ข่าว

'ชวนนท์'ซัด'สุรพงษ์'บิดเบือนกม.คืนพาสปอร์ต

'ชวนนท์'ซัด'สุรพงษ์'บิดเบือนกม.คืนพาสปอร์ต

06 ธ.ค. 2554

'ชวนนท์' ซัด 'สุรพงษ์' บิดเบือนกฏหมายคืนพาสปอร์ต ปูทาง 'ทักษิณ' กลับบ้าน ยัน'ยึด' กับ 'คืน' หลักต่างกันชัด เหน็บชอบทำตัว 2มาตรฐาน ลั่นไม่ถอยยื่นถอดพ้นเก้าอี้ แม้ปรับครม. จี้'นายกฯ' แจงเฟสบุ๊คส่วนตัวโพสต์ภาพผิด

          6 ธ.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เตรียมคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า นายสุรพงษ์พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงด้านข้อกฏหมายทำให้สังคมเกิดความสับสน โดยเฉพาะกรณีที่พยายามจะพูดว่า หากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มีสิทธิ์ยึดคืนหนังสือเดินทางได้ รัฐบาลชุดนี้ก็มีสิทธิ์คืนความชอบธรรมให้ได้เช่นกัน ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศได้ดำเนินการเพิกถอนตามข้อกฏหมายตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศข้อที่ 23 (7)ซึ่งระบุว่า พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเรียกคืนหรือยกเลิกหนังสือเดินทางได้

          เมื่อปรากฏภายหลังว่า เมื่อพิจารณาเห็นว่าหากให้ผู้ถือหนังสือเดินทางยังคงอยู่ในต่างประเทศต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศไทยหรือต่างประเทศได้ และพ.ต.ท.ทักษิณก็มีพฤติกรรมเข้าข่ายตามนั้นคือ1.มีการหลบหนีหลังจากเดินทางออกนอกประเทศ 2.การเพิกถอนหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ เกิดขึ้นหลังจากการชุมนุมต่าง ๆ แต่กับการคืนหรือทำพาสปอร์ตใหม่นั้นมีเงื่อนไขต่างกันและไม่ได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของรมว.ต่างประเทศคนเดียว เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ มีหมายจับอยู่และผู้ที่มีหมายจับทุกคนจะต้องมีบัญชีดำอยู่ที่กรมการกงสุลต่างประเทศ และไม่สามารถทำหนังสือเดินทางได้ไม่ว่า คดีจะร้ายแรงมากเพียงใด อีกทั้งคดีความนี้ก็จะต้องมีหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งมายังกระทรวงการต่างประเทศว่าเป็นบุคคลที่หนีหมายจับของทางราชการและไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับหนังสือเดินทาง แต่ที่ผ่านมานายสุรพงษ์และรัฐบาลพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง พยามยามกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านว่า หมกหมุ่นกับพ.ต.ท.ทักษิณ แค่หนังสือเดินทางเล่มเดียว ซึ่งไม่จริง

          นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอให้นายสุรพงษ์ไปดูระเบียบข้อที่ 21 ในระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศปี 2548 ที่ระบุว่า พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิเสธหรือยับยั้งการขอหรือแก้ไขหนังสือเดินทางในกรณีดังต่อไปนี้ เช่น (2) เมื่อได้รับแจ้งว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญาหรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวหรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรออกหนังสือเดินทางให้ และยังมีอีกหลายข้อ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเข้าข่ายในการที่ไม่สามารถออกหนังสือเดินทางได้ทั้งหมด

          “พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมชอบทำผิดกฏหมาย นักโทษคนอื่นๆเช่น กำนันเป๊าะหรือนายวัฒนา อัศวเหม ที่นายสุรพงษ์พยายามพูดถึง ถ้ามีโอกาสได้เจอลองไปถามเขาดูว่า เขาทำหนังสือเดินทางได้หรือไม่ อยากจะย้ำให้พี่น้องประชาชนที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคคลที่มีมาตรฐานเหนือกว่าคนอื่น ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการริเริ่มการอภัยโทษ การจะออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และก็การได้รับหนังสือเดินทางคืน ที่ขัดกับหลักกฎหมายชัดเจน แต่เมื่อมีการตรวจสอบจากภาคประชาชนหรือฝ่ายค้านเอง ก็พยายามไปบิดเบือน  เราจะไม่หมกมุ่น ไม่สนใจ หากพ.ต.ท.ทักษิณปฏิบัติตัวเหมือนเช่นคนอื่น ๆ เมื่อมีความผิดก็ต่อสู้ทางกฎหมาย ไม่ใช่ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย และฝากไปยังนายสุรพงษ์ ว่าทำอะไรอย่าคิดว่าไม่มีใครรู้ ผมขอเตือนว่านายสุรพงษ์กำลังจะทำในสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตการเมืองของนายสุรพงษ์” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการยื่นถอดถอน หากว่านายสุรพงษ์ถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรีจะมีผลอย่างไร นายชวนนท์กล่าวต่อว่า ก็ยังถอดถอนนายสุรพงษ์ในฐานะรมว.ต่างประเทศเช่นเดิม ถึงแม้จะถูกปรับออกไปแล้ว และก็ต้องดูว่าความผิดสำเร็จหรือยัง แต่ตนเชื่อว่านายสุรพงษ์ทราบดีว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่ และหากจะมีการปลุกระดมมวลชนเพราะอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็คงไม่ใช่ เพราะข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น

          ถามว่า ที่ผ่านมานายสุรพงษ์พยายามไม่เข้าใจในข้อกฎหมายหรือไม่ นายชวนนท์ตอบว่า นายสุรพงษ์พยายามพูดถึงข้อเดียว อ้างในข้อ 23(7) ซึ่งใช้อ้างว่าการอยู่ในต่างประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศแล้ว แต่นายสุรพงษ์ไม่ได้พูดถึงระเบียบในการที่ไม่สามารกลับมาออกหนังสือเดินทางได้ ส่วนหากนายสุรพงษ์จะทำให้จริง ตนคิดว่าคงไม่ยาก เพราะหากนำไฟล์รูปเดิมของพ.ต.ท.ทักษิณออกมาปริ๊นซ์ก็สามารถออกเล่มใหม่ได้ และช่วงน้ำท่วมกรมการกงสุลคนอาจจะน้อยก็คงไม่ยากที่จะแอบไปทำอะไรกัน

          ส่วนกรณีความพยายามเจรจากับประเทศพม่าให้เปิดด่านแม่สอด ที่จ.ตาก นายชวนนท์กล่าว่า ตนเข้าใจว่าเป็นนโยบายต่อเนื่องอยู่แล้ว และอาจจะมาประสบผลสำเร็จในตอนนี้

 

จี้'นายกฯ'แจงเฟสบุ๊คส่วนตัวโพสต์ภาพผิด

          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวถึงกรณีรูปในเฟสบุ๊คส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายว่า ก่อให้เกิดความไม่สบายใจต่อพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก และเป็นความสงสัยเคลือบแคลงในคำถามที่ประชาชนส่วนหนึ่งเขาตั้งข้อสังเกตต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลชุดนี้ และการไปโพสต์รูปผิดเป็นเวลาถึง 10 ชั่วโมง ตนเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และกระทบต่อจิตใจของประชาชนเป็นอย่างมาก หากเป็นเรื่องบังเอิญ นายกฯต้องออกมาชี้แจงและขอโทษต่อคนทั้งประเทศ ไม่ใช่โยนความผิดให้กับทีมงาน

          ส่วนการยกเลิกการฉายภาพยนตร์พาโนรามาที่บริเวณริมรั้วพระบรมหาราชวังนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลชี้แจงสาเหตุ เพราะขณะนี้มีการให้เหตุผลที่ไม่ตรงกัน และการตัดทอนในส่วนที่เป็นพระราชกรณียกิจ ตัดในส่วนที่เป็นการยกย่องพระมหากษัตริย์ของประเทศ ควรมีคำตอบที่ชัดเจนมากกว่านี้ นอกจากนี้ในส่วนงบประมาณ117ล้านบาทนั้นเมื่อมีการปรับลดกิจกรรมแล้ว ควรจะมีการชี้แจงว่าจะต้องปรับลดงบประมาณตามหรือไม่ อย่างไร และเป็นไปได้หรือไม่เงินที่เหลือจากการปรับลดการแสดงสามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที