ข่าว

'เทพไท'แนะ'นายกฯ'งดใช้'เฟซบุ๊ค-ทวิตเตอร์'

'เทพไท'แนะ'นายกฯ'งดใช้'เฟซบุ๊ค-ทวิตเตอร์'

05 ธ.ค. 2554

'เทพไท' แนะ 'ยิ่งลักษณ์' งดใช้ 'เฟซบุ๊ค-ทวิตเตอร์' หลังพลาดหลายครั้ง ซัดเสื่อมเสียต่อสถานะผู้นำปท. จี้ขอโทษปชช. อัดครม.สอบตกยกชุด ชี้คนระอากับรมต.ที่ไร้ฝีมือ มุ่งประจบสอพลอ 'นายใหญ่' ปัดกลัว 'ทักษิณ' ท้ากลับไทย เตือน 'ปึ้ง' ดื้อคืนพาสปอร์ตระวังเจอโทษทางกม

          5 ธ.ค.54 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความผิดพลาดบนเฟซบุ๊คของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯว่า ตนไม่ได้ติดตามเรื่องนี้มาแต่ต้น เพราะในขณะนั้นอยู่ต่างจังหวัด และขอแสดงความเสียใจกับพลเมืองดีที่ชื่อว่า “น้องเด็กปากดี แห่งเสรีไทย” ที่พบเห็นข้อความบนเฟซบุ๊คของนายกฯที่ไม่เหมาะสม และแจ้งมาให้ตนทราบ แต่ตนไม่ได้ดำเนินการให้ทันท่วงที ซึ่งปกติตนเป็นคนเฝ้าติดตามพฤติกรรมความไม่เหมาะสมต่อสถาบันเบื้องสูงอยู่ตลอดเวลา แต่ครั้งนี้ไม่คาดคิดว่าเรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นบนเฟซบุ๊คของคนระดับนายกฯ แม้ว่าเรื่องนี้จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของนายกฯในฐานะเจ้าของ หรือทีมงานก็ตาม ซึ่งตัวนายกฯและทีมงานก็ควรมีวุฒิภาวะและความรอบคอบ รอบรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มาก ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแม้ว่านายกฯและทีมงานจะยอมรับ แต่เป็นเรื่องที่กระทบไปยังความรู้สึกของประชาชน และความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อตัวนายกฯด้วย การที่นายกฯจะมีหนังสือกราบบังคมทูลเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษในข้อผิดพลาดก็เป็นเรื่องดี แต่ก็ควรที่จะขอโทษต่อความรู้สึกของประชาชนคนไทยด้วย

          “มีหลายครั้งที่ความผิดพลาดเกิดขึ้นเกี่ยวกับเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์ของตัวนายกฯ ถ้าหากว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ นายกฯก็ควรที่จะงดใช้เฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์ชั่วคราวไปจนกว่าจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ผมไม่อยากให้ความผิดพลาดของนายกฯ เกิดขึ้นซ้ำซาก ต่อสาธารณชน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารในทางตรงหรือทางอ้อม หรือสื่อสารผ่านสื่อ ใดๆ ทั้งสิ้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เสียหายในฐานะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่เป็นความเสียหายและขาดความน่าเชื่อถือต่อสถานะนายกฯ ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศด้วย” นายเทพไท กล่าว

 

'ปชป.'อัด'ครม.'สอบตกยกชุดจี้'นายกฯ'ปรับครม.

          นายเทพไท เสนพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนคงจะผิดหวังจากการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล ขณะนี้สิ่งที่ประชาชนอยากได้ก็คือประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งนายกฯต้องกลับมาทบทวนว่าห้วงเวลาที่ผ่านมาความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินคืออะไร ถ้านายกฯคิดจะแก้ตัวใหม่อีกครั้ง โดยปรับปรุงบุคลากร หรือตัวรมต.ให้สอดคล้องกับความรู้ความสามารถ ก็น่าจะใช้เงื่อนไขปีใหม่ปรับปรุงครม. ให้เป็นของขวัญกับประชาชน เพราะในขณะนี้รัฐมนตรีแต่ละคนไร้ฝีมือ ไร้ผลงาน ทำหน้าที่แค่ประจบสอพลอผู้มีอำนาจ ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายคนลงทุนลงแรงยอมเอาอนาคตของตัวเองแลกความผิดตามกฎหมาย หรือแม้แต่บางคนต้องบินไปฟ้องนายใหญ่ในต่างประเทศ เลื่อยขาเก้าอี้กันวุ่นวาย เพราะฉะนั้นนายกฯจะต้องใช้วุฒิภาวะความเป็นผู้นำตัดสินใจด้วยตัวเองมากกว่าให้คนในครม.วิ่งไปหาผู้มีอำนาจหลายคน จนตัวเองต้องขาดภาวะผู้นำความเป็นนายกรัฐมนตรีไป ถ้าการปรับครม.ครั้งนี้มาจากนายใหญ่ นายหญิง เจ๊ใหญ่ หรือเจ๊น้อย สภาพของรัฐบาลก็จะล้มเหลวเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา

          “ถ้าจะถามว่ารัฐมนตรีคนไหนที่ควรปรับออกบ้าง ก็ต้องกลับไปถามว่ามีรมต.สักคนบ้างไหมที่มีผลงานพอที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไปได้ ไม่อยากให้ฝ่ายค้านให้คะแนนกับครม.ชุดนี้ เพราะอาจจะถูกกล่าวหาว่ามีวาระซ่อนเร้น หรือผลประโยชน์ทับซ้อน อยากจะให้ฟังเสียงประชาชนมากกว่า ส่วนตัวถ้าจะให้คะแนนครม.ชุดนี้ก็จะปรับตกทั้งชุด เพราะยังไม่เห็นว่ามีบุคคลใดโดดเด่นพอที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเดิมอยู่ได้เลย นับตั้งแต่ตัวนายกฯไปจนถึงรัฐมนตรีปลายแถว” นายเทพไท กล่าว

 

'ปชป.'ปัดกลัว'ทักษิณ'ท้ากลับไทยพิสูจน์ความบริสุทธิ์

          นายเทพไท เสนพงศ์ กล่าวถึงกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ยืนยันที่จะคืนพาสปอร์ตให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นสิทธิ์ของนายสุรพงษ์ ในฐานะรมว.ต่างประเทศ ที่สามารถทำได้ แต่จะต้องรับผิดชอบต่อผลการกระทำที่ตามมาด้วย ไม่ว่าผลทางกฎหมายหรือผลทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น ตนอยากให้รมว.ต่างประเทศ ใช้ดุลยพินิจให้รอบคอบว่าระหว่างผลประโยชน์ของคนคนเดียว กับผลประโยชน์ของประเทศชาติว่าอย่างไหนสำคัญกว่า ถ้ารัฐบาลชุดนี้จะอ้างเอาพาสปอร์ตเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ แล้วประชาชนทั้งประเทศก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ารัฐบาลชุดนี้ได้เตรียมของขวัญอะไรให้กับคนไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่บ้างหรือไม่

          เมื่อถามว่า นายสุรพงษ์ ระบุรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถอนพาสปอร์ตของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับคดีที่ดินรัชดา แต่เป็นข้อหาเคลื่อนไหวกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งรัฐบาลชุดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เห็นด้วย จึงมีความชอบธรรมในการคืนพาสปอร์ตให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ นายเทพไท กล่าวว่า รัฐบาลชุดก่อนยึดพาสปอร์ตพ.ต.ท.ทักษิณ ตามเงื่อนไขทางกฎหมาย มีเหตุผลรองรับ เพราะถ้ายกเลิกพาสปอร์ตโดยผิดกฎหมายก็จะถูกพ.ต.ท.ทักษิณ หรือลิ่วล้อฟ้องไปแล้ว ดังนั้นถ้าจะอ้างคืนพาสปอร์ดโดยอ้างกฎหมายหรือความชอบธรรม นายสุรพงษ์จะต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่า นักโทษหนีคดีไปเคลื่อนไหวทางการเมืองในต่างประเทศ ทำร้ายประเทศไทย ทำร้ายกระบวนการยุติธรรม จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง และอยู่เบื้องหลังการเผาบ้านเมือง สมควรคืนพาสปอร์ตความเป็นคนไทยให้เขาหรือไม่ และจะต้องถามเจ้าตัวก่อนว่าเจตนาที่ไปถือพาสปอร์ตประเทศมอนเตรเนโกร และประเทศต่างๆ ด้วยความภาคภูมิใจ แล้วทำไมต้องมาบีบบังคับให้รัฐบาลไทยคืนพาสปอร์ตไทยให้ตัวเองอีก
 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุรพงษ์บอกไม่กลัวการยื่นถอดถอน นายเทพไท กล่าวว่า เป็นการพูดแก้เกี้ยวทางการเมือง เป็นธรรมดาของนักการเมืองประเภทที่ชอบเอาสีข้างเข้าถูที่มักจะดื้อรั้น ไม่อยากเสียหน้า หรือเสียเหลี่ยมทางการเมือง ถ้านายสุรพงษ์มั่นใจก็ให้ทำไป แต่สุดท้ายข้อกฎหมายก็จะเป็นบทพิสูจน์ความผิดเอง

          นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ กลัวพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยกลัวและรังเกียจพ.ต.ท.ทักษิณ เลย แต่กลับเรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยขัดขวางการกลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากประเทศไทยไป ก็ไม่มีใครขับไล่ไสส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปด้วยตัวเองโดยการหนีคดีไป ถ้าจะกลับมาก็กลับมาสู้คดีต่อ และเป็นเงื่อนไขที่ดีด้วยซ้ำไปที่ขณะนี้อำนาจรัฐตกอยู่ในมือของบริวารพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ถ้าหากว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองก็อยากให้กลับมา และเชื่อว่ารัฐบาลนี้ก็จะอำนวยความสะดวกและคุ้มครองพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ดีที่สุดเหมือนยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เคยกลับมาประเทศไทย หลังจากการัฐประหารมาแล้วครั้งหนึ่ง