
แกะรอยผลตอบแทน "สุพจน์"
แกะรอยที่มาของรายได้ (เงินเดือนและเบี้ยประชุม) ระหว่างที่ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม รับตำแหน่งราชการ หรือตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจต่างๆ (ข้อมูล-ทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจ)
แกะรอยที่มาของรายได้ (เงินเดือนและเบี้ยประชุม) ระหว่างที่ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม รับตำแหน่งราชการ หรือตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจต่างๆ (ข้อมูล-ทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจ)
หากไล่เรียงจากตำแหน่งราชการในอดีตนั้น พบว่า สุพจน์ เคยดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ระดับ 9 ระหว่างปี 2545 - 14 มกราคม 2550 ได้รับเฉพาะเงินเดือนเฉลี่ยเดือนละประมาณ 4-5 หมื่นบาท เมื่อรวมกับค่าวิชาชีพอื่นๆ จะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 8-9 หมื่นบาท เฉลี่ยมีรายได้ปีละประมาณ 1,080,000 บาท
ปี 2550 - 11 เมษายน 2551 สุพจน์ ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในระดับ 10 ตำแหน่งที่เทียบเท่าอธิบดี กรมและรองปลัดกระทรวง มีอัตราเงินเดือนรวมรายได้อื่นๆ ประมาณเดือนละ 1 แสนบาท
เฉลี่ยมีรายได้รวมปีละประมาณ 1,200,000 บาท
เมษายน-กันยายน 2551 สุพจน์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ซึ่งตำแหน่งนี้จะมีเงินเดือนใกล้เคียงกับผู้ตรวจราชการ นั่นคือ มีเงินเดือนรวมรายได้อื่นๆ ตกประมาณเดือนละ 1 แสนบาท ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2551 สุพจน์ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จนถึงปัจจุบัน โดยตำแหน่งกรรมการ รฟม.นั้น มีผลตอบแทนเป็นค่าเบี้ยประชุมเดือนละประมาณ 3-4 หมื่นบาท จะมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
หากคำนวณคร่าวๆ สุพจน์จะมีเงินรายได้ส่วนนี้ปีละประมาณ 480,000 บาท
ตุลาคม 2551 - กันยายน 2552 สุพจน์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมทางหลวง ซึ่งคงได้เงินเดือนใกล้เคียงกับตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงชนบท คือเงินเดือนรวมรายได้อื่นๆ ประมาณเดือนละ 1 แสนบาท
เฉลี่ยมีรายได้รวมปีละประมาณ 1,200,000 บาท
สุพจน์ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ รฟม. และกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยในส่วนของกรรมการ ร.ฟ.ท. จะมีค่าเบี้ยประชุมของกรรมการ ร.ฟ.ท. มีการเหมาจ่ายอยู่ที่เดือนละประมาณ 3-4 หมื่นบาท
เท่ากับว่า จะมีเงินรายได้ส่วนนี้ปีละประมาณ 480,000 บาท
นอกจากนี้ สุพจน์ ยังดำรงตำแหน่งกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โดยดำรงตำแหน่งตั้งแต่เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2552 - 12 เมษายน 2553 รับค่าเบี้ยประชุมอยู่ที่ประมาณเดือนละ 4-5 หมื่นบาท
ฉะนั้นในส่วนนี้ จะมีรายได้รวมเฉลี่ยปีละ 600,000 บาท
1 ตุลาคม 2552 - ปัจจุบัน สุพจน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม มีเงินเดือนรวมรายได้อื่นๆ เฉลี่ยประมาณเดือนละ 1.3 แสนบาท แต่ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ รฟม. ประธานกรรมการ ร.ฟ.ท. และกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เบี้ยประชุมเดือนละ 37,500 บาท เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่ง สุพจน์ เข้าร่วมประชุมเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปลัดกระทรวงคมนาคม ถือเป็นตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการ นั่นคือ ข้าราชการระดับ 11 หากคิดคำนวณจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งแล้วอยู่ที่เดือนละ 1.3 แสนบาท
เฉลี่ยช่วง 1 ปี จะมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,560,000 บาท
หากรวมกับเบี้ยประชุมในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่เป็นทั้งประธานและกรรมการนั้น ช่วงที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม สุพจน์ จะมีรายได้รวมเฉลี่ย ทั้งเบี้ยประชุมบอร์ดรัฐวิสาหกิจและเงินเดือน น่าจะอยู่ที่ปีละกว่า 2.8 ล้านบาท
สำหรับเงินเดือน รวมเงินวิชาชีพและเบี้ยประชุมในแต่ละส่วนแล้ว ข้าราชการระดับปลัดกระทรวงคมนาคม ยังไงๆ ก็จะมีรายได้ไม่เกินปีละ 3 ล้านบาท
ฉะนั้น หากในบ้านสุพจน์ มีเงินจำนวนมากมายอย่างที่กลุ่มผู้ร้ายกล่าวอ้างจริง จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดว่าเงินนั้นมาจากไหน ซึ่งข้อเท็จจริงทางตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง



