
'นครบาล'สั่งสอบหลักฐานข้อมูล'สุพจน์'เพิ่ม
'นครบาล' สั่งตรวจสอบหลักฐานข้อมูลเพิ่ม หลัง 'เฉลิม' หยิบยกอภิปรายกลางสภา แจง คดีปล้นเงินล้านบ้าน 'อดีตปลัดฯค.ค.' ยัน ตร.มุ่งประเด็นประทุษร้ายต่อทรัพย์ ปัดหยิบเรื่องการเมืองเกี่ยว 'กล้านรงค์' เตือนชิ่งชี้แจง 'ป.ป.ช.'ไม่ได้
7 ธ.ค.54 พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคลี่คลายคดีปล้นเงินภายในบ้านปลัดกระทรวงคมนาคมว่า พนักงานสอบสวนจะต้องตรวจสอบในส่วนของหลักฐานข้อมูลตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้อภิปรายกล่าวอ้างในรัฐสภาว่า มีข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนกรณีกลุ่มคนร้ายบุกปล้นบ้านนายสุพจน์ ว่า โดยจะดูในรายละเอียดหลักฐานข้อมูลดังกล่าวว่า มีประโยชน์ในรูปคดีหรือไม่ ก่อนจะขอข้อมูลหรือหลักฐานดังกล่าวใช้ประกอบสำนวนคดี ในการทำสำนวนจำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และครบจึงจะสามารถสรุปสำนวนได้ อีกทั้งคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สนใจของประชาชน
ขณะนี้มีเพียงประเด็นที่คนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ ยังไม่มีการตั้งสมมติฐานในเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หากได้ตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีน่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 กล่าวว่า นายสุพจน์ได้ทำหนังสือถึงพนักงานสอบสวน ในฐานะผู้เสียหายคดีถูกคนร้ายบุกปล้นบ้านพัก ขอเลื่อนเข้าให้ปากคำไปเป็นวันพรุ่งนี้(8 ธ.ค.) จากเดิมที่ต้องเข้าพบพนักงานวันนี้ โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจ ส่วนเวลาและสถานที่นัดหมายยังไม่ชัดเจนต้องรอนายสุพจน์แจ้งมา ส่วนการติดตามตัวนายวีระศักดิ์ หรือ โก้ เชื่อลี หัวหน้าแก๊งและคนร้ายที่หลบหนีนั้นยังยืนยันว่านายโก้กบดานอยู่ในประเทศลาวส่วนอีก 2 รายอยู่ในประเทศไทยซึ่งตำรวจยังตามตัวอยู่ไม่ได้ละทิ้งแต่อย่างใด
ด้าน พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมได้ทำหนังสือมายังพนักงานสอบสวนขอเลื่อนให้ปากคำ ภายหลังจากนัดให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นครั้งที่ 2 โดยอ้างติดภารกิจสำคัญและไม่สะดวกเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังไม่ระบุว่าจะเลื่อนออกไปเป็นวันใดเชื่อว่า อดีตปลัดฯไม่มีเจตนาไม่ให้ปากคำ หรือไม่ให้ความร่วมมือแต่ในเมื่อเป็นผู้เสียหายก็ต้องเข้าใจ ส่วนสถานที่นัดสอบปากคำครั้งต่อไปนั้น ยังไม่ได้กำหนด แต่ในเบื้องต้น น่าจะเป็นที่ สน.วังทองหลาง หรือไม่ก็แล้วแต่ผู้เสียหายจะสะดวกเราพร้อมในทุกสถานที่
'กล้านรงค์'เตือน'สุพจน์'ชิ่งชี้แจง'ป.ป.ช.'ไม่ได้
นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวกรณีที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า หากเป็นขั้นตอนของป.ป.ช.นายสุพจน์คงไม่ชี้แจงไม่ได้ เพราะถ้าไม่มาเท่ากับไม่มีอะไรจะชี้แจง จะส่งผลต่อการขอให้ศาลยึดทรัพย์รวมถึงคดีทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเรียกร้องให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินที่นายสุพจน์มีอยู่ นายกล้านรงค์ กล่าวว่า คงเปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายระบุไว้ว่าให้เปิดเผยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส.และส.ว.เท่านั้น แต่ถ้าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง เช่น ปลัดกระทรวง อธิบดี จะเปิดเผยได้ต่อเมื่อเจ้าตัวยินยอมหรือศาลมีคำสั่งให้เปิดเผยเท่านั้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าป.ป.ช.ได้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ยื่นมาให้ป.ป.ช.อยู่ตลอด โดยเฉพาะความถูกต้องและการมีอยู่จริง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีคนร้องเรียนให้ตรวจสอบว่ามีนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐบางรายร่ำรวยผิดปกติ
"แต่ผู้ที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนมาให้ป.ป.ช.ตรวจสอบจะต้องชี้ช่องมาพอสมควร ไม่ใช่แค่บอกลอยๆว่านาย ก.รวยเป็นหมื่นล้าน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติม”นายกล้านรงค์กล่าว
ทั้งนี้หากพบว่านายสุพจน์มีความผิดตามข้อหาที่ป.ป.ช.ชุดใหญ่ตั้งไว้ทั้ง 3 ข้อหา คือ 1.ข้อหาร่ำรวยผิดปกติ จะต้องส่งเรื่องไปยังศาลยุติธรรมพิจารณาว่าจะยึดทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นของแผ่นดินหรือไม่ 2.ข้อหาปกปิดบัญชีทรัพย์สินจะต้องยื่นให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นผู้พิจารณาว่าจะมีความผิดหรือไม่ และ3.ข้อหาทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ หากมีเฉพาะปลัดคมนาคม จะต้องยื่นให้ศาลยุติธรรมพิจารณาว่าจะมีความผิดหรือไม่ แต่หากภายหลังพบว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วยจะต้องยื่นให้ศาลฎีกาฯเป็นผู้พิจารณาต่อไป



