
'ปู'ถก'กยน.'วาง6แผนป้องน้ำท่วม
'นายกฯ' เรียกประชุม กยน.วาง 6 แผนดำเนินการ หวังเรียกประชุมทุกสัปดาห์ สร้างความมั่นใจให้ ปชช. ตั้ง 'สุเมธ-ดิศนัดดา' เป็นอนุกก.ดูเเลป่าไม้ต้นน้ำ ด้าน “สมิทธ”เผยยังไม่ได้ข้อสรุปจะทำอะไร
6 ธ.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารทรัพยากรน้ำ(กยน.)โดยใช้เวลาประชุมสองชั่วโมงครึ่ง โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขาธิการ กยน. กล่าวหลังการประชุมว่าที่ประชุมพิจารณาแผนปฏิบัติงานในหกด้าน คือ แผนเร่งด่วน โดยอนุกรรมการแผนนี้ต้องเร่งจัดทำแผนและเสนอเข้ามายังที่ประชุมภายในสองสัปดาห์ แผนการจัดการระบบข้อมูล แผนจัดการพื้นที่รับน้ำ แผนการพัฒนาพื้นที่เฉพาะ แผนจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำในระยะยาว และแผนการใช้งบประมาณ
“ที่ประชุมได้แต่งตั้งอนุกรรมการอีกชุดหนึ่งขึ้นมา คือคณะอนุกรรมการฟื้นฟูป่าไม้และต้นน้ำ โดยมรว.ดิศนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าฯเชียงใหม่เป็นประธานอนุกรรมการและมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษากยน.เป็นที่ปรึกษาอนุกรรการชุดนี้” นายอาคม กล่าว
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการกยน. กล่าวหลังการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้มีการหารือกรอบ 6 แผน เช่น แผนวิศวกรรม แผนข้อมูล ฯลฯ สิ่งสำคัญคือจะต้องหาวิธีการดำเนินการให้แผนระยะสั้นและแผนระยะยาวสอดคล้องกัน รวมทั้งการจัดประชุมทางวิชาการเพื่อระดมความคิดโดยน่าจะจัดประชุมกันในช่วงเดือนก.พ.ปีหน้า โดยประเทศไทยอาจจะจัดประชุมนานาชาติและเชิญู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาร่วมประชุมด้วย แต่จะไม่อิงกับกรอบการจัดประชุมขององค์กรอื่นๆที่จะดำเนินการเพราะทางนั้นยังไม่ค่อยพร้อม
“วันนี้คุยกันเรื่องกรอบการทำงานหกพื้นที่ ส่วนแผนฟลัดเวย์ยังไม่ได้คุยกันในวันนี้ เพราะเรื่องนี้ต้องใช้วางแผนเวลาเป็นเดือนๆ แล้วจึงจะนำมาหารือกันอีกครั้ง โดยนายกฯต้องการที่จะเรียกประชุมกันทุกสัปดาห์” นายอานนท์ กล่าว
ด้านนายเสรี ศุภราทิตย์ กรรมการกยน. กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า นายกฯมีความจริงใจในการแก้ปัญหา ตรงนี้สำคัญมากเพราะทุกคนรอสิ่งนี้อยู่ว่าความมั่นใจมันจะเกิดขึ้นจากจุดนี้ ฉะนั้นอนุกรรมการสองชุดที่ตั้งขึ้นมานั้นต้องดำเนินการวางแผนปฏิบัติการให้เป็นรูปธรรมในสองสัปดาห์แล้วส่งให้นายกฯ ฉะนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเเผนนี้จะทำได้จริงและมีประสิทธิภาพ แต่ควรรอสักนิดเพราะข้อมูลทางวิชาการต่างๆนั้น มีความละเอียดในการประเมิน
“สาระหลักของแผนนี้คือลดมวลน้ำที่จะเข้ากทม.และปริมณฑล และต้องมีกลไกการทำงานจะปล่อยให้มีการดำเนินการโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้ เช่นการเปิดประตูระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆ ต้องบอกได้ทันทีว่าจะเปิดเท่าใด ไม่ต้องรอประเมินจุดนั้นจุดนี้ก่อน กรรมการต้องมีอำนาจทางกฎหมาย” นายเสรี กล่าวและว่า นอกจานี้ที่ประชุมยังมีการคุยถึงเรื่องการตั้งกระทรวงน้ำ แต่ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้นายสุเมธได้เสนอเรื่องการทำฟลัดเวย์ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญด้วย
“สมิทธ”เผยยังไม่ได้ข้อสรุปจะทำอะไร
นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารทรัพยากรน้ำ (กยน.) กล่าวว่า ขณะนี้ กยน.ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการโครงการใดเพื่อป้องกันน้ำท่วมในปี 2555 โดยในที่ประชุมวันนี้ได้มีการถกเถียงถึงแนวทางกันอย่างกว้างขวาง เพราะมีเชี่ยวชาญเข้าร่วมประชุมจำนวนมากเกินไป ทำให้มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงทำให้ยังไม่ได้ข้อสรุป ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้สรุปว่าจะดำเนินการทำฟลัดเวย์หรือไม่ ซึ่งต้องมีการประชุมกันอีก 2 สัปดาห์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความชัดเจนว่าจะทำโครงการอะไร ทั้งนี้โครงการจัดทำฟลัดเวย์นั้นก็ยังไม่มีความแน่นอนว่าทำด้านทิศไหน โดยเฉพาะฝั่งทิศตะวันตก หรือทิศตะวันออก อีกทั้งต้องดูเหมาะสมเพียงใด เพราะใช้งบประมาณมหาศาล จึงเกรงว่าจะไม่ทันกับฤดูฝนในปีหน้าที่จะเริ่มต้นฤดูในเดือนเมษายน 2555
นอกจากนี้ นายสมิทธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ก็ยังมีน้ำจำนวนมาก จึงเห็นว่าต้องมีการสรุปให้ได้ว่าภายใน 6 เดือนรัฐบาลจะทำอะไรบ้าง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา โดยเฉพาะจากรัฐบาลญี่ปุ่น ที่มีนักลงทุนของประเทศญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
'สธ.'จับมือ'องค์กรระหว่างประเทศ'ฟื้นฟูหลังน้ำลด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ได้หารือถึงสถานการณ์อุทกภัยที่เริ่มคลี่คลายว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ องค์การอนามัยโลก และศูนย์ความร่วมมือ ไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ได้ออกแถลงการณ์ร่วม ระบุว่า ช่วงที่เกิดน้ำท่วมกระทรวงสาธารณสุขได้รับความร่วมมืออย่างดี จากองค์การอนามัยโลก และศูนย์ความร่วมมือ ไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุขและการสนับสนุนด้รเวชภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข จากองค์การระหว่างประเทศและประเทศที่ให้ความช่วยเหลือหลายประเทศ
หนังสือดังกล่าวยังระบุว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขจะรณรงค์ เพื่อเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณสุข ในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย โดยเน้นการฟื้นฟูสถานบริการ เพื่อสามารถให้บริการทั้งในและนอกสถานที่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงทั้งด้านสุขภาพการและสุขภาพจิต ความต่อเนื่องในการสร้างระบบการเฝ้าระวังโรค การป้องกันและควบคุมโรคที่เข้มแข็ง การปรับปรุงคุณภาพอาหารและน้ำ ความสะอาดของตลาดสด คุณภาพของน้ำประปา คุณภาพของอนามัยและสิ่งแวดล้อม การสุขาภิบาลและการกำจัดขยะ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมกับอาสาสมัคร ตลอดจนองค์กรปกครองท้องถิ่น ในการฟื้นฟูสุขภาพของชุมชนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว



