
รง.ปิดสาวฉันทนาเครียดป่วยเข้าไอซียู
น้ำท่วมโรงงานปิด สาวฉันทนาเครียดป่วยเข้าไอซียู : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
มหาอุทกภัย2554 สร้างผลกระทบให้แก่คนไทยนับล้านชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาลูกจ้างและแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากระดับน้ำที่ท่วมสูง โรงงานและกิจการหลายแห่งทั้งในและนอกเขตนิคมอุตสาหกรรมต้องปิดกิจการลงชั่วคราว ขณะที่หลายแห่งยังไม่ทราบชะตากรรมว่าหลังน้ำลดจะสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้งหรือไม่
ข้อมูลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุว่าจนถึงเดือนพฤศจิกายน มีสถานประกอบการถึง 2.8 หมื่นแห่ง ใน 21 จังหวัด ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ โดยมีจำนวนแรงงานถึง 1.02 ล้านคนกำลังได้รับความเดือดร้อน ในจำนวนนี้มีถึง 4.5 พันคน ถูกบริษัทเลิกจ้างแล้ว ขณะที่อีกนับแสนรายยังไม่ทราบชะตากรรมว่าจะยังคงมีงานทำหลังน้ำลดหรือไม่
โรงงานไดนามิคโปรโมชั่น และเคมิคัล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ย่านพุทธมณฑลสาย 4 เป็นหนึ่งในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย 2554 ซึ่งปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ยังคงปิดกิจการชั่วคราว ท่ามกลางความไม่ชัดเจนว่าหลังน้ำลด พนักงานโรงงานแห่งนี้จะต้องกลายเป็นคนตกงานหรือไม่
เกือบ1 เดือนเต็มพนักงานของบริษัทกว่า 600 คน ได้โทรศัพท์สอบถามถึงสถานภาพของตัวเองจาก "ธีรารัตน์ ศรีสุข" กรรมการสหภาพแรงงานโรงงานไดนามิค โปรโมชั่น และเคมิคัล จำกัด เพื่อขอคำปรึกษารวมถึงสอบถามเรื่องแนวทางการช่วยเหลือภายหลังน้ำลด จนทำให้กรรมการสหภาพแรงงานผู้นี้ เกิดความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตก ญาติต้องนำส่งโรงพยาบาลรักษาอาการโดยด่วน ซึ่งล่าสุดอาการยังไม่ดีขึ้น ยังคงต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
เครือวันไชยโย น้องสาวผู้ป่วย เล่าว่า โรงงานไดนามิค โปรโมชั่น และเคมิคัล จำกัด ที่พี่สาวทำงานอยู่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จนต้องหยุดกิจการชั่วคราว และล่าสุดยังไม่มีการจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงาน พี่สาวมีหน้าที่เป็นกรรมการสหภาพแรงงานของโรงงาน ต้องทำหน้าที่ประสานงานให้ความช่วยเหลือพนักงานบริษัท ซึ่งหลังจากพนักงานไม่ได้รับเงินเดือนก็โทรศัพท์มาสอบถามพี่สาวไม่เว้นระยะ จึงทำให้พี่สาวเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตก
"ก่อนที่เขาจะป่วย เตือนเขาแล้วให้พักผ่อนบ้าง เขาบอกว่าต้องช่วยเหลือเพื่อนพนักงานก่อน เขาคอยประสานงานระหว่างพนักงานกับผู้บริหารโรงงานโดยไม่ยอมพักผ่อน และเครียด สุดท้ายเส้นเลือดในสมองจึงแตก อาการหนักหมอบอกให้ทำใจ เพราะหากพี่สาวหายก็อาจจะไม่ปกติเหมือนเดิม" เครือวันบอก
ขณะที่สมทรง บุญรักษา ประธานสหภาพแรงงานโรงงานไดนามิคโปรโมชั่น และเคมิคัล จำกัด บอกว่า รู้สึกเห็นใจ "ธีรารัตน์" ที่ทำงานเพื่อเพื่อนพนักงานจนตัวเองต้องล้มเจ็บ ขณะที่เห็นใจเพื่อนพนักงานทุกคนเพราะถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้บริหารโรงงานจะดำเนินการอย่างไร โดยเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนผู้บริหารแจ้งว่าจะจ่ายเงินเดือนให้ 75 เปอร์เซ็นต์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครได้รับเงิน ส่วนหลังน้ำลดโรงงานจะปิดกิจการหรือไม่นั้น ได้รับแจ้งจากผู้บริหารว่า หากต้องปิดกิจการจะติดประกาศให้ทราบ
"ทุกคนเครียดมากเพราะไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นอย่างไร หากโรงงานจะปิดก็บอกเลยดีกว่าเพราะจะได้ไปหางานใหม่กัน อีกทั้งยังอยากทราบความชัดเจนว่าเงินค่าแรงงวดที่เหลือจะจ่ายกันเมื่อไหร่ อย่างไร เพราะทุกคนต่างมีภาระ ต้องกินต้องใช้กันทั้งสิ้น บางรายเดือดร้อนไม่มีที่อยู่ ต้องมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์กลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย อ้อมใหญ่ เพราะไม่มีที่ไป" ประธานสหภาพแรงงานโรงงานไดนามิค โปรโมชั่น และเคมิคัล จำกัด บอก
"คม ชัด ลึก" พยายามโทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้บริหารโรงงานไดนามิค โปรโมชั่น และเคมิคัล จำกัด เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อกับผู้บริหารรายใดได้ จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามแนวทางช่วยเหลือแรงงานของบริษัทแห่งนี้จาก ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผอ.วิจัยด้านหลักประกันสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
โดยดร.วรวรรณ แนะนำว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของกองทุนประกันสังคม ที่สมควรจะเข้าไปช่วยเหลือลูกจ้างในเขตประสบภัยพิบัติ โดยให้ผู้ประกอบการรีบแจ้งเรื่องให้สำนักงานประกันสังคมทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจ่ายเงินชดเชยกรณีว่างงาน โดยขณะนี้กองทุนประกันการว่างงานมีเงินสะสมมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท เงินจำนวนนี้ครอบคลุมถึงการชดเชยให้คนงานที่ต้องหยุดงานเพราะภัยพิบัติน้ำท่วมด้วย
"ตามหลักเกณฑ์แล้วกองทุนประกันสังคมต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่สมาชิกกองทุนซึ่งต้องกลายเป็นผู้ว่างงานจากภัยพิบัติน้ำท่วมร้อยละ 50 ของอัตราค่าจ้าง หรือไม่ก็ต้องจ่ายชดเชยให้ในอัตรา 30 วันตามอัตราค่าแรงรายวัน ซึ่งผู้ประกอบการควรรีบติดต่อสำนักงานประกันสังคมโดยด่วน" ดร.วรวรรณแนะนำ
ขณะที่"วิไลวรรณ แซ่เตีย" รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) บอกว่า แรงงานที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ถูกเลิกจ้างแน่นอน กลุ่มหยุดงานแบบมีกำหนดเวลา และกลุ่มหยุดงานแบบไม่รู้ชะตากรรม ซึ่งอยากให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางในการช่วยเหลือโดยด่วน



