
ลุยผับทั่วปท.จ่อเก็บภาษีเข้ารัฐ
กรมสรรพสามิตลงพื้นที่ สำรวจสถานบันเทิงทั่วประเทศ เข้าข่ายต้องเสียภาษีหรือไม่ หวังเพิ่มรายได้เข้ารัฐ พร้อมเตรียมประสานงานตำรวจ ขึ้นทะเบียนสถานบันเทิงให้สอดคล้องกัน
นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างจัดทำแผนที่ภาษี เพื่อขยายฐานการจัดเก็บรายได้ให้กว้างและลึกมากขึ้น ภายหลังมีความชัดเจนจากกรณีของซานติก้าผับ ที่เกิดเหตุไฟไหม้เมื่อปี 2552 มีผู้เสียชีวิต 66 คนและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก จัดเป็นสถานบันเทิงประเภทไนต์คลับและดิสโก้เธคต้องเสียภาษีในอัตรา 10% ของรายได้ โดยถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้กรมสรรพสามิตสามารถจัดเก็บภาษีสถานบันเทิงประเภทนี้ แม้ว่าจะไม่มีฟลอร์สำหรับการเต้นรำ แต่พฤติกรรมของนักเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเต้นรำบริเวณโต๊ะหรือรอบโต๊ะ ก็เข้าข่ายต้องเสียภาษีให้แก่กรมสรรพสามิต
ทั้งนี้ นางเบญจาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เพื่อสำรวจสถานบันเทิงต่างๆ ว่ามีจุดไหนบ้างและร้านใดที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีดังกล่าว แม้ว่าร้านค้าที่ตรวจพบจะไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพสามิตก็ตาม แต่ตนเห็นว่ากรมสรรพสามิตไม่ควรนิ่งเฉยกับเรื่องดังกล่าว เพราะหากสามารถจัดเก็บภาษีสถานบันเทิงประเภทนี้ได้จริงก็จะเพิ่มรายได้ให้แก่กรมสรรพสามิตจำนวนมาก โดยจะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อการขึ้นทะเบียนสถานบันเทิงให้สอดคล้องกับแนวทางของตำรวจด้วย
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตกำลังพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในหลายรายการ เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น และ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นภาษีบุหรี่ ยาเส้นและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น สุราและเบียร์ รวมถึงสถานบันเทิงต่างๆ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มภาษีบาป เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่กระทรวงการคลัง แต่การพิจารณาว่าจะปรับขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินของกระทรวงการคลัง
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า การพิจารณาเรื่องการเสียภาษีของซานติก้าผับนั้น ได้ใช้เวลาในการพิจารณามานานว่าจะเข้าข่ายหรือไม่เข้าข่ายการเสียภาษีสรรพสามิต เพราะทางซานติก้าผับยืนยันว่า ไม่ได้เป็นสถานบันเทิงที่มีฟลอร์เต้นรำ ขณะที่มีสถานบันเทิงที่เข้าข่ายจะต้องจดทะเบียนเป็นสถานบันเทิงประเภทดิสโก้เธคและไนต์คลับมาอยู่มาก แต่ที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมสรรพสามิต จึงทำให้ไม่ต้องเสียภาษี เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่
อย่างไรก็ตาม จากประมาณการล่าสุด มีสถานบันเทิงที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีให้แก่กรมสรรพสามิตมีประมาณ 400 แห่งจากที่เปิดอยู่ทั่วประเทศนับหมื่นแห่ง



