
โจรคนสำคัญ
โจรคนสำคัญ : เลียบค่าย ชัยกรใบเงิน
คดีปล้นบ้านนายสุพจน์ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทวงคมนาคม ยิ่งสาวก็ยิ่งลึกและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่ทั้ง ป.ป.ช. และ ปปง.กำลังคลำหาที่มา หลังจาก ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้เสียหายยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
เรื่องนี้มีกุญแจดอกสำคัญคือ"โก้" ที่ยังหลบหนีอยู่ใน ส.ป.ป.ลาว เคลื่อนไหวไปมาระหว่างเขตพรมแดนเวียดนามและจีน
เชื่อว่าคนร้ายรายนี้แหละที่ได้เงินไปมากที่สุดมากกว่าที่ ป.ป.ช.อายัดจากของกลางที่ตำรวจตามยึดมาได้จากคนร้ายที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้าเสียอีก
เงื่อนงำและการปล่อยข่าวจึงเกิดขึ้นมากมาย
นี่ไม่ใช่คดีอาชญากรรมธรรมดาเพราะยังโยงไปถึงประเด็นทางการเมืองระดับชาติที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แจงข้อมูลในสภาว่าอาจเป็นเงินจากโครงการรถไฟฟ้าและกำลังส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. ไปดำเนินการ
ประวัติของกุญแจดอกนี้นับว่าไม่ธรรมดาเพราะเคยทำธุรกิจอยู่ในส.ป.ป.ลาว หลายปีคุ้นเคยกับเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี ยังมีเส้นสายโยงใยกับคนใหญ่ในพื้นที่เยอะแยะ ที่สำคัญพี่ชายยังทำธุรกิจอยู่ในนั้นด้วย
ตรงนี้แหละทำให้การตามล่าของตำรวจยากขึ้นหลายเท่าตัว
อย่าลืมว่าการปล้นครั้งนี้ทางการสืบสวนมั่นใจว่า มีการ "สั่งปล้น" เพราะฉะนั้น "นาย" ที่อยู่เบื้องหลัง "โก้" คงไม่ปล่อยให้จับตัวกันได้ง่ายๆ ยิ่งมีการโยงไปถึงนักการเมืองระดับใหญ่ด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มอุปสรรคและจุดประเด็นการเมืองไปพร้อมๆ กัน
สถานะของผู้หลบหนีจึงเสมือนยืนอยู่บนเส้นด้ายตายได้ตลอดเวลาเพราะหากถึงตอนสุดท้ายจริงๆ คนบงการก็อาจสั่งเก็บปิดปากซะ เพื่อไม่ให้ความลับเปิดเผย
อีกอย่างหากเป็นไปตามข่าวที่ว่าคนร้ายรายนี้ไปจ้างคนคุ้มกันจริงและยังออกเที่ยวเตร่ จะนำภัยมาสู่ตนเองเพราะไม่รู้ว่าชุดคุ้มกันพอเห็นเงินหรือรู้ว่าขนเงินข้ามโขงไปมาก จะหักหลังเสียเองหรือเปล่า
นี่ยังไม่นับรวมถึงผู้เสียหายที่ก็คงไม่ธรรมดาเหมือนกันหากจะตามทวงเงินคืน
เรื่องเลยกลายเป็นว่านอกจากตำรวจไทยและ ส.ป.ป.ลาว ต้องคว้าตัวให้ได้ก่อน ยังมีส่วนประกอบที่อาจทำให้ผู้ต้องหารายนี้หายสาบสูญไปได้อีกต่างหาก
ตำรวจเลยต้องทุ่มกำลังแข่งกับเวลาเพราะมีแนวโน้มว่ายิ่งนานวัน ลมหายใจของโจรคนสำคัญรายนี้จะสั้นลงทุกที!!



