ข่าว

พสกนิกรร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรในหลวง

พสกนิกรร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรในหลวง

05 ธ.ค. 2554

นายกฯ นำพสกนิกรชาวไทยเนืองแน่นท้องสนามหลวง ทั่วปท.ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรในหลวง ครบรอบ 7 พรรษา

          วันที่ 5 ธ.ค.54 เวลา 19.19 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานพิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยมี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ พ่อค้าและประชาชนทุกสาขาอาชีพ เข้าร่วมในพิธีเพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยได้ทำการถ่ายทอดสดพร้อมส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมไปยังทั่วประเทศด้วย

          นายกฯ นำพสกนิกรชาวไทยเนืองแน่นท้องสนามหลวง ทั่วปท.ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรในหลวง ครบรอบ 7 พรรษาทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีและคู่สมรส เดินทางถึง ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วงดุริยางค์ 3 เหล่าทัพ บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ จบแล้ว นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงานความเป็นมาการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ

          จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ จุดเทียนชัย และถวายคำนับหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายกรัฐมนตรีกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และกล่าวถวายพระพรชัยมงคล ดังนี้

          ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

          ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่มาชุมนุมพร้อมเพรียงกันอยู่ ณ ที่นี้ และในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ มีความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมกัน แสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554 อันเป็นวาระสำคัญยิ่งของชาวไทยทั้งชาติในวันนี้

          ปวงชนชาวไทยทั้งหลายล้วนประจักษ์ชัดแจ้งว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงงานหนักเพื่ออาณาประชาราษฎร์และเพื่อบ้านเมืองเสมอมา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ โดยมิทรงย่อท้อต่อความยากลำบาก เพื่อบรรเทาทุกข์ของเหล่าราษฎร ทั้งสายพระเนตรที่ยาวไกล สะท้อนเป็นรูปธรรมผ่านโครงการพระราชดำริมากมายล้วนเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง แม้ในช่วงเวลาที่ทรงพระประชวรก็ยังทรงห่วงใยราษฎรและทรงงานอย่างต่อเนื่องไม่เคยหยุด เพื่อพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฎร์

          ปรากฏการณ์ของมหาอุทกภัยร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงตักเตือนและทรงชี้แนวทางแก้ไขมาแล้ว ตั้งแต่เมื่อเกิดอุทกภัยครั้งสำคัญเมื่อพุทธศักราช 2526 และพุทธศักราช 2538 รัฐบาลร่วมกับพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และจักน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งและแนวพระราชดำริที่เกี่ยวข้องมาเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาวให้เกิดผลสัมฤทธิ์จงได้

          ขณะเดียวกันกับที่ชาวโลกกำลังเผชิญผลกระทบอย่างกว้างขวาง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทก็เป็นแนวทางที่ได้รับการยกย่องและเห็นพ้องต้องกันทั่วไปในประชาคมโลกว่า แนวปรัชญาตามพระราชดำริดังกล่าวเป็นวิถีทางที่เหมาะสมสำหรับการแก้วิกฤตและสามารถใช้เป็นครรลองดำเนินชีวิตของคนทุกชาติทุกภาษาได้อย่างแท้จริง

          ข้าพระพุทธเจ้าและพสกนิกรชาวไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้เย็นศิระเพราะพระบริบาลโดยแท้นับแต่ทรงดำรงสิริราชสมบัติจวบจนกระทั่งปัจจุบันเป็นเวลากว่า 65 ปี พระมหากรุณาธิคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเป็นที่ประจักษ์เทิดทูนและแซ่ซ้อง ด้วยพระอัจฉริยภาพอันล้ำเลิศ ตลอดจนน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยม ด้วยพระเมตตากรุณาและพระจริยวัตรที่งดงามยิ่ง ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจึงสถิตอย่างแนบแน่นในดวงใจของทวยราษฎร์ชั่วกาลนิรันดร์

          เนื่องในมหามงคลอันพิเศษสุดนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพสกนิกรน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ดังนี้

          "ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอประกาศความสามัคคีสมานฉันท์ รวมใจกันเป็นหนึ่ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติด้วยความจงรักภักดี และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง สถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้า ของปวงข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพสกนิกรไทยตลอดกาลนาน เทอญ" ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

          นายกรัฐมนตรีถวายคำนับ แล้วรับโคมเทียน วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญ พระบารมี และ เพลงสดุดีมหาราชา จบแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวนำ "ทรงพระเจริญ" 3 ครั้ง ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องทั่วท้องสนามหลวง จากนั้นเป็นการแสดงพลุดอกไม้ไฟโพโรเทคนิคเฉลิมพระเกียรติฯ การแสดงสายธารน้ำตก พเยียมาศ และพลุเทียน สวยสดงดงามตระการตาสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้า

          ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมาก ต่างพร้อมใจสวมสื้อสีชมพู ได้ทยอยเดินทางมาร่วมพิธีที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงอย่างเนืองแน่น ซึ่งทุกคนต่างจัดเตรียมเทียน เพื่อมาจุดแสดงความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย ด้วยความจงรักภักดี

          นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ตั้งลานพลับพลาเจษฏาบดินทร์ ตลอดทางจนถึงบริเวณโดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง การออกร้านขิงหน่วยงานต่างๆ การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนอาหารและเครื่องดื่มด้วย

 

ชาวรังสิตจุดเทียนชัยถวายพระพรในหลวง

          บรรยากาศล่าสุดที่บริเวณสำนักงานเทศบาลนครรังสิต ได้มีการจัดกิจกรรมจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ทั้งนี้ทางเทศบาลนครรังสิต ร่วมกับพสกนิกรชาวรังสิต ได้ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยขณะนี้ มีประชาชนต่างเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อร่วมกันแสดงความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้มีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเวลา 19.00 น.เป็นต้นไป

 

ประชาชนนับแสนแห่สักการะพระทันตธาตุ

          เวลา 16.30 น. บริเวณประดิษฐานพระทันตธาตุจากภูฏาน ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ดร.อำนาจ บัวศิริ รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า มีประชาชนมาสักการะพระทันตธาตุและมาถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ 3-5 ธันวาคม อย่างล้นหลาม มากกว่า 100,000 คน โดยพระทันตธาตุจะประดิษฐานถึงสนามหลวงจนถึงวันที่ 9 ธันวาคม ซึ่งหลังจากวันดังกล่าว พศ.หารือกับทางกรุงเทพมหานครอีกครั้งว่า จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่ใด เนื่องจากพื้นที่ท้องสนามหลวงจะต้องใช้ประกอบพิธีอื่นๆต่อไป

 

โขน 7 ชาติอาเซียนรำรามเกียรติ์ถวายพระพรในหลวง

          เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานที่โรงละครแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดการแสดงมหกรรมรามายณะนานาชาติจากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย และอินเดีย รวม 7 ประเทศ นำมหากาพย์เรื่อง รามายณะ หรือที่ชาวไทยรู้จักในชื่อ รามเกียรติ์ วรรณกรรมมรดกทางวัฒนธรรมของภูมิภาคมาร้อยเรียงจัดเป็นมหกรรมการแสดงนาฏศิลป์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งการแสดงรามายณะนานาชาติเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เริ่มโหมโรงเฉลิมพระเกียรติแต่ละประเทศ และในเวลา 19.19 น นักแสดงนานาชาติร่วมถวายพระพร ณ มณฑลท้องสนามหลวง และประชาชนให้ความสนใจเข้าชมการแสดงรามายณะนานาชาติกว่า 1,000 คนจนแน่นขนัดโรงละครฯ

          ด้าน นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า วธ.ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงรามายณะนานาชาติ ในวันที่ 9 ธ.ค. รอบเสด็จ 20.00 น. และทรงระนาดเอกเพลงโหมโรงโขนร่วมกับวงดนตรีบ้านปลายเนิน โดยการแสดงนี้ประชาชนทั่วไปสามารถชมได้วันที่ 6 - 7 รอบ 19.00 น. และวันที่ 9 รอบ 13.00 น.โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

พม่าปล่อยตัวนักโทษไทย ร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาส 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554

          นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นอกจากทางการพม่าจะเปิดด่านแม่สอด เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบแล้ว ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากทางการพม่าว่า จะปล่อยตัวนักโทษไทย 8 คน ที่ถูกจำคุกอยู่ที่เกาะสอง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสสำคัญนี้ด้วย

 

.................

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพข่าวเพิ่มเติม จาก @Reporter_js8 , @onio_o , @Bancha_nna)