
ดูแล-เบาหวานในสภาวะน้ำท่วม
ดูแลสุขภาพ - โรคเบาหวาน ในสถานการณ์น้ำท่วม
จากวิกฤติการณ์อุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งความเป็นอยู่ อาหารการกิน การพักผ่อนหลับนอน สภาพจิตใจ รวมทั้งปัญหาสุขภาพที่ตามมาอีกมากมาย
สำหรับ ผู้ป่วยเบาหวาน ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมนี้ ดังนั้น จึงควรมีความรู้เบื้องต้นในการดูแลรักษาสุขภาพของตน เพื่อรับมือไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาในช่วงนี้
ในภาวะที่เต็มไปด้วยความเครียดเช่นนี้ ผู้ป่วยเบาหวานจึง ไม่ควรหยุดกินยารักษาเบาหวานเด็ดขาด เพราะการหยุดยา อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนถึงระดับอันตรายได้ แต่ถ้ากินอาหารไม่ได้ หรือกินได้น้อย อาจต้องระวัง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งจะมีอาการเตือน คือ ใจสั่น มือสั่น หน้ามืด บ่นหิว จะเป็นลม ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและให้แพทย์ปรับขนาดยาให้เหมาะสม
ที่สำคัญ ห้ามใช้ยาเบาหวานของผู้อื่น แม้เม็ดยาจะดูคล้ายกันแต่อาจเป็นยาคนละชนิด
ในกรณีผู้ป่วยที่รักษาด้วยการฉีดยาอินซูลิน ไม่ควรอดอาหารเด็ดขาด และก่อนฉีดยาทุกครั้งต้องแน่ใจว่ามีอาหารรับประทานเพียงพอ โดยฉีดยาตามขนาดที่เคยฉีดทั้งหมดต่อวัน กรณีรับประทานอาหารได้น้อยลงอาจต้องมีการปรับลดปริมาณยาฉีดลงเพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ห้ามหยุดฉีดอินซูลินเอง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลิน (เบาหวานชนิดที่ 1) เพราะอาจเกิดเลือดเป็นกรดจากสารคีโตนคั่งทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ และ ไม่แนะนำให้ปรับเพิ่มขนาดยาฉีดอินซูลินด้วยตัวเอง เว้นแต่ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแล้วพบว่าสูง และต้องเคยได้รับคำแนะนำเรื่องการปรับขนาดยาจากแพทย์แล้วเท่านั้น ควรเก็บยาอินซูลินไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แต่ถ้าใช้ตู้เย็นไม่ได้เนื่องจากถูกตัดไฟฟ้า สามารถเก็บยาฉีดอินซูลินได้ที่อุณหภูมิห้องนาน 1 เดือน โดยอย่าให้ถูกแสงแดด ความร้อน หรือความเย็นจัด นอกจากนี้ ไม่ควรใช้ยาอินซูลินที่มีลักษณะผิดไปจากเดิม เช่น ยาจับตัวเป็นก้อน สีของยาเปลี่ยน และไม่ควรใช้หัวเข็มฉีดยาหรือยาฉีดร่วมกับผู้อื่น
อาการระดับน้ำตาลในเลือดสูง มักเกิดจากการขาดยารักษาเบาหวาน หรือหยุดฉีดยาอินซูลิน หรือกินอาหาร เครื่องดื่ม ที่มีปริมาณน้ำตาลมาก ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น และมีการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ไปทางปัสสาวะมากขึ้น ผู้ป่วยจะ กระหายน้ำ ริมฝีปากแห้ง หากได้รับน้ำและเกลือแร่ไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจะเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ มีอาการอ่อนเพลีย แขนขาอ่อนแรง ไตวาย ซึมลง หรือหมดสติได้
หากเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน แล้วได้รับอินซูลินไม่เพียงพอ ร่างกายจะนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานไม่ได้ จึงต้องสลายไขมันมาใช้แทน ทำให้เกิดสารคีโตนคั่งในเลือด ผู้ป่วยจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ถ้ารุนแรงมากขึ้นจนเลือดเป็นกรด ผู้ป่วยจะหายใจเร็ว และลึก อาจมีไข้ หรือปวดท้อง ร่วมด้วย ถ้ารับการรักษาไม่ทัน อาจจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากมีอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง คือ หิวน้ำบ่อย ปากแห้ง คอแห้ง ปัสสาวะมาก ควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น และแก้ไขสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ต้องพาไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด
อาการระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ ได้แก่ ผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงมากกว่าผู้ป่วยเบาหวานอายุน้อย กินอาหารได้น้อยกว่าปกติ ในขณะที่ยังกินยารักษาเบาหวาน หรือฉีดยาอินซูลินปริมาณเท่าเดิม เวลาเดิน ออกกำลังกาย หรือมีการใช้พลังงานมากขึ้น การทำงานของตับและไตเสื่อมลง
อาการเตือนของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ได้แก่ เหงื่อแตก ใจสั่น มือสั่น คลื่นไส้ เหงื่อออก รู้สึกหิว กระสับกระส่าย หากไม่ได้รับการแก้ไข จะทำให้สมองขาดน้ำตาลไปเลี้ยง จนทำให้เกิดอาการมึนงง ปวดศีรษะ สับสน ตาพร่ามัว ง่วงซึม หมดสติหรือชักได้
หากสงสัยว่า ผู้ป่วยมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้ายังรู้สึกตัวดี ให้ผู้ป่วยกินน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม 1 แก้ว หรือน้ำผลไม้ 1 กล่อง หรือน้ำตาลก้อน 2 ก้อน หรือกินผลไม้ เช่น ส้ม หรือกล้วย 1-2 ผล หรือลูกอมหวาน 3 เม็ด ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 15 นาที หรือผู้ป่วยหมดสติ ให้รีบไปพบแพทย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด
อย่าลืม.สำรวจบาดแผลและดูแลเท้า
สวมเสื้อผ้าที่มิดชิดและป้องกันน้ำได้ ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่หนาเกินไป
หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ถ้าจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ทยางกันน้ำ ล้างเท้าด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง้
หมั่นสำรวจเท้าทุกวัน ทำความสะอาดเท้าทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และทันทีเมื่อเท้าสกปรก ควรล้างด้วยน้ำสบู่อ่อนและน้ำสะอาด (ไม่ควรใช้น้ำร้อน)
บาดแผลควรรีบทำแผลด้วยทิงเจอร์ไอโอดีน และพบแพทย์เพื่อพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม ถ้ามีแผลน้ำกัดเท้าซึ่งมักเกิดบริเวณง่ามนิ้วเท้า และเกิดจากเชื้อรา ทำให้มีอาการคัน แสบ แตก ผิวหนังลอก การรักษาต้องทาด้วยยาฆ่าเชื้อราต่อเนื่องระยะหนึ่ง ร่วมกับดูแลเท้าให้แห้งสะอาด
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719
...................................................
(หมายเหตุ : ภาพประกอบ - แฟ้มภาพข่าว)



