ข่าว

'ปปช.'เรียก'สุพจน์'แจงทรัพย์สินใน30วัน

'ปปช.'เรียก'สุพจน์'แจงทรัพย์สินใน30วัน

06 ธ.ค. 2554

'ปปช.' มีมติเรียก 'สุพจน์' แจงทรัพย์สินวันถูกปล้น ภายใน 30 วัน เผยพบสลิปสายรัดธนาคาร 89 แถบ จำนวน 8 ล้าน เบิกจากธนาคาร 9 แห่ง เตรียมเรียกธนาคารเข้าชี้แจง พบ"โก้"นำเงินไทยแลกดอลล่าห์ที่ชายแดน

          6 ธ.ค.54 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกป.ป.ช. เปิดเผยหลังคณะอนุกรรมการไต่สวนตรวจสอบคดี นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม รายงานความคืบหน้าให้ป.ป.ช.ชุดใหญ่รับทราบถึงผลการดำเนินการตรวจค้นบ้านนายสุพจน์ที่ผ่านมาว่า ยึดอะไรได้บ้าง มีเอกสารหลักฐานใดบ้าง ซึ่งพบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 10 รายการ รวมถึงหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในจำนวนนี้พบว่ามีรายการฝากเงินจำนวน 28 ล้านบาท

          นอกจากนี้คณะอนุกรรมการฯยังขอให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติอนุมัติขอให้ปลัดกระทรวงคมนาคมแจ้งบัญชีทรัพย์สินในวันที่ถูกปล้นว่าทรัพย์สินอะไรบ้าง มีเงินสดเท่าไหร่เพื่อประกอบการไต่สวน ภายใน 30 วัน ส่วนกรณีที่มีการไปตรวจสอบเงินของกลางเฉพาะที่มีสายคาดที่เจ้าหน้าตำรวจสน.วังทองหลางยึดไว้เป็นของกลาง พบว่ามีสลิปและสายรัดธนาคารจำนวน 89 แถบ เป็นการเบิกเงินจากธนาคาร 9 แห่ง จำนวน 8 ล้านบาท ซึ่งคณะอนุจะตรวจสอบไปยังธนาคารต่างๆต่อไป

          นายกล้านรงค์ กล่าวว่า สำหรับการเข้าให้ปากคำของนายสุพจน์ต่อคณะอนุกรรมการป.ป.ช.นั้น จะให้เข้าชี้แจงนับตั้งแต่ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติอนุมัติซึ่งคาดว่าคงจะเป็นภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งการชี้แจง ปลัดกระทรวงคมนาคมสามารถชี้แจงทางวาจาหรือการชี้แจงประกอบการทำหนังสือด้วยก็ได้ โดยป.ป.ช.จะส่งแบบฟอร์มไปให้กรอกเพื่อให้ลงบันทึกว่ามีทรัพย์สินกี่รายการอะไรบ้าง ในกรณีที่ชี้แจงเป็นเอกสารแล้วคณะอนุกรรมการฯมีข้อสงสัยก็จะเรียกนายสุพจน์เข้าชี้แจงซ้ำอีกครั้ง ส่วนเงินที่ไม่มีมาที่ไป ป.ป.ช.ก็ต้องตรวจสอบต่อไป

          นายกล้าณรงค์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้นายสุพจน์ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 เมื่อครั้งที่เป็นกรรมการบอร์ดการบินไทย ส่วนรายละเอียดทรัพย์สินจะมีเท่าไหร่ และถือเป็นการแสดงทรัพย์สินที่ผิดปกติหรือไม่ยังไม่สามารถระบุได้ และหากการไต่สวนของคณะอนุฯหากพบว่าโยงถึงใครไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือนักการเมืองก็สามารถออกหมายเรียกหมายค้นได้ด้วยเช่นเดียวกัน

          นอกจากนี้ นายกล้านรงค์ กล่าวด้วยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคมนี้ ป.ป.ช.จะแถลงผลการสอบสวนคดีทุจริตสร้างบ่อบัดน้ำเสียคลองด่านในเวลา 14.00 น. คดีนี้ได้เรียกพยานเข้าให้ปากคำ 140 ปากมีเอกสารที่ต้องใช้ในการประกอบพิจารณาสำนวนคดีจำนวน 17,000 แผ่น โดยคดีนี้เหตุที่ต้องล่าช้าเพราะมีผู้ถูกกล่าวหากว่า30 คนและต้องชี้มูลเป็นรายบุคคล

 


พบ"โก้"นำเงินไทยแลกดอลล่าห์ที่ชายแดน


           
               พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 หน.ชุดทำงานไล่ล่าตัวนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี ผู้ต้องหาคดีร่วมปล้นทรัพย์บ้านปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การสืบสวนติดตามตัว นายโก้ มีความคืบหน้าไปมาก ข้อมูล เบาะแส ที่ได้มาเป็นประโยชน์ต่อการติดตามตัวทำให้ทราบว่าหนีไปกบดานอยู่ที่ไหนของประเทศลาว โดยได้ข้อมูลจากคนสำคัญที่ช่วยเหลือในการหลบหนี มีการติดต่อสื่อสารกับนายโก้มาโดยตลอด ทั้งในเรื่องการเงิน และเรื่องการหลบหนีการจับกุมตัว แต่ขณะนี้เราไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเป็นใคร แต่คนๆนี้สำคัญมากและอาจจะนำไปสู่การจับกุมตัว นายโก้ ได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อมูลความจริงให้มากที่สุด เพื่อหาแหล่งที่นายโก้หลบซ่อนตัวอยู่

   
               พ.ต.อ.ยรรยง กล่าวว่า การสืบสวนอีกด้านหนึ่งเพื่อกันข้อมูลลวง เจ้าหน้าที่ชุดติดตามได้เดินทางไปพบกับ นายทิพจัน สิวิชัย หรือ "โม่ง" อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของลาว คนสนิทของนายโก้ ที่นายโก้เดินทางไปพบหลังจากปล้นบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่ง นายโม่ง ก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี เกี่ยวกับเบาะแสของนายโก้ ซึ่งในจุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อช่วยในการติดตามตัวคนร้ายรายนี้

   
               "ในด้านการสืบสวนอีกด้านหนึ่งเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลมาจากหัวโจกของกลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงกลุ่มหนึ่งว่า มีอยู่ 3-4 คน ที่ช่วยเหลือนายโก้ หลบหนีอยู่ในขณะนี้ พร้อมทั้งช่วยเหลือในด้านการเงินในการเปิดช่องทางให้ นายโก้ ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่เราทราบแล้วว่ามีใครบ้าง ขณะนี้กำลังจับตาดูอยู่ " พ.ต.อ.ยรรยงกล่าว


               ขณะเดียวกัน จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่พบว่ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องเงิน เมื่อพบบุคคลต้องสงสัยที่เฝ้าจับตาดู มีการเคลื่อนไหวโดยการนำเงินไทยจำนวนมากข้ามฝั่งมาจากประเทศลาว นำเงินไทยมาแลกเป็นเงินดอลล่าสหรัฐ อยู่ที่ฝั่ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้าไปที่ประเทศลาว

   
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดตามตัว นายโก้ ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้เบาะแสของ นายโก้ เริ่มปรากฎชี้ชัดมากขึ้น หลังจากที่ตำรวจปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ พร้อมกับเกาะติดสายข่าวใหม่ๆที่จะนำไปสู่แหล่งหลบซ่อนตัวของ นายโก้ อย่างเช่น สายข่าวในขบวนการผลิต และค้ายาเสพติด ขบวนการค้าไม้พะยูง ซึ่งในจุดนี้จะมีข้อมูลเชิงลึก เชื่อว่าหากมีความเคลื่อนไหวของนายโก้ จะสามารถรู้แหล่งกบดานและล็อคพิกัดส่งชุดจับกุมเข้ารวบตัวได้