
'สุเทพ'ลั่นพร้อมให้ปากคำ'บช.น.'8ธ.ค.
'สุเทพ' ลั่นพร้อมให้ปากคำ 'บช.น.' พรุ่งนี้ เผยเชื่อมั่น 'กระบวนการยุติธรรม-ศาลไทย' ยันเปิดโรงครัวช่วยน้ำท่วมจนกว่าปชช.จะไม่ต้องการ จี้ รบ.เยียวยาน้ำท่วมตามจริง ซัด ศปภ.อย่าปิดหนีตามน้ำลด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.54 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า วันพฤหัสบดีที่ 8 ธ.ค. ได้เตรียมจะเดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 โดยวันนี้ตนก็จะเตรียมตัว เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับวันที่ 10 เม.ย. เพื่อนำไปประกอบการให้ปากคำ อย่างไรก็ตาม ไม่กังวล และไม่กลัวว่าจะถูกเช็คบิล เพราะเราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปกป้องบ้านเมืองรักษาความสงบเรียบร้อย แล้วไม่ต้องคิดเลยเถิดจะไปนิรโทษกรรมให้ตน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็พยายามจะยัดเยียดให้เรากลายเป็นผู้ต้องหา เพื่อเสนอกฎมายนิรโทษกรรมจะได้อ้างว่าทำเพื่อทุกฝ่าย ดังนั้น อย่าเพิ่งไปสรุปขอให้ดูกันไปก่อน เพราะเขาอาจจะมีเจตนาบริสุทธิ์ใจก็ได้ ซึ่งตนก็จะให้ความร่วมมือทุกขั้นตอน
"ผมจะไม่ยอมที่จะถูกนำไปอ้างเรื่องนิรโทษกรรม ผมจะพูดความจริง และไม่กลัวที่จะพูดความจริง ไม่ว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร แม้ว่าจะมีเสียงน้อยก็จะพูดความจริง เพราะผมเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 52 และ 53 ประชาชนทั้งประเทศได้เห็นชัดเจนว่าใครผิด ใครถูก ผมเป็นผู้รักษากฎหมายจะถูกยัดเยียดความผิดให้ก็ต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าไม่หนีออกนอกประเทศ และพร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม"
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่ออำนาจเปลี่ยนคิดว่าความยุติธรรมจะเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่ อดีตรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนเชื่อในระบบยุติธรรมและศาลไทย ตนไม่กังวลใจ เพราะบุคคลนั้นมาชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็ไป แต่ระบบยังอยู่ ดังนั้น เราต้องเชื่อมั่นในเรื่องนี้ ประเทศเราถึงจะอยู่ได้ ซึ่งตนยังให้ความเคารพนับถือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย จะไม่รีบไปทึกทักว่าเขาทำเพื่อรับใช้นักการเมืองหรือไม่ แต่ตนจะร่วมมือกับเขา
ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ส่งนักสืบมา แล้วได้ส่งข้อสรุปให้กับทางรัฐบาลชุดนี้ โดยไม่ได้ให้ไว้กับรัฐบาลชุดที่แล้วนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เคยรับทราบเรื่องนี้มาก่อน และขอบอกว่าตนไม่เคยเชื่อถือคำพูด ร.ต.อ.เฉลิม และก็เชื่อว่าคนไทยจำนวนมากไม่เชื่อถือด้วย ดังนั้น ไม่หวั่นไหวอะไร
"ที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาระบุว่า ไม่มีชายชุดดำในการสลายการชุมนุมนั้น คิดว่า ร.ต.อ.เฉลิม อาจจะตาบอด และสมองไม่ดี ไม่รู้จะแปลว่าอะไร เพราะคนเขาเห็นกันทั้งประเทศ มีแต่ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ไม่เห็นอยู่คนเดียว ซึ่งถือเป็นความพยายามในการบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ตนแน่ใจว่าเขาคงทำไม่ได้ เพราะประชาชนเขาเห็นทั้งประเทศ มาเปลี่ยนจากขาวให้เป็นดำ จากดำให้เป็นขาวคงทำไม่ได้" อดีตรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวส่วนกรณีที่ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช. เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่คาดคิดได้อยู่แล้ว เพราะเมื่อฝ่ายเสื้อแดงชนะมาเป็นรัฐบาลก็ต้องมั่นใจว่า ถ้ามามอบตัวแล้วจะได้รับการเอื้อเฟื้อ เกื้อหนุน ช่วยเหลือ ส่วนรัฐบาลควรจะคิดอย่างไร ส่งสัญญาณอย่างไรให้ประชาชนสบายใจในสถานการณ์แบบนี้นั้น
"ผมคงแนะนำไม่ได้ เพราะกุนซือที่อยู่ข้างหลังรัฐบาลสำคัญมากกว่า ไม่เห็นหรือว่าเขาทะเลาะกันที่กระทรวงคมนาคมก็ต้องไปหาคนที่ต่างประเทศช่วยคลี่คลาย ผมคิดว่าการตัดสินใจต่าง ๆ ยังคงขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ (อดีตนายกรัฐมนตรี) เพียงคนเดียว หากเป็นอย่างนี้ต่อไปความปรองดองคงเกิดขึ้นได้ยาก เพราะเขาก็มีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องได้อำนาจ ทรัพย์สินคืน ตรงนี้จะเป็นปัญหา ล่าสุดที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยากจะกลับมาเป็นคนบริหารประเทศเองอีกครั้งนั้น ก็เข้าใจได้ เพราะสิ่งที่เขาทำมาตลอดเวลาเพื่อเป้าหมายอย่างนี้ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีโอกาสได้กลับมาบริหารประเทศอีกหรือไม่ ก็อยู่ที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะคิดอย่างไร ถ้าผมภาวนาก็อยากให้เขาเปลี่ยนความคิด บ้านเมืองจะได้สงบสุข แต่หากจะดึงดันต่อไปก็น่ากังวลใจ เพราะสิ่งที่เขาพยายามทำให้บรรลุเป้าหมายนั้น ทำร้ายจิตใจคนไทย ทำร้ายหลักการ โดยเฉพาะหลักการปกครอง หลักกฎหมายทำให้คนไทยไม่สบายใจ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดมีการตัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันพ่อออก รวมทั้งการลงภาพพระฉายาลักษณ์ในเฟสบุ๊คของนายกฯผิด จะส่งผลกระทบต่อคนไทยอย่างไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจเขาจริง ๆ ว่า ทำไมถึงทำอย่างนั้น แต่ก็ไม่อยากไปวิจารณ์ แต่กังวลว่าสิ่งที่รัฐบาลทำแบบมีลับลมคมใน ตั้งแต่เรื่องการทำร่าง พ.ร.ฎ. ขอพระราชทานอภัยโทษ มาจนถึงเรื่องเหล่านี้ทำให้คนไทยไม่สบายใจ และไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลที่ถูกไม่ไว้วางใจมาก ๆ เข้า มันก็ไม่ดี
เมื่อถามว่าจะนำไปสู่การเมืองบนถนนอีกครั้งหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนอยากให้เป็นการเมืองที่สู้กันในระบบมากกว่า
ยันเปิดโรงครัวช่วยจนกว่าปชช.จะไม่ต้องการ จี้รบ.ชดเชยตามจริง ซัด ศปภ.อย่าปิดหนี
นายสุเทพ กล่าวถึงการเปิด 'โรงครัวชาวใต้ - น้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม' ของพรคประชาธิปัตย์ว่า ปัจจุบันนี้ยังมีผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนในบางพื้นที่ โดยเฉลี่ยแล้วขณะนี้ทำอาหารเลี้ยงกว่า 10,000 กล่องส่งไปให้ ซึ่งเมื่อน้ำลดลง ประชาชนไม่จำเป็นต้องพึ่งเราแล้วก็จะปิดโรงครัว โดยตนจะประเมินสถานการณ์จนถึงวันที่ 10 ธ.ค. จากนั้นก็จะประเมินอีกครั้งในวันที่ 15 ธ.ค. เป็นช่วง ๆ ไป และตอนนี้เหลือโรงครัวอยู่ทั้งหมด 3 แห่งจากทั้งหมด 20 กว่าแห่ง ตรงไหนที่น้ำลดประชาชนช่วยตัวเองได้แล้วเราก็ปิด แต่ครัวส่วนกลางที่พรรคยังเปิดอยู่ คอยช่วยในจุดที่ลำบากและมาขอความช่วยเหลือ
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของงบประมาณค่าใช้จ่ายคงจะไม่มีการสรุป เพราะเราไมได้เอางบของใครมา แต่เป็นเงินของพวกเราชาวใต้ที่มาช่วยคน กทม.ช่วยเหลือกันไป บางคนก็ช่วยเหลือเรื่องข้าวสารที่ตอนนี้เราใช้ไปกว่า 120 ตัน บางคนก็ให้กุ้ง ให้ผัก รวมทั้งมีอาสาสมัครมาช่วยทำครัว ก็น่าชื่นชมที่คนไทยมีน้ำใจ ห่วงใยซึ่งกันและกัน พร้อมที่จะมาร่วมแบ่งปันบรรเทาความเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นจุดอ่อนของรัฐบาลในการช่วยผู้ประสบภัยอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่อยากวิจารณ์รัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ เพราะถือว่าเวลาแบบนี้ใครช่วยอะไรได้ก็ช่วย ไม่ประสงค์จะไปตำหนิใคร แต่คิดว่าน้ำท่วมครั้งนี้น่าจะเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับคนไทย ประเทศไทย และรัฐบาล เราคงต้องมีแผนที่รัดกุมมากกว่านี้ในการรับมือภัยพิบัติขนาดใหญ่ ว่าจะดูแลประชาชนอย่างไร ทั้งนี้ สิ่งที่ตนกังวลใจตอนนี้คือ เราจะเยียวยาความเสียหายอย่างไร
เมื่อถามว่า นอกจากจะไม่มีความชัดเจนเรื่องเยียวยาแล้ว ล่าสุดนำของหมดอายุใส่ในถุงยังชีพนำไปให้กับประชาชนที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเกิดขึ้นจริงมันโหดร้ายไปหน่อย เพราะคนกำลังมีความทุกข์ เหมือนกับเป็นการซ้ำเติม รัฐบาลควรตรวจสอบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไป
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ตนเคยอภิปรายในสภา และเสนอไปหลายอย่างว่าควรจะดูแลประชาชนที่ถูกน้ำท่วมอย่างไร โดยเฉพาะที่รัฐบาลบอกว่าจะช่วยเหลือเงิน 5,000 บาทนั้น ในสภาพความเป็นจริงนั้นไม่พอ เพราะประชาชนที่ถูกน้ำท่วมที่ จ.อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ท่วมมา 2 - 3 เดือนแล้วยังไม่แห้ง เงิน 5,000 บาทจะไปช่วยอะไรได้ ตนอยากเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยตามความเป็นจริง โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในจังหวัดเหล่านี้ รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในเขต ทวีวัฒนา รังสิต เมืองเอก ดอนเมือง ถือว่าเป็นผู้ที่เสียสละเพราะร่วมมือกับรัฐบาล ในการป้องกันไม่ให้ กทม.ชั้นใน น้ำท่วม ดังนั้นต้องเยียวยาให้เป็นพิเศษ ซึ่งหวังว่ารัฐบาลจะนำไปพิจารณา
ส่วนที่มีข่าวว่า ศปภ.เตรียมที่จะปิดตัวนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าสถานการณ์ขณะนี้งานของ ศปภ.ยังไม่เสร็จสิ้น ไม่ใช่ว่าน้ำลดแล้วจบกัน แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำหลังจากน้ำลดแล้วมากกว่าตอนที่น้ำยังท่วมอยู่คือ การเยียวยา ฟื้นฟู บ้านเรือน ไร่นาต่าง ๆ ของประชาชน ต้องทำอย่างมีแผน ควรระดมกำลังมาทำสิ่งนี้



