
8ข้อปฏิบัติรับมือโรคสัตว์หลังน้ำลด
8ข้อปฏิบัติรับมือโรคสัตว์...หลังน้ำลด : ทีมข่าวรายงานพิเศษรายงาน
วิกฤติจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ นอกจากประชาชนคนไทยนับล้านชีวิตจะเดือดร้อนกันถ้วนหน้าแล้ว บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงหลายหมื่นชีวิตต่างๆ เดือดร้อนไม่แพ้กัน สัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อยต้องกลายเป็นสัตว์จรจัดเพราะพลัดหลงกับเจ้าของ และก็มีจำนวนไม่น้อยถูกทิ้งให้อดอาหาร บางตัวทนอดอยากไม่ไหวล้มตายลงอย่างน่าอนาถ ขณะที่สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือปัญหาโรคระบาดที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ ซึ่งอาจแพร่กระจายสู่คน
นสพ.ณฤทธิ์ ผลเพิ่ม หรือ "หมอน็อต" เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการภัยพิบัติ สมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (WSPA) แสดงความเป็นห่วงว่า ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมอาจเกิดปัญหาโรคระบาดแพร่กระจายจากสัตว์เลี้ยงสู่คน เนื่องจากคนและสัตว์อยู่ใกล้ชิดกันมากเพราะพื้นที่ถูกจำกัดด้วยระดับน้ำที่ท่วมสูง ลักษณะเช่นนี้จะเปิดโอกาสให้เชื้อโรคและพยาธิต่างๆ ที่ลอยมากับน้ำสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์ป่วย ขณะที่สัตว์อาศัยอยู่ร่วมกับคนก็ทำให้เชื้อโรคต่างๆ กระจายสู่คนได้ง่ายกว่าปกติ
ในสถานพักพิงชั่วคราวสัตว์เลี้ยงประสบภัยน้ำท่วมต่างๆ มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคระบาด โดย นสพ.ณฤทธิ์บอกว่า หากมีสัตว์เลี้ยงเพียงตัวเดียวป่วยก็มีโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคให้แก่สัตว์ตัวอื่นๆ รวมถึงคนที่เข้าไปสัมผัสกับสัตว์ที่ป่วยด้วย โดยเชื้อโรคที่สามารถแพร่กระจายจากสัตว์เลี้ยงสู่คน ได้แก่ โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคเลปโตสไปโรซิส ซึ่งจะทำให้อุจจาระร่วง โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสอย่างอีโคไล โรคพิษสุนัขบ้า และโรคไข้แมวข่วน
หมอน็อตบอกด้วยว่า พยาธิที่มากับหมัด เห็บ ไร ซึ่งติดมากับหนู แมว และสุนัข เป็นตัวการทำให้เกิดโรคติดต่อต่างๆ โดยเฉพาะในคนที่ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ ซึ่งเมื่อสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่มีเห็บ หมัด หรือไรติดมา อาจทำให้เป็นโรคผิวหนัง เช่น กลาก และโรคคลายน์ หรือโรคติดเชื้อริตเกตเซีย รวมถึงโรคที่เกิดจากพยาธิตัวกลม และพยาธิปากขอด้วย
"โรคบางโรคแม้สัตว์เลี้ยงจะหายป่วยแล้ว แต่ก็ยังแพร่เชื้อโรคให้กับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น รวมถึงคนได้ อย่างเช่นโรคหนอนพยาธิ โรคเลปโตสไปโรซิส และโรคซัลโมเนลโลซิส ซึ่งต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง” นสพ.ณฤทธิ์ระบุ
ทั้งนี้ ในวิกฤติน้ำท่วมใหญ่เช่นนี้ สัตวแพทย์ประจำฝ่ายจัดการภัยพิบัติ สมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก แนะวิธีปฏิบัติในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคจากสัตว์เลี้ยงสู่คนไว้ 8 ประการสำคัญ ดังนี้ 1.ห้ามไม่ให้ถูกสัตว์กัดหรือข่วนอย่างเด็ดขาด หากถูกสัตว์กัดหรือข่วนต้องรีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือทาด้วยยาเบตาดีนทันที และให้รีบไปพบแพทย์ ซึ่งหากแพทย์ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ก็ต้องไปรับวัคซีนให้ครบตามที่แพทย์นัด 2.ต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งภายหลังสัมผัสตัวสัตว์ 3.ต้องทำความสะอาดคอกสัตว์ ที่พัก และอุปกรณ์ที่ใช้กับสัตว์ด้วยผงซักฟอกและน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง 4.ห้ามไม่ให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงไปสัมผัสกับสัตว์ภายนอกบ้าน
5.ต้องทิ้งเศษอาหารและอุจจาระของทั้งคนและสัตว์ให้เป็นที่ อย่าปล่อยให้แมลงวันตอม หรือเป็นแหล่งอาหารของหนู เพราะสัตว์เหล่านี้จะนำโรคระบาดมาสู่ตัวคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย 6.หากพบเห็นสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์อื่นๆ ตายในพื้นที่จำนวนมากให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เข้าตรวจสอบโดยเร่งด่วน 7.ห้ามรับประทานสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ และ 8.ให้แยกพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงให้เป็นสัดส่วนตามชนิด และต้องแยกออกจากคน เพื่อป้องกันโรคติดต่อ
"นอกจากข้อปฏิบัติทั้ง 8 ข้อแล้ว ผมอยากให้ประชาชนทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลสัตว์เลี้ยงด้วย หากพบว่าเขาป่วยต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ และหลังน้ำลดหากพบซากสัตว์ตายให้รีบกำจัดโดยการฝังกลบโดยเร็ว และหากเจอสัตว์เลี้ยงที่ยังมีชีวิตอยู่ควรรีบหาอาหารให้สัตว์กิน รวมทั้งเร่งหาทางส่งคืนเจ้าของโดยด่วน" นสพ.ณฤทธิ์กล่าวแนะนำ
สำหรับในพื้นที่ซึ่งน้ำยังคงท่วมขัง สมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ได้ระดมนักศึกษาสัตวแพทย์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ จัดตั้งทีมสัตวแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติเคลื่อนที่ ออกให้การช่วยเหลือสัตว์ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค รวมถึงยารักษาอาการป่วยของสัตว์ที่พลัดหลงจากเจ้าของ รวมทั้งนำสัตว์ดังกล่าวไปพักพิงอยู่ในศูนย์พักพิงสัตว์ชั่วคราว เพื่อลดอัตราเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคที่มากับน้ำท่วมด้วย



