
'คดีเขมรแดง' ทำไมล้มได้ก็ดี
เชื่อว่า หลายคนที่ติดตามการเมืองกัมพูชา และความเคลื่อนไหวของ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชา คงให้ความสนใจ การพิจารณาคดีเพื่อเอาผิดกับอดีตผู้นำเขมรแดง 3 คน นวน เจีย ผู้นำหมายเลข 2 ของเขมรแดง
เชื่อว่า หลายคนที่ติดตามการเมืองกัมพูชา และความเคลื่อนไหวของ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชา คงให้ความสนใจ การพิจารณาคดีเพื่อเอาผิดกับอดีตผู้นำเขมรแดง 3 คน นวน เจีย ผู้นำหมายเลข 2 ของเขมรแดง (รองจากผู้นำหมายเลข 1 อย่าง พอล พต), เขียว สัมพันธ์ อดีตประมุขรัฐในช่วงที่เขมรแดงเรืองอำนาจ (1975-1979) และ เอียง สารี อดีตรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ ที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่างแน่นอน
ทั้งนี้พบว่า การพิจาณาคดีดำเนินไปอย่างเมามัน รวมถึงมีการนำเสนอทั้งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างๆ อย่างมากมาย เพื่อหักล้างความน่าเชื่อถือระหว่างฝ่ายโจทก์กับฝ่ายจำเลย
แต่แนวโน้มแล้ว ไม่น่าจะจบลงง่ายๆ และแม้แต่คดีที่มีการตัดสินไปแล้ว อย่างของ แกร็ง เก็ก อิว หรือสหายดุจ นอกจากเหยื่อหรือญาติของผู้ที่ต้องเสียชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จะเห็นว่าโทษยังน้อยไป กล่าวคือ จำคุกแค่ 35 ปี และเมื่อลดโทษต่างๆ แล้ว เหลือโทษขังคุกอีกไม่ถึง 19 ปี แถมหลักเกณฑ์การจำคุกของกัมพูชา ยังกำหนดจองจำนักโทษไม่เกิน 2 ใน 3 ของโทษทั้งหมดด้วย จึงเชื่อได้ว่า สหายดุจ จะได้รับอิสรภาพภายในระยะเวลาไม่ถึง 12 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการร้องอุทธรณ์คดีอีกต่างหาก
แต่เหนืออื่นใด ประเด็นกลับอยู่ที่ปัญหาขาดแคลนงบประมาณอย่างหนัก ของศาลพิเศษฯ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณกว่า 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับจ่ายเงินเดือนให้กับบรรดาผู้พิพากษา อัยการ และพนักงานศาล จำนวนมากกว่า 200 คน ในช่วงปี 2010-2011 ทั้งยังปรากฏว่าไม่มีประเทศใดเลยที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณดังกล่าว
เพราะถ้าหากไม่มีงบประมาณสนับสนุนอย่างเพียงพอจากประเทศผู้บริจาค ก็อาจต้องล้มเลิกอย่างไม่เป็นท่า
ถามว่า เรื่องนี้มีปัญหาอะไรกับฮุน เซน หรือไม่ ประเด็นก็คือ ฮุน เซน กลับจะโล่งใจเสียอีก เพราะในช่วงที่ผ่านมา บรรดาองค์การที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในกัมพูชาและในระดับสากล ต่างก็ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการเพิ่มรายชื่อผู้ต้องหา หรือผู้ที่จะต้องขึ้นให้การต่อศาลพิเศษฯ อีกกว่า 20 คน ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึง ฮุน เซน, เจีย ซิม และเฮง สัมริน ที่ต่างก็เคยเป็นสมาชิกระดับสูงของเขมรแดงทั้งสิ้นนั่นเอง



