
นปช.ปัด'หลากสี-พธม.'พร้อมสมานฉันท์
หลายฝ่ายข้องใจหลักคิดกมธ.ปรองดอง อ้างให้อภัยแก้ปัญหาประเทศ 'หลากสี-พันธมิตร' พร้อมสมานฉันท์ประเทศ แต่ต้องหาคนผิดมาลงโทษ ด้าน ปชป.ไม่ขัดแก้กม. หากเนื้อหาเป็นปัญหาจริง ขณะที่ นปช. ปัด ปรองดองเลื่อนลอย
จากกรณีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร โดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุจะยึดหลักการให้อภัยโดยจะเรียกกลุ่ม การเมืองต่าง ๆ เข้าหารือกับกรรมาธิการฯนั้น นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากกรรมาธิการ
อย่างไรก็ตาม เขาเห็นด้วย กับการที่จะให้เกิดความปรองดองขึ้น แต่สำหรับหลักการให้อภัย ที่กรรมาธิการฯวางไว้ตามที่ระบุนั้น กรรมาธิการฯต้องตอบคำถามให้ได้ว่า จะให้อภัยในความผิดประเภทใดบ้าง อย่างไร ซึ่งถ้าเป็นความผิดทางการเมือง อาทิ การเข้าร่วมชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมือง เขาเห็นด้วย และยอมรับได้
ชี้ “ทักษิณ” ตัวการทำขัดแย้ง
"ความผิดทางอาญา อาทิ การก่อจลาจล การทำร้ายร่างกาย การทุจริตคอร์รัปชั่น คงให้อภัยไม่ได้ เนื่องจากทุกคดีต้องถูกดำเนินการทางกฎหมาย อีกทั้งผู้ที่กระทำผิดต้องสำนึกก่อน ถึงจะนำไปสู่ขั้นตอนต่อไปว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อ"
นพ.ตุลย์ กล่าวว่า หากกรรมาธิการฯ ต้องการศึกษา เพื่อให้เกิดการปรองดองขึ้นจริง ๆ ควรจะย้อนไปสู่สาเหตุของความขัดแย้ง ซึ่งเขาคิดว่า เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการกลับเข้าสู่อำนาจ แต่ใช้คนเสื้อแดงมาป้องกันตัวเอง
เมื่อถามถึงกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้อภัยแก่ผู้ที่ทำผิดทางการเมือง อาทิ การออก พรบ.นิรโทษกรรม นพ.ตุลย์ กล่าวว่า หากผ่านขั้นตอนของกรรมาธิการฯ ก็เป็นเรื่องที่รับได้ แต่ต้องมีกระบวนการจำแนกให้ชัดว่า ความผิดประเภทใด ถึงเรียกว่า ความผิดทางการเมือง แบบไหนถึงเรียกความผิดทางอาญา มิใช่การเหมารวมการนิรโทษกรรมทั้งหมด
"สุริยะใส" บอกอย่าลัดขั้นตอน ฮั้วการเมือง ห่วง “บิ๊กบัง” โดนสวมตอ
ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปรองดอง และเชื่อว่า กลุ่มพันธมิตรฯจะเห็นด้วยเช่นกัน แต่การอ้างถึงหลักการให้อภัยเลย เหมือนกับเป็นการลัดขั้นตอน เพราะก่อนจะถึงขั้นตอนที่สองคือการให้อภัยนั้น ต้องผ่านขั้นตอนแรก คือการพิสูจน์หาความจริงก่อน
"เพื่อพิสูจน์ทราบว่า เหตุการณ์ทางการเมืองตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา มีปมความขัดแย้งใด ที่สร้างชนวนความรุนแรง มีการกระทำผิดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญตรงจุดใดบ้าง เพื่อให้ผู้ที่เป็นสาเหตุ ต้องได้รับโทษในสิ่งที่ทำไป ซึ่งนั่นจะทำให้การปรองดองมีความหวัง มากกว่าจะบอกเพียงให้อภัย ที่ไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนและมองเป็นเพียงการฮั้วทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ เท่านั้น"
นายสุริยะใส ยังตั้งข้อสังเกตถึงความเคลื่อนไหวของกรรมาธิการฯ เพราะแม้ว่า เขาจะเชื่อมั่นในพล.อ.สนธิ ว่า มีความตั้งใจจริง ในการจะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้กับคะแนนเสียงในสภา ของพรรคมาตุภูมิ ที่มีเพียง 2 เสียง ซึ่งอาจจะถูกกรรมาธิการฯ ฝั่งเสียงข้างมาก ของพรรคเพื่อไทยสวมตอ และใช้ช่องทางของกรรมาธิการฯ ขับเคลื่อนนำไปสู่การช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยอ้างความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้
ส่วนความเป็นไปได้ในการออกกฎหมาย เพื่อล้างความผิดทางการเมือง อย่าง พรบ.นิรโทษกรรมนั้น นายสุริยะใส กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดก่อนว่า เป็นอย่างไร เพราะความผิดทางการเมืองและอาญานั้น มีบางส่วนที่เกี่ยวพันกันอยู่ จึงต้องจำแนกให้ชัด
กมธ. ซีก ปชป. ระบุ แค่ความเห็น ไม่ขัดแก้กฎหมาย
นายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการฯ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในฐานะตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การให้อภัยและเปิดใจให้กว้าง ถือเป็นหลักการโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ พล.อ.สนธิ ระบุออกมา ไม่ใช่มติและฐานคิดของการทำงาน เป็นแค่ความเห็น เพราะเรื่องนี้ กรรมาธิการฯ ยังต้องใช้เวลาทำงานต่อไป เพื่อรอฟังข้อเสนอของตัวแทนกลุ่มการเมืองต่าง ๆ และผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าควบคู่กัน
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการปรองดองอยู่แล้ว แต่ต้องไม่ขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทั้งนี้ หากจะมีการแก้กฎหมายจริง ก็ไม่ขัดข้อง แต่ก็ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนว่า ผลพวงของความขัดแย้งทั้งหมด มาจากเนื้อหาของกฎหมายจริง ๆ ไม่ใช่สาเหตุอื่น
นปช. ปัด "ปรองดอง" เลื่อนลอย
ขณะที่ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธาน นปช. กล่าวว่า ไม่รู้ว่า หลักการให้อภัยที่กรรมาธิการฯ บอก จะเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไร การพูดเช่นนี้ และหยิบยกเป็นประเด็น ก็คงจะเป็นเพียงคำพูดที่เลื่อนลอย ซึ่งในส่วนของนปช. ก็ชัดเจนว่า พร้อมจะปรองดอง แต่ต้องประกอบไปด้วย 1.การทำความจริงให้ปรากฏ 2.การเอาคนผิดมาลงโทษ และ 3.การรับประกันว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ใช่เกิดการทำร้ายประชาชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"การปรองดองกับการนิรโทษกรรม เป็นคนละเรื่อง อย่าจับมารวมกัน และหากจะปรองดองจริง ต้องมองถึงเสรีภาพสำหรับคนที่คิดเห็นแตกต่าง ส่วนเรื่องคดีก็ต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่อ้างจะปรองดอง แต่มีการใช้กฎหมายที่ขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งหากจะนิรโทษกรรมง่าย ๆ ให้อภัยทั้งหมด แต่ความจริงยังไม่ปรากฏ กลุ่มนปช.ก็คงไม่เห็นด้วย"
นัด แถลงจุดยืน นปช.
นางธิดา กล่าวด้วยว่า วันที่ 7 ธ.ค. 54 เวลา13.00 น. ณ ที่ทำการกลุ่มนปช. ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีลาดพร้าว จะมีการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยจะมีการแถลงถึงจุดยืนในประเด็นกฎหมาย ที่ยังมีการใช้ที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงแนวทางที่จะดำเนินต่อไป



