
นายกรัฐมนตรีเนปาลไขก๊อก /หลังปธน.ล้มล้างคำสั่งปลดผบ.ทบ.
กาฐมาณฑุ-รัฐบาลเหมาอิสต์อายุ 8 เดือนล่ม นายกฯ ประกาศลาออก หลังงัดข้อกับประธานาธิบดีที่ล้มล้างคำสั่งปลด ผบ.ทบ.ของตนเอง
นายประจันทรา นายกรัฐมนตรีเนปาล ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ภายหลังจาก
ประธานาธิบดีราม บารัน ยาเดฟ ออกคำสั่งให้นายพลรุกมานกุด คาทาวัล ผู้บัญชาการกองทัพบก ดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งเท่ากับเป็นการล้มล้างคำสั่งของนายประจันทราที่เพิ่งสั่งปลด ผบ.ทบ.คนนี้แบบสายฟ้าแลบไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในข้อหาไม่ยอมทำตามคำสั่งของรัฐบาล ทำให้รัฐบาลที่มีอายุเพียง 8 เดือน ต้องพังทลายลง
"ผมได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยและสันติภาพ" นายประจันทราแถลงทางโทรทัศน์ที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ พร้อมโจมตีการกระทำของประธานาธิบดียาเดฟว่าเป็นการทำร้ายประชาธิปไตยที่เพิ่งเกิดใหม่ของเนปาล รวมถึงกระบวนการสันติภาพ ทั้งยังเป็นการตัดสินใจที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นประชาธิปไตย
การลาออกของนายประจันทรามีขึ้นหลังจากที่ได้เรียกประชุมแกนนำพรรคเหมาอิสต์เป็นการฉุกเฉินเพื่อหารือกันว่าจะตอบโต้การกระทำของประธานาธิบดียาเดฟอย่างไรดี ขณะที่นายกฤษณะ บาฮาดูร์ มาหารา รัฐมนตรีสื่อสารและคมนาคมซึ่งเป็นโฆษกของเหมาอิสต์ด้วย กล่าวว่า การกระทำของประธานาธิบดียาเดฟละเมิดขนบประชาธิปไตย เพราะอำนาจในการปลดและแต่งตั้ง ผบ.ทบ.นั้นเป็นของรัฐบาล ไม่ใช่ประธานาธิบดี
ทั้งนี้รัฐบาลเหมาอิสต์ได้สั่งปลดนายพลรุกมานกุด ฐานไม่ยอมทำตามคำสั่งให้รับนักรบของอดีตกลุ่มกบฏเหมาอิสต์เข้ามาเป็นทหารในกองทัพตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแผนสันติภาพปี 2549 ซึ่งมีขึ้นภายหลังจากที่กลุ่มเหมาอิสต์ยอมวางอาวุธ ยุติสงครามกลางเมืองนองเลือดที่ดำเนินมานับสิบปีแล้วลงสมัครผู้แทนจนได้รับการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นเมื่อปีที่แล้วและได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีรามซึ่งมาจากพรรคเนปาลี คองเกรส พรรคฝ่ายค้านที่สำคัญของเนปาล กลับเขียนจดหมายถึง ผบ.ทบ. มีใจความว่า "ในฐานะผู้นำประเทศและผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพเนปาล ผมขอสั่งให้คุณทำหน้าที่ต่อไป" ทั้งยังกล่าวด้วยว่า ความพยายามปลดนายพลรุกมานกุดของนายกฯ เหมาอิสต์นั้นไม่เป็นไปตามกระบวนการทางรัฐธรรมนูญ
ความขัดแย้งในครั้งนี้ส่งผลให้เกิดความวิตกว่าจะเกิดเหตุรุนแรงตามมา ล่าสุดนายเนวิน กีมีร์ เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระวังพร้อมสูงสุดเพราะได้ข่าวว่ามีคนหลายพันคนวางแผนจะออกมาประท้วง โดยจะมีการเคลื่อนกำลังเจ้าหน้าที่ไปทั่วกรุงกาฐมาณฑุ นครหลวง และมีการส่งตำรวจต่อต้านจลาจลไปอารักขาพื้นที่สำคัญ และออกลาดตระเวนตามถนนสายต่างๆ ในเมืองหลวง



