ข่าว

กลลวงมาร์ค-เปิดเกม"บนโต๊ะ" ?

กลลวงมาร์ค-เปิดเกม"บนโต๊ะ" ?

05 พ.ค. 2552

ออกโรงแล้วสำหรับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย !!!

ไม่เพียงออกมาเผยเบื้องหลังการลอบสังหาร "สนธิ ลิ้มทองกุล" จากปากเจ้าตัวเท่านั้น

 แต่แกนนำรุ่น 1 และ 2 ยังเรียงหน้าส่งสัญญาณฟากฝั่งประชาชนว่า "ไม่เอา" ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนิรโทษกรรม

 เป็นการโดดเอาตัวเข้าขวางกระแสเชี่ยวของนักการเมืองที่ต่างใจจดจ่ออยู่กับการ "ปลดล็อก" ตัวเองจากบ่วงยุบพรรค จนต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี

 เพราะยังไงๆ 111 + 109 ก็อยากให้นิรโทษกรรมอยู่วันยังค่ำ !!!

 วาระสำคัญของแกนนำพันธมิตร จึงขัดแข้งขัดขา ขัดผลประโยชน์อันควรมีควรได้ของนักการเมืองเข้าอย่างจัง

 ไม่เพียงแค่การเปิดประเด็นทิ้งหัวเชื้อ แต่การนัดแถลงข่าวเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังได้ตีฆ้องร้องป่าวให้ "พลพรรคเสื้อเหลือง" เตรียมขยับออกจากที่ตั้ง หลังจากคุมเชิงอยู่หลายเดือน

 24-25 พฤษภาคมนี้ จึงเป็นวันดีเดย์ที่ "พลพรรคเสื้อเหลือง" จะประชุมเครือข่ายทั่วประเทศเรือนหมื่นเพื่อแสดงฉันทามติต่อการขับเคลื่อนแก้ปัญหาบ้านเมืองของรัฐบาล รวมถึงการขับเคลื่อนการเมืองใหม่ในรูปแบบพรรคการเมือง

 กระนั้นก็แน่นอนว่า ฉันทามติของ "เสื้อเหลือง" นั้น ย่อมหนีไม่พ้นการกีดกันทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เจตนารมณ์ร่วมกันของนักการเมืองบรรลุผล

 ส่วนระดับของการขัดขวางจะอยู่ขั้นไหน คงต้องรอดูความชัดเจนในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

 อย่างไรก็ดี ท่ามกลางการส่งสัญญาณทะลุกลางปล้องของพันธมิตร ได้เกิดคำถามสำคัญอยู่ 2 คำถาม

 หนึ่ง...การตัดสินใจยืนอยู่คนละฝั่งผลประโยชน์กับนักการเมืองนั้น พันธมิตรมีเจตนาช่วย "อภิสิทธิ์" ทางอ้อมหรือไม่ ?

 สอง...คนส่วนใหญ่เชื่อจริงๆ หรือไม่ว่า "อภิสิทธิ์" ต้องการให้มีการนิรโทษกรรม รวมถึงแก้รัฐธรรมนูญตามกระแสกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลและพลพรรคเสื้อแดง ?

 หรือจริงๆ แล้วอาจจะเป็นเพียง "กลลวง" ?

 โยนหินถามทาง เพื่อให้แต่ละฝ่ายในสังคมหันมากรุยทางถล่มนักการเมืองที่กระสันอยากได้อิสรภาพจนหงายเก๋ง

 สุดท้ายจะได้เลิกไปโดยปริยาย เพราะกระแสสังคม "ไม่เอาด้วย" !

 เพราะมีข้อที่น่าสังเกตอย่างเห็นได้ชัดว่า ภายหลังเสียท่าให้พลพรรคเสื้อแดงที่พัทยาและกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต้มต่อของ "อภิสิทธิ์" กลับเหนือกว่าทันตาเห็น

 เหนือกว่าในแง่ "ภาวะผู้นำ" ที่แสดงให้สังคมได้เห็นประจักษ์ตา หลังจากถูกปรามาสมาตลอด

 หลังจากได้แต้มแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ "อภิสิทธิ์" ฉีกมาเล่นในเกมของตัวเอง และสามารถคุมเกมได้ดีทีเดียว

 "อภิสิทธิ์" ท่องคาถาปรองดอง-สมานฉันท์ กระทั่งนำมาซึ่งการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง รวมถึงคณะกรรมการสอบเหตุจลาจลคนเสื้อแดง 

 เปิดเกม "บนโต๊ะ" แทนที่จะหลงไปเล่นในเกม "ใต้ดิน"

 เพื่อให้รัฐบาลมีโอกาสฉีกไปทำงานบริหารบ้านเมือง แก้ปัญหาอื่นๆ รวมถึงสร้างคะแนนนิยมได้อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัง

 ไม่ใช่มัวแต่สาละวนอยู่กับการแก้ปัญหาการเมือง !!!

 สอดรับกับสูตร 6-7-8 ที่ "อภิสิทธิ์" ได้บอกใบ้เวลานับถอยหลังรัฐบาลไว้แล้ว

 กะเกณฑ์แก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภาในจังหวะปลายปี

 ระหว่างนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการแต่ละชุดโม่กันไป

 ฉะนั้นแล้ว ถ้าถามว่า "อภิสิทธิ์" ต้องการนิรโทษหรือไม่นั้น คำตอบมันจึงชัดอยู่ในตัว

 และยิ่งชัดขึ้นไปอีกเมื่อประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ติดดิสเบรกดังเอี๊ยด "นิรโทษกรรมรอก่อน"

 เวลาที่มีอยู่จะมุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสาระหลักใหญ่ก่อน ส่วนจะแก้ประเด็นไหน อย่างไร ยังมีเวลามาว่ากันอีกที

 ฉะนั้นแล้วจะเห็นว่า "อภิสิทธิ์" สามารถเบี่ยงตัวหลบจากกระแสร้อนที่ถูกบีบจากพรรคร่วมได้อย่างพอเหมาะ

 ประจวบเหมาะกับการเปิดทาง "ฟังเสียงประชาชน" เป็นยันต์กันผีอย่างดี จึงทำให้ "อภิสิทธิ์" ไม่ยี่หระต่อการเมืองในพรรคร่วมอย่างที่กังวล

 สอดรับกับจังหวะก้าวออกมาของ "พันธมิตร" ต่อการเปิดเกมต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมพลพรรค 111+109 นั้น ก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลดีต่อ "อภิสิทธิ์" ไม่น้อย

 เพราะเสียงประชาชน โดยเฉพาะเสียงจากพลพรรค "เสื้อเหลือง" นั้น มีน้ำหนักทีเดียว

 โดยเฉพาะเมื่อแกนนำประกาศรวมพลใหญ่ กำหนดท่าทีในวันที่ 24-25 พฤษภาคมนี้

 นั่นหมายถึงว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่นักเลือกตั้ง รวมถึงเปิดทางให้มีการนิรโทษกรรมขึ้นมาเมื่อไหร่

 โอกาส "แท้ง" ก็เป็นไปได้สูงทีเดียว !!!

 โต๊ะข่าวการเมือง