
กสร.ส่งทีมกล่อมธุรกิจเอสเอ็มอี ดึงแรงงานน้ำท่วม8หมื่นคืนระบบ
กสร.เร่งดึงแรงงานน้ำท่วมกลับเข้าสู่ระบบการจ้างกว่า 8 หมื่นคน ส่งทีมลงพื้นที่เจรจาเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการจ่าย 2 พันบรรเทาเลิกจ้าง รุกจัดนัดพบแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน-โรจนะ 16 ธ.ค.นี้ เผยล่าสุดแรงงานคืนโรงงานแล้วกว่า 3.5 แสนคน
นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การเลิกจ้างมีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆเริ่มเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ ซึ่งสถานประกอบจำนวนหนึ่ง อาจจะเปิดกิจการได้ไม่เต็ม 100% ทำให้บางแผนกต้องยุบไปหรือบางบริษัทก็จัดโครงการเออร์รีไทร์ หรือประกาศเลิกจ้าง ซึ่งคาดการณ์มีลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 1.3 แสนคนมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างจากจำนวนที่ได้รับผลกระทบ ณ วันนี้(6 ธ.ค.) 642, 304 คนในสถานประกอบการ 13,205 แห่ง ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานซับคอนแทคในจ.พระนครศรีอยุธยาและจ.ปทุมธานี
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดอุทกภัยมีสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 28,679 แห่งใน 31 จังหวัด ลูกจ้าง 993,944 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีสถานประกอบการเปิดกิจการ 15,474 แห่ง ลูกจ้างกลับเข้าทำงานแล้ว 351,640 คน ส่วนลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง 10,957 คนในสถานประกอบการ 39 แห่ง ซึ่งยังมียอดเท่ากับสัปดาห์ที่แล้ว
“สำหรับลูกจ้างที่ประสบภัยน้ำท่วมและยังติดต่อนายจ้างไม่ได้ อีกทั้งไม่ได้รับเงินเดือนและไม่แน่ใจว่าถูกเลิกจ้างหรือไม่ให้ติดต่อที่กสร. หรือสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหรือสายด่วน 1546 ซึ่งขณะนี้มียอดการโทร.เข้ามา 3,126 แบ่งเป็นลูกจ้าง 2,959 คน นายจ้าง 117 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จ.พระนครศรีอยุธยาและนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุธานี” อธิบดีกสร.
ทั้งนี้ สำหรับสถานประกอบการที่ประสบอุทกภัยและเข้าร่วมโครงการป้องกันและบรรเทาการเลิกจ้างที่ขณะนี้มีอยู่ทั้งหมด 320 แห่ง ลูกจ้าง 210,120 คน ซึ่งยังเหลือจำนวนลูกจ้างอีก 89,880 คน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3 แสนคน ดังนั้น ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วทางกสร. จึงได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่กสร.ลงพื้นที่ไปเชิญชวนนายจ้างโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) เข้าร่วมโครงการเพื่อรักษาสภาพการจ้างงาน ซึ่งธุรกิจที่มีกำลังจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้เพราะหากรวมกับเงินช่วยเหลือป้องกันและบรรเทาการเลิกจ้าง 2 พันบาทที่รัฐบาลช่วยจ่ายค่าจ้างก็จะมีกำลังเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ตามเงื่อนไขของโครงการ
“ส่วนการจ่ายเงิน 2 พันบาทให้แก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ 320 แห่งนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง หากตรวจสอบแล้วพบว่าถูกต้องตามเงื่อนไข ก็คาดว่าภายในกลางเดือนธ.ค.นี้ ทางธนาคารออมสินจะจ่ายเงินให้แก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้” อธิบดีกสร. กล่าว
นายอาทิตย์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(รมว.รง.)ได้สั่งการให้กสร.ร่วมกับกรมการจัดหางาน(กกจ.)จัดมหกรรมนัดพบแรงงานให้ถี่มากขึ้นโดยจัดงานภายในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอินและนิคมอุตสาหกรรมโรจนะในจ.พระนครศรีอยุธยาซึ่งเริ่มฟื้นฟูแล้ว เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ถูกเลิกจ้างไม่ให้ว่างงานนาน
นอกจากนี้ ส่วนความคืบหน้าโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนโดยให้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไปทำงานที่จังหวัดอื่นที่ไม่ถูกน้ำท่วมชั่วคราว 2-3 เดือน ขณะนี้มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการ 607 แห่งใน 46 จังหวัด และมีตำแหน่งงานรองรับ 73, 887 อัตรา และมีลูกจ้างที่สมัครเข้าร่วมโครงการ 13,226 คน ในสถานประกอบการ 108 แห่งโดยดูรายละเอียดได้ที่ www.labour.go.th <http://www.labour.go.th/>



