
'ปชป.'โต้กรณีแจกถุงยังชีพก.พลังงาน
'ปชป.' โต้กลับ กรณีถุงยังชีพกระทรวงพลังงาน จวก 'พิชัย' เด็กเลี้ยงแกะ เชื่อ มีกดดันกระบวนการยุติธรรม ก่อนออก พรบ.นิรโทษกรรม 'หมอวรงค์' ยันไม่เคยบีบผู้ว่าฯพิษณุโลก โชว์หนังสือก.พลังงานอนุมัติถุงยังชีพ 500 ถุง แจกชาวบ้าน
8 ธ.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวหลังการประชุมครม.เงา ว่า กรณีเรื่องการแจกถุงยังชีพหมดอายุที่จ.นนทบุรี แม้ว่าทางรัฐบาลได้ชี้แจงแล้ว แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่ดังกล่าวเข้าติดตามตรวจสอบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หากินบนความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำฉับว่าเรื่องอย่างนี้ต้องทำความกระจ่างให้เกิดขึ้นกับสังคม
นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธ์ รมว.พลังงานมีการกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ในสภาการแจกถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานที่จ.พิษณุโลก ว่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ได้นำเอกสารออกมาชี้แจงว่าทางพลังงานจังหวัดได้รายงานไปยังปลัดกระทรวงพลังงานก่อนวันที่มีการอภิปรายไม่วางใจด้วยซ้ำไปว่าถุงยังชีพดังกล่าวว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
เพราะฉะนั้นเรื่องดังกล่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทางหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ฝากให้ติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องนี้เท่ากับว่ารมว.พลังงานโกหกในสภาฯ เป็นกล่าวเท็จอย่างชัดเจนที่กล่าวว่ากระทรวงพลังงานมีแผนจะแจกถุงยังชีพ เพราะข้อเท็จจริงท่านทิ้งถุงยังชีพไว้จนเกือบหมดอายุ และยังกล่าวว่านพ.วรงค์ไปบีบบังคับผู้ว่าราชการจ.พิษณุโลก ซึ่งข้อเท็จจริงมีการประสานงานไปยังหน่วยงานราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องและมีหนังสือออกชัดเจน ทั้งนี้ทางพรรคปชป.ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดำเนินการ เพราะอาจจะเข้าข่ายผิดศีลธรรมและจริยธรรม เพราะนายพิชัยเป็นถึงรมว.พลังงานแต่กลับโกหกในสภาฯ
'ปชป.'เชื่อมีกดดันกระบวนการยุติธรรมก่อนออกพ.ร.บ.นิรโทษ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวว่า ขณะนี้ดูเหมือนมีความพยายามในการมีขบวนการกดดันกระบวนการยุติธรรม หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี อดีตรองนายกฯ ที่จะไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตรวจกับกรณีการเกิดเหตุเดือน เม.ย - พ.ค. 53 โดยเชื่อว่าจะมีกดดันกับทุกฝ่ายที่เข้าสู่กระบวนการให้ทุกฝ่ายตกเป็นผู้ต้องหา ได้รับผลกระทบและได้รับโทษเท่าเทียมกันก่อนนำไปสู่กระบวนการพิจารณาออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้กับทุกคน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เองก็มีความชัดเจน ขอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผลออกมาอย่างไรพวกเรายินดีรับ แต่ไม่ขอยอมรับการกดดันศาลหรือกระบวนการยุติธรรมอื่น ๆ ที่ให้ทุกฝ่ายต้องเป็นผู้ต้องหา แล้วใช้พ.ร.บ.นิรโทษกรรมม เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคน ๆ หนึ่ง
นอกจากนี้ยังมีในเรื่องคุกการเมือง ที่ในวันที่ 21 ธ.ค. จะมีการย้ายผู้ต้องขัง 32 คน ไปยังคุกการเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาระบุให้ชัดเจน ว่าใครบ้างที่มีสิทธิที่จะย้ายไปอยู่ที่คุกการเมือง เพราะไม่เห็นด้วยที่จะมีผู้ต้องหาในคดีอาญา ในคดีการใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธสงครามในการทำลายล้าง ดังนั้นอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาให้ความชัดเจนว่า คำว่าโทษการเมืองที่มีสิทธิที่จะย้ายไปอยู่ที่คุกการเมืองที่บางเขน มีการวางหลักเกณฑ์อย่างไร
'หมอวรงค์'ยันไม่เคยบีบ'ผู้ว่าฯพิษณุโลก'ขอถุงยังชีพ
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสมาชิกสภาพความเป็น ส.ส. ว่า ส.ส.ทุกคนทราบดีว่าการโทรศัพท์คุยกับผู้ว่าฯนั้นเป็นเรื่องปกติ เพื่อประสานงานแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่ยืนยันว่ากรณีดังนี้ไม่ได้มีลักษณะบีบบังคับตามที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหา
ทั้งนี้ เมื่อตอนที่ตนลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ได้ไปเยี่ยมประชาชนแล้วพบว่าประชาชนมีความต้องการถุงยังชีพในช่วงน้ำท่วม จึงได้ประสานไปยังผู้ว่าฯและทราบว่ามีถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานเหลือจำนวน 500 ถุงที่ฝากไว้ที่กองทัพภาคที่ 3 จึงได้นำถุงยังชีพจำนวนดังกล่าวไปแจกจ่ายให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม ระหว่างการประสานงานนั้นก็ไม่เห็นผู้ว่าฯจะแสดงท่าทีอึดอัดอย่างไร ในทางกลับกันผู้ว่าฯยังได้แจ้งด้วยว่าต้องการเอาข้าวสารไปแจกด้วยหรือไม่ แต่ขณะนั้นได้ปฏิเสธไปเพราะประชาชนต้องการถุงยังชีพมากกว่า
น.พ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ตนมีหลักฐานเป็นหนังสือของศูนย์ประสานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กระทรวงพลังงาน ลงวันที่ 22 พ.ย.2554 แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กระทำอย่างที่ถูกกล่าวหา โดยในหนังสือยังระบุในข้อ 2.5 ด้วยว่า ผู้ว่าฯได้อนุญาตให้นำถุงยังชีพจำนวน 500 ถุงไปแแจกให้กับประชาชนตามที่ตนได้ประสานขอไปตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.2554 ทั้งนี้ เมื่อมีหลักฐานแบบนี้แล้วจึงไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ว่าฯพิษณุโลกถึงออกมาทำหนังสือถึงรัฐบาลว่ารู้สึกอึดอัด ทั้งๆ ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าไม่ได้ถูกบีบบังคับแต่อย่างใด ดังนั้น อยากให้ผู้ว่าฯพิษณุโลกออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนด้วย



