ข่าว

'ปชป.'ฉะ'สุนัย'ใช้ตำแหน่งฟ้องศาลโลก

'ปชป.'ฉะ'สุนัย'ใช้ตำแหน่งฟ้องศาลโลก

08 ธ.ค. 2554

'บุรณัชย์' ฉะ 'สุนัย' ใช้ตำแหน่งประธานกมธ.ต่างประเทศ แอบอ้างฟ้องศาลโลก 91 ศพ โดยมิชอบ แฉมีพิรุธ หนีไปประชุมกระทรวงต่างประเทศหลังเป็นข่าว

          8 ธ.ค.54 น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร์ กล่าวกรณี นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยในฐานะประธานกมธ. เตรียมเดินทางไปที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อยื่นฟ้องรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ จากกรณีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในช่วง มีนาคม-พฤษภาคม 2553 ว่า ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็พร้อมจะให้ความร่วมมือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่การที่นายสุนัยจะเดินไปศาลโลกก่อนที่จะมีการสอบสวนในประเด็นดังกล่าว เห็นได้ชัดว่ามีวาระแอบแฝงทางการเมือง เพราะข้อมูลหรือข้อเท็จจริงยังไม่ได้มีการสืบสวนจากกระบวนการยุติธรรมในขั้นต้นแต่อย่างใด ซ้ำยังเป็นการแอบอ้างว่า ดำเนินการในฐานะประธานกมธ.ต่างประเทศของสภาฯ ทั้งที่ไม่ได้ออกมาเป็นมติ ดังนั้นจึงสุ่มเสี่ยงที่มีข้อมูลเชื่อถือไมได้ และนำความเสื่อมเสียมาสู่ประเทศและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย

          น.พ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวยังไม่เคยนำเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุมกมธ.แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งคดี 13 ศพหรือ 91 ศพ ตามที่นายสุนัยกล่าวอ้าง เพราะฉะนั้นจึงมิชอบที่นายสุนัยจะเดินทางไปโดยแอบอ้างว่าดำเนินการในฐานะประธานกมธ.ต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อนายสุนัยกลับมาตนจะเสนอญัตติด่วนต่อกมธ.เพื่อพิจารณาเรื่องที่อยู่ในเวทีประชาคมนานาชาติ พร้อมกันนี้ก็อยากจะขอเรียกร้องให้มีการชี้แจงกรณีฆ่าตัดตอน ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรด้วย เพราะเป็นประเด็นที่เคยมีการรายงานต่อสหประชาชาติว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิต โดยการกระทำโดยพละการของเจ้าหน้าที่ของรัฐผ่านการสั่งการจากผู้กำหนดนโยบายในขณะนั้น ซึ่งอาจจะเข้าข่ายละเมิดข้อตกลงว่าด้วยสิทธิมนุษยชนตามที่ประเทศไทย ได้ลงนามร่วมกันในปฏิญญาสากลเมื่อปี 2491 ในมาตรา 1

          น.พ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการจะทำหนังสือแย้งต่อกรณีนี้นั้น คงต้องรอนายสุนัยกลับมาก่อน เพราะการเดินทางไปนั้นก็ไม่ได้นำเจ้าหน้าที่กมธ.ไปด้วยแต่นำไปเฉพาะทีมงานฝ่ายต่างประเทศของพรรคเพื่อไทยไป ซึ่งกมธ.การต่างประเทศจะสอบถามไปยังศาลโลกโดยตรงว่า การชี้แจงในเรื่องดังกล่าวมีเรื่องใดที่เป็นข้อเท็จจริง และเรื่องนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ทันทีที่ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แต่เมื่อถูกทักท้วงว่าไม่เหมาะสม การประชุมกมธ.การต่างประเทศครั้งต่อมากลับไปประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ และได้นำเรื่องดังกล่าวไปพูดคุยกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมต.ต่างประเทศ โดย ไม่มีการประชุมกมธ.ตามปกติ ทั้งนี้โดยหลักแล้วผู้ที่มีตำแหน่งประธานกมธ.จะดำเนินการใดนั้น ถ้าจะใช้ชื่อกมธ.คนอื่นๆก็มีสิทธิ์ที่จะรับทราบ แต่เรื่องนี้ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่จนถึงวันนี้ก็ทราบว่า ไม่เคยนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชมกมธ.แม้แต่ครั้งเดียว ก็ต้องถามนายสุนัยว่าแอบอ้างหรือไม่