
ปฏิบัติการ.".ปล้น-จี้ร้านทอง !
แม้จะเป็นเวลากลางวันแสกๆ และร้านทองจะอยู่ลึกเข้าไปในมุมอับ แต่คนร้ายรูปร่างท้วม สูงใหญ่ราว 170 เซนติเมตร ก็ยังกล้าพอที่จะลงมือ "จี้ชิงทรัพย์" ได้สร้อยทองคำไปมูลค่ากว่า 8 แสนบาท
ร้านทองโอเรียนเต็ล จิวเวลรี่ ตั้งอยู่ในห้างคาร์ฟูร์ สาขาลาดพร้าว กรุงเทพฯ พนักงานเปิดร้านได้ไม่กี่ชั่วโมง ก่อนเที่ยงเล็กน้อยก็ถูกจี้ แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล แต่กระนั้นนอกจากพนักงานในร้านแล้ว ยังมีพยานอีกจำนวนหนึ่งที่สังเกตเห็นรูปร่างลักษณะของคนร้ายรายนี้
"ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้างคาร์ฟูร์นะ มารู้อีกทีตอนดูข่าวโทรทัศน์ เห็นภาพวงจรปิดจากร้านขายทองด้านข้าง สามารถบันทึกภาพชายต้องสงสัยเอาไว้ได้ ผมเลยนึกขึ้นได้ว่า ช่วงก่อนหน้าเกิดเหตุเล็กน้อย ผมเห็นผู้ชายคนนี้ เดินสวมหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบสีน้ำเงิน สวมหน้ากากอนามัย สวมเสื้อคลุมสีครีม กางเกงขายาวสีดำ ลักษณะเหมือนคนส่งเอกสาร มาจอดรถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง แต่จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้...
...ผู้ชายคนนี้เอารถจักรยานยนต์มาจอดแถวๆ นี้ ห่างจากห้างคาร์ฟูร์ไปพอสมควร หลังจากนั้นไม่นานก็ลุกลี้ลุกลนกลับมาที่รถ หมวกกันน็อกและหน้ากากอนามัยยังคงสวมอยู่เหมือนเดิม ขึ้นคร่อมแล้วสตาร์ทรถออกไป"
ทั้งหมดนี้คือคำให้การของพยานที่เห็นรูปพรรณคนร้ายและให้ข้อมูลต่อตำรวจ สน.พหลโยธิน ท้องที่เกิดเหตุไปหมดแล้ว
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของชุดสืบสวนพบว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ลงมือก่อเหตุคนเดียว ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยทองรูปพรรณน้ำหนัก 58 บาท มูลค่ากว่า 8 แสนบาท แม้ว่าร้านทองโอเรียนเต็ล จิวเวลรี่ จะไม่มีกล้องวงจรปิด แต่กล้องวงจรปิดจากร้านค้าข้างเคียงก็สามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งผ่านหน้าร้านไปเอาไว้ได้
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยวัชร์ บุญยืน ผกก.สส.น.2 พร้อมฝ่ายสืบสวน กก.สส.น.2 และ สน.พหลโยธิน ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุดูแผนประทุษกรรมของคนร้าย โดย 1 ใน 3 พนักงานร้านทองโอเรียนเต็ลให้ข้อมูลว่า
ร้านแห่งนี้เพิ่งทดลองเปิดได้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จึงยังไม่มีวงเงินประกันทองคำ หลังจากเปิดร้านได้ไม่นานเท่าไรนัก ช่วงปลอดลูกค้า จู่ๆ คนร้ายก็ผลักประตูเข้ามา พร้อมกับชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ บอกให้ส่งทองรูปพรรณให้ โดยกำชับให้เลือกแต่เส้นใหญ่ๆ เท่านั้น
หนึ่งในชุดสืบสวนประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากคำบอกเล่าของพยานแล้วจึงลงความเห็นว่า คนร้ายรายนี้วางแผนมาเป็นอย่างดี กล้าถึงขนาดสวมหมวกกันน็อกและหน้ากากอนามัยเข้ามาในห้าง แม้ว่าจุดที่ตั้งของร้านทองเกิดเหตุจะอยู่นอกโซนห้างและเป็นจุดอับ แต่จากพยานหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิด สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือการนำหลักฐานต่างๆ ไปตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัย
พ.ต.อ.เจริญแนะนำร้านทองว่า ทุกวันนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี จึงควรเพิ่มมาตรการปกป้องทรัพย์สินของตนเองให้มากขึ้น โดยสามารถทำได้หลายแนวทาง ได้แก่ การติดตั้งกล้องวงจรปิด การทำประตูเข้าออกร้านอัตโนมัติ โดยมีปุ่มเปิดปิดประตูอยู่หลังเคาน์เตอร์ ซึ่งพนักงานเท่านั้นที่จะสามารถเปิดปิดได้ หากคนร้ายหรือคนที่ไม่น่าไว้วางใจเข้ามาก็ไม่ต้องเปิดประตูรับ
"นอกจากนี้ อยากจะฝากว่า สิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องความสวยงามของร้าน แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานและทรัพย์สินเป็นหลัก ด้วยการติดลูกกรงเหล็กระหว่างพนักงานกับคนร้าย เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้าถึงตัวและทรัพย์สิน" พ.ต.อ.เจริญ แนะนำ
คล้อยหลังคดีจี้ร้านทองบนห้างคาร์ฟูร์ ลาดพร้าว ไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็เกิดเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญลักษณะเดียวกันนี้ ที่ จ.ชลุบรี เมื่อคนร้าย 4 คนใช้อาวุธสงครามบุกปล้นร้านทองเยาวราช เลขที่ 406/339 ถนนทางลงหาดจอมเทียน หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ได้สร้อยทองรูปพรรณไปมากถึง 300 บาท
สิ่งสำคัญคือ คนร้ายมีแผนปฏิบัติการด้วยความรุนแรง ตอบโต้ตำรวจด้วยอาวุธสงครามและระเบิด ชนิดผู้ที่ผ่านการฝึกปรือมาอย่างดีเท่านั้นถึงจะทำได้
หรือว่าพิษเศรษฐกิจโลกและการเลิกจ้างงาน ที่ทุกคนหวั่นเกรงกำลังจะส่งผลให้เห็นแล้วในเมืองไทย !?!



