
มาสด้าสวนกระแสยอดขายพุ่งสูงสุด
อุตฯ ยันค่ารถยนต์ยังไม่กระทบถึงขั้นปิดกิจการ ระบุรัฐพร้อมให้การช่วยเหลือฝึกอบรมแรงงานชะลอเลิกจ้าง ดันแบงก์ปล่อยกู้ ด้านมาสด้าสวนกระแสยอดขาย เม.ย.พุ่งสูงสุด 51.6%
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวยืนยันว่า จนถึงขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย แม้จะรับผลกระทบจากคำสั่งซื้อและยอดขายที่ลดลง แต่ก็ยังไม่มีรายใดปิดกิจการลง จะมีบ้างเพียงการหยุดการผลิตในบางช่วงเวลา เพื่อให้ยอดการผลิตสอดคล้องกับยอดขาย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีมาตรการช่วยเหลือฝึกอบรมทักษะแรงงาน เพื่อชะลอการเลิกจ้างและให้มีความพร้อมเมื่อเศรษฐกิจฟื้น
ส่วนกรณีของเจอเนอรัล มอเตอร์ ประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังประกอบการตามปกติ ไม่ได้ประสบปัญหา แต่ได้ขอความช่วยเหลือมายังกระทรวงอุตสาหกรรมในการระดมทุน เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซลแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรื่องการขอแหล่งเงินกู้ในประเทศเพื่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ส่วนมาตรการกระตุ้นยอดขายรถในประเทศ ได้เคยเสนอให้ผู้ประกอบการลดราคารถยนต์ลง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ
"กระทรวงอุตฯ ได้ร่วมมือกับกระทรวงการคลังสั่งให้ธนาคารของรัฐคือ เอสเอ็มอีแบงก์ ธสน. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ช่วยเหลือเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการดอกเบี้ยต่ำ 5% ต่อปีแล้ว ขณะที่กลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอลก็มีมาตรการผ่อนปรนช่วยเหลือ หากผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ก็จะไม่มีปัญหาอีกต่อไป" นายชาญชัย กล่าว
นายจอห์น เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ว่า มียอดขายทั้งสิ้น 1,122 คัน พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 51.6% โดยเฉพาะรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า 3 สามารถทำลายสถิติสูงสุดอีกครั้ง ด้วยยอดขายรวม 574 คัน ซึ่งสูงกว่าสถิติสูงสุดที่เคยทำได้ในเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวน 542 คัน และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 53% ส่วนยอดขายของรถสปอร์ตปิกอัพมาสด้า บีที-50 อยู่ที่ 542 คัน เพิ่มขึ้น 25% และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ส่วนยอดขายของสปอร์ตโรดสเตอร์ New MX-5 รุ่นฉลองครบรอบ 20 ปี มียอดการจำหน่ายสูงถึง 15 คัน โดยหากรวม 4 เดือนแรกของปีนี้ มาสด้ามียอดขายแล้ว 3,219 คัน แบ่งออกเป็นรถสปอร์ตปิกอัพมาสด้า บีที-50 จำนวน1,733 คัน รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า 3 ซึ่งยังคงเติบโตสวนกระแสอยู่เพียงเจ้าเดียว จำนวน 1,471 คัน



