
พ่อยุคใหม่เลี้ยงลูกอย่างไรดี
พ่อยุคใหม่ เลี้ยงลูกอย่างไรดี
คุณๆ สงสัยหรือเปล่าว่าในสังคมยุคปัจจุบันการแก่งแย่ง การเอาตัวรอด เป็นเรื่องแข่งขันกันอย่างรุนแรงที่ทุกคนไม่ว่าจะวัยใดต้องพบเจอเพื่อหาที่ยืนในสังคม และในเทศกาลวันพ่ออย่างนี้นอกจากจะบอกรักพ่อ พาพ่อไปเที่ยว รับประทานนอกบ้าน สิ่งหนึ่งที่อยากสะท้อนคือการสั่งสอนของพ่อสู่ลูกว่าในยุคนี้...จะสอนลูกอย่างไรดี
เริ่มจาก คุณพ่อรุ่นใหม่ "หนึ่ง" สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการบิวตี้ เจมส์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นพ่ออยากบอกว่าลูกของตัวเองได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการชุมนุม การปฏิวัติ การเผาบ้านเผาเมือง การปิดสนาม และล่าสุดน้ำท่วมอย่างหนัก ซึ่งลูกๆ ก็โตพอที่จะรู้เรื่องราวและรู้จักคิด เพราะเราต้องพาเขาหนีตลอด ตอนเผาบ้านเผาเมืองก็ต้องพาหนีเพราะออฟฟิศอยู่ในบริเวณนั้น และเมื่อปิดสนามบินก็ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ หรือแม้กระทั่งน้ำท่วมตอนนี้ก็ต้องพาเขาหนีน้ำ
"ดังนั้นในฐานะที่เป็นพ่อก็เพิ่งจะคุยกับเพื่อนในรุ่นเดียวกันว่าเด็กๆ ยุคนี้มีภูมิคุ้มกัน และเขาคิดเป็นว่าอะไรถูกอะไรผิด และสิ่งที่ผมปลูกฝัง คือความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่คนไทยมีให้กัน เพราะนั่นจะทำให้สังคมเราอยู่ได้ เมื่อเราเผื่อแผ่กันเราก็จะรักและสามัคคีกัน ประเทศก็จะเดินไปข้างหน้า และอยากให้คนอีก 500 คนได้สามัคคีกัน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพราะประเทศจะเจริญการส่งไม้ต่อให้คนรุ่นใหม่ต้องสมบูรณ์ อย่าส่งไม้ที่ผุพังให้เขาและอย่าคิดว่าเด็กๆ รุ่นนี้คิดไม่เป็นเด็ดขาด ต้องรู้จักเสียสละ แข่งกันยอมรับผิด แข่งกันยอมรับถูกนี้ละจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆ ของเรา" คุณพ่อรุ่นใหม่ให้ความเห็น
ดร.สมนึก สงวนสิน คุณพ่อลูกสามเจ้าของบริษัทสินทรัพย์ ประกันภัย กล่าวว่า จากเหตุการณ์ทั้งหมดลูกๆเด็กๆ ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนตัวเองก็เพิ่งจะเคยเห็นเช่นกันในบางเรื่องอย่างเหตุการณ์น้ำท่วม และการที่เขาได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ทำให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวของเขาเองพร้อมๆ กับถามเราเพื่อความกระจ่าง นั้นเองจึงเป็นการสอนลูกให้รู้จักโลกแห่งความเป็นจริง อย่างน้ำท่วมทางครอบครัวก็ช่วยกันแพ็กของออกไปแบ่งปัน เด็กๆ ก็ถามว่าทำไมต้องเอาของเราไปแจก จึงได้สอนว่าการที่เราสุขสบายน้ำไม่ท่วมบ้านเราก็ต้องรู้จักแบ่งปันให้แก่คนที่เดือดร้อน และถ้าวันข้างหน้าบ้านเราน้ำท่วมก็ต้องรับการแบ่งปันเช่นกัน
"สิ่งเหล่านี้กลายเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญของลูกๆ ทำให้เขาเห็นว่าเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นได้เสมอ และลูกๆ เขาก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง รู้จักแบ่งปัน รู้จักช่วยเหลือคนอื่น ผมจึงถือว่าเหตุการณ์นี้ละทำให้ลูกๆ มีประสบการณ์ชีวิตตรงๆ เลยได้เห็นกับตาตัวเอง ได้เห็นการแก้ปัญหาของพ่อแม่" คุณพ่อลูกสามให้ ความเห็น
อีกหนึ่งคุณพ่อรุ่นใหม่ "ทัก" สุบดี ตุงคนาค ให้ความเห็นในเรื่องการสอนลูกว่า เห็นจากเหตุการณ์ต่างแล้วในฐานะที่เป็นพ่อสิ่งแรกที่จะต้องสอนลูกสอนคือ สอนให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมกับต้องสอนให้ล้มและลุกขึ้นได้เอง อย่างตอนนี้เขายังเมื่อล้มก็ไม่ได้ไปอุ้มหรือจับให้เขาลุกขึ้น
"ผมตั้งใจเลยว่าจะสอนให้ลูกเป็นเด็กลุยๆ โตอีกนิดจะให้ไปเล่นเรือใบ ปีนเขา ปีหน้าผา ส่วนหนึ่งคือให้เขามีร่างกายแข็งแรงรวมได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพราะกีฬาเหล่านี้จะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เสมอ เขาจะได้เตรียมพร้อมได้ในอนาคต อีกเรื่องคือตอนนี้ก็ถามแฟนอยู่ คือผมชอบเขาป่ามาก ยังบอกว่าพาลูกเข้าป่าได้ยัง ส่วนตัวผมมองเรื่องเล่านี้แหละจะสอนให้เด็กเข้มแข็ง มีมุมมองที่แตกต่าง จะได้ยืนหยัดอยู่กับโลกโหดร้ายมากขึ้นได้ ส่วนเรื่องนิสัยพื้นฐานการช่วยเหลือ ความเอื้อเฟื้อสิ่งเหล่านี้ผมว่าลูกผมมีอยู้แล้ว โดยเพื่อนนี้ละที่บอกว่าทำไมลูกสาวผมใจดีมาก แบ่งปันของให้คนอื่นอยู่เสมอ" เจ้าของร้านกัลปพฤกษ์ แสดงความเห็น
ส่วนผู้อำนวยการสถานที่วิทยุเอฟเอ็ม 107 เมกะเฮิตร์ช ในฐานะคุณพ่อลูกหนึ่ง "โบ้ท" จามร จีระแพทย์ บอกว่า ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวแล้วจะสอนลูกให้มองในด้านบวก มองอะไรในด้านดี และหาตัวอย่างในด้านที่เป็นแง่ดีสอนลูก มองในด้านที่สว่าง อย่างสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ก็จะบอกลูกว่าถึงบ้านเราน้ำไม่ท่วม แต่บ้านคนอื่นเขาน้ำท่วมเราก็ต้องแบ่งปัน ซึ่งลูกสาวก็จะไปกับแม่เพื่อไปบริจาคและนำข้าวของไปให้คนที่ลำบากกว่าเสมอ
"เบลล่า (ลูกสาว) แม้จะไม่มีพี่น้องแต่เขาก็รู้จักแบ่งปันมาตั้งแต่เด็ก แบ่งปันของเล่นให้กับคนอื่นเสมอ ซึ่งสิ่งที่ผมสอนลูกคือการให้เขามองในแง่บวก เพื่อที่เขาจะอดทดสูได้ในอนาคต เพราะเราก็ไม่รู้หรอกว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่เมื่อเราตอกย้ำให้คิดในทางที่ดีเขาก็จะผ่านเรื่องราวเล่านั้นไปได้ แต่ทั้งนี้แม้เราจะเตรียมทุกอย่างไว้ให้ลูกหมดแต่ถ้าลูกไม่เอา ไม่ชอบ มันก็ต้องแล้วแต่เขา เปรียบเสมือนเราพาวัวไปที่ทุ่งหญ้ามีหญ้าเต็มไปหมด แต่เราก็ไม่สามารถกดหัววัวให้กินหญ้าได้ถ้าวัวไม่อยากกิน เช่นเดียวกันเมื่อสอนในพื้นฐานให้กับลูกไปอย่างเต็มที่ วันข้างหน้าเขาจะเลือกทำอะไรก็ต้องแล้วแต่เขา โดยเชื่อว่าพื้นฐานที่สอนไว้นั้นจะเป็นฐานที่ดีให้กับเขา" อีกหนึ่งในแนวความคิดของพ่อรุ่นใหม่



