
กลลวงมาร์ค-เปิดเกม"บนโต๊ะ" ?
ออกโรงแล้วสำหรับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย !!!
ไม่เพียงออกมาเผยเบื้องหลังการลอบสังหาร "สนธิ ลิ้มทองกุล" จากปากเจ้าตัวเท่านั้น
แต่แกนนำรุ่น 1 และ 2 ยังเรียงหน้าส่งสัญญาณฟากฝั่งประชาชนว่า "ไม่เอา" ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนิรโทษกรรม
เป็นการโดดเอาตัวเข้าขวางกระแสเชี่ยวของนักการเมืองที่ต่างใจจดจ่ออยู่กับการ "ปลดล็อก" ตัวเองจากบ่วงยุบพรรค จนต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี
เพราะยังไงๆ 111 + 109 ก็อยากให้นิรโทษกรรมอยู่วันยังค่ำ !!!
วาระสำคัญของแกนนำพันธมิตร จึงขัดแข้งขัดขา ขัดผลประโยชน์อันควรมีควรได้ของนักการเมืองเข้าอย่างจัง
ไม่เพียงแค่การเปิดประเด็นทิ้งหัวเชื้อ แต่การนัดแถลงข่าวเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังได้ตีฆ้องร้องป่าวให้ "พลพรรคเสื้อเหลือง" เตรียมขยับออกจากที่ตั้ง หลังจากคุมเชิงอยู่หลายเดือน
24-25 พฤษภาคมนี้ จึงเป็นวันดีเดย์ที่ "พลพรรคเสื้อเหลือง" จะประชุมเครือข่ายทั่วประเทศเรือนหมื่นเพื่อแสดงฉันทามติต่อการขับเคลื่อนแก้ปัญหาบ้านเมืองของรัฐบาล รวมถึงการขับเคลื่อนการเมืองใหม่ในรูปแบบพรรคการเมือง
กระนั้นก็แน่นอนว่า ฉันทามติของ "เสื้อเหลือง" นั้น ย่อมหนีไม่พ้นการกีดกันทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เจตนารมณ์ร่วมกันของนักการเมืองบรรลุผล
ส่วนระดับของการขัดขวางจะอยู่ขั้นไหน คงต้องรอดูความชัดเจนในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางการส่งสัญญาณทะลุกลางปล้องของพันธมิตร ได้เกิดคำถามสำคัญอยู่ 2 คำถาม
หนึ่ง...การตัดสินใจยืนอยู่คนละฝั่งผลประโยชน์กับนักการเมืองนั้น พันธมิตรมีเจตนาช่วย "อภิสิทธิ์" ทางอ้อมหรือไม่ ?
สอง...คนส่วนใหญ่เชื่อจริงๆ หรือไม่ว่า "อภิสิทธิ์" ต้องการให้มีการนิรโทษกรรม รวมถึงแก้รัฐธรรมนูญตามกระแสกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลและพลพรรคเสื้อแดง ?
หรือจริงๆ แล้วอาจจะเป็นเพียง "กลลวง" ?
โยนหินถามทาง เพื่อให้แต่ละฝ่ายในสังคมหันมากรุยทางถล่มนักการเมืองที่กระสันอยากได้อิสรภาพจนหงายเก๋ง
สุดท้ายจะได้เลิกไปโดยปริยาย เพราะกระแสสังคม "ไม่เอาด้วย" !
เพราะมีข้อที่น่าสังเกตอย่างเห็นได้ชัดว่า ภายหลังเสียท่าให้พลพรรคเสื้อแดงที่พัทยาและกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต้มต่อของ "อภิสิทธิ์" กลับเหนือกว่าทันตาเห็น
เหนือกว่าในแง่ "ภาวะผู้นำ" ที่แสดงให้สังคมได้เห็นประจักษ์ตา หลังจากถูกปรามาสมาตลอด
หลังจากได้แต้มแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ "อภิสิทธิ์" ฉีกมาเล่นในเกมของตัวเอง และสามารถคุมเกมได้ดีทีเดียว
"อภิสิทธิ์" ท่องคาถาปรองดอง-สมานฉันท์ กระทั่งนำมาซึ่งการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง รวมถึงคณะกรรมการสอบเหตุจลาจลคนเสื้อแดง
เปิดเกม "บนโต๊ะ" แทนที่จะหลงไปเล่นในเกม "ใต้ดิน"
เพื่อให้รัฐบาลมีโอกาสฉีกไปทำงานบริหารบ้านเมือง แก้ปัญหาอื่นๆ รวมถึงสร้างคะแนนนิยมได้อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัง
ไม่ใช่มัวแต่สาละวนอยู่กับการแก้ปัญหาการเมือง !!!
สอดรับกับสูตร 6-7-8 ที่ "อภิสิทธิ์" ได้บอกใบ้เวลานับถอยหลังรัฐบาลไว้แล้ว
กะเกณฑ์แก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภาในจังหวะปลายปี
ระหว่างนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการแต่ละชุดโม่กันไป
ฉะนั้นแล้ว ถ้าถามว่า "อภิสิทธิ์" ต้องการนิรโทษหรือไม่นั้น คำตอบมันจึงชัดอยู่ในตัว
และยิ่งชัดขึ้นไปอีกเมื่อประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ติดดิสเบรกดังเอี๊ยด "นิรโทษกรรมรอก่อน"
เวลาที่มีอยู่จะมุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสาระหลักใหญ่ก่อน ส่วนจะแก้ประเด็นไหน อย่างไร ยังมีเวลามาว่ากันอีกที
ฉะนั้นแล้วจะเห็นว่า "อภิสิทธิ์" สามารถเบี่ยงตัวหลบจากกระแสร้อนที่ถูกบีบจากพรรคร่วมได้อย่างพอเหมาะ
ประจวบเหมาะกับการเปิดทาง "ฟังเสียงประชาชน" เป็นยันต์กันผีอย่างดี จึงทำให้ "อภิสิทธิ์" ไม่ยี่หระต่อการเมืองในพรรคร่วมอย่างที่กังวล
สอดรับกับจังหวะก้าวออกมาของ "พันธมิตร" ต่อการเปิดเกมต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมพลพรรค 111+109 นั้น ก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลดีต่อ "อภิสิทธิ์" ไม่น้อย
เพราะเสียงประชาชน โดยเฉพาะเสียงจากพลพรรค "เสื้อเหลือง" นั้น มีน้ำหนักทีเดียว
โดยเฉพาะเมื่อแกนนำประกาศรวมพลใหญ่ กำหนดท่าทีในวันที่ 24-25 พฤษภาคมนี้
นั่นหมายถึงว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่นักเลือกตั้ง รวมถึงเปิดทางให้มีการนิรโทษกรรมขึ้นมาเมื่อไหร่
โอกาส "แท้ง" ก็เป็นไปได้สูงทีเดียว !!!
โต๊ะข่าวการเมือง



