลงคดีถึงที่สุดแล้วหรือว่าด้วยเหตุใดที่ไม่ได้รับการประกันตัวก็ถูกคุมขังอยู่อย่างนั้น
โฆษกพท.ปูดอำนาจเก่าจ้องป่วนช่วงปีใหม่
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องใส่กระเป๋าไปวางที่เกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง ใกล้กองสลากฯ ว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ สร้างความวุ่นวายหลังน้ำลดเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล เรื่องนี้โยงไปยังกลุ่มคนมีสีนอกแถว เพราะประชาชนทั่วไปไม่สามารถลงมือทำอย่างนี้ได้ ไม่มีใครกล้าหาญไปวางระเบิดใจกลางเมืองหลวง อยากให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ เข้มงวดในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ด้วย เพราะทราบว่าจะมีการสร้างสถานการณ์อีกเรื่อยๆ จากกลุ่มอำนาจเก่าที่เสียประโยชน์ อกหัก ผิดหวัง และคิดป่วนรัฐบาลตลอดเวลา โดยไม่คิดถึงความเดือดร้อนของประชาชน และภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งนี้ขอประณามคนเหล่านี้ที่จ้องล้มรัฐบาล โดยไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ทำทุกวิถีทางเพื่อดิสเครดิต และลดความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลังปีใหม่ไปแล้วอาจจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่จากขบวนการเดิมๆ อีก



