ข่าว

ลาวลือหึ่ง!รวบหัวโจกปล้นปลัดคค.

ลาวลือหึ่ง!รวบหัวโจกปล้นปลัดคค.

03 ธ.ค. 2554

ไม้เด็ดล่า "โก้" ตร.ใช้เครื่องตรวจจับการสื่อสารล็อกเป้าผู้ต้องสงสัยทุกคนที่ช่วยให้หนี ยันได้เบาะแสแหล่งกบดานโก้ มึนข่าวปล่อยสะพัดฝั่งลาวตำรวจไทยรวบตัวได้ ขณะที่ ผบช.ภาค 4 ส่งกำลังปิดชายแดนด้านมุกดาหาร หวั่นโก้เตลิดหลังถูกกดดันหนัก

               การไล่ล่าตัวนายวีระศักดิ์ เชื่อลี หรือโก้ หัวหน้าแก๊งปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในประเทศลาว ยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะปูพรมค้นชนิดแทบพลิกแผ่นดิน แต่สุดท้ายยังคว้าน้ำเหลว เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่า นายโก้มีผู้มีอิทธิพลในประเทศลาวคอยหนุนหลังช่วยเหลือเรื่องการหลบหนี ทำให้รอดเงื้อมมือตำรวจไปได้ทุกครั้ง  


ล็อกเป้าโก้แกะรอยมือถือเครือข่าย
    

               เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 หัวหน้าชุดติดตามไล่ล่าตัวนายโก้ เปิดเผยว่า ตำรวจภาค 4 ยังไม่สามารถจับกุมนายโก้ได้ แต่ด้านเบาะแสยืนยันว่า ตำรวจได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสืบสวนติดตามไปยังแหล่งหลบซ่อนของนายโก้ แต่ต้องขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน เพื่อความรัดกุมในการจับกุม ทั้งนี้ยอมรับว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะประเทศลาวเป็นพื้นที่ป่ารกทึบ และมีหุบเขาจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ละความพยายาม และเชื่อว่า แนวทางการสืบสวนที่มีอยู่จะนำไปสู่การจับกุมนายโก้ได้อย่างแน่นอน
    
               อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจได้นำเทคโนโลยีตรวจจับการสื่อสารไปตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยทุกคนที่คาดว่าจะให้การช่วยเหลือนายโก้หลบหนี โดยตรวจสอบทั้งโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ตช่องทางต่างๆ ยืนยันว่า ขณะนี้ตำรวจหลายชุดได้กระจายกำลังไปตามจุดต่างๆ ที่คาดว่านายโก้จะหลบหนีแล้ว
เชื่ออีกไม่นานรวบได้แน่นอน
    
               "ตำรวจสืบสวนภาค 4 เราได้แบ่งกำลังออกเป็นหลายชุด ซึ่งบางส่วนยังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของลาว เพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อประสานงานเมื่อได้เบาะแส ขณะเดียวกันตำรวจสืบสวนภาค 4 ได้ประสานงานตำรวจสันติบาลลาวร่วมสืบสวนหาตัวนายโก้อีกทางหนึ่งด้วย ขณะนี้ยืนยันว่าทั้งตำรวจไทย ตำรวจลาว และเจ้าหน้าที่ของลาวทุกคนให้ความช่วยเหลือ และร่วมมือกันเป็นอย่างดี" พ.ต.อ.ยรรยงกล่าว
    
               พ.ต.อ.ยรรยงกล่าวต่อว่า จากการทำงานอย่างเต็มที่ของตำรวจไทย ตำรวจลาว รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ทำให้เชื่อว่า อีกไม่นานคงจับกุมนายโก้ แต่การทำงานต้องมีอุปสรรคบ้าง เพราะมีข่าวลือ หรือข่าวปล่อยเกี่ยวกับนายโก้ออกมามากมายในฝั่งลาว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งตรวจสอบข่าวที่ออกมาทุกครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวลวง ส่วนข่าวที่ออกมาว่านายโก้ถูกจับตัวได้แล้วเป็นเพียงข่าวลือที่สะพัดมาหลายวันแล้ว  



สั่งจนท.ประกบชายแดนมุกดาหาร


    
               วันเดียวกัน พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ลงพื้นที่ จ.มุกดาหาร เพื่อประชุมและมอบแนวทางการติดตามจับกุมนายโก้ หลังมีกระแสข่าวนายโก้หลบหนีไปกบดานบริเวณชายแดนลาวติดกับ จ.นครพนม ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.สมพงษ์กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ที่รับผิดชอบจังหวัดชายแดนเฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหวของนายโก้ตลอดเวลา และขอให้ประสานกับทางการลาวในการจับกุมอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามหลังจากการสืบสวนยังพบว่า นายโก้อยู่ในประเทศลาวเหมือนเดิม ส่วนช่องทางไหนไม่ทราบ แต่ไม่ได้เดินทางไปที่ประเทศเวียดนามตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
    
               "ขณะนี้ได้สั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังตามแนวชายแดนป้องกัน เพื่อเฝ้าระวังนายโก้ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนักในฝั่งลาว อาจจะลักลอบหนีมาตามแนวชายแดนฝั่งมุกดาหาร โดยกำชับเน้นขอให้จับกุมตัวให้ได้" พล.ต.ท.สมพงษ์กล่าว                     

                                                                                             
ตม.ปูพรมกดดัน-ไล่ล่าทุกรูปแบบ
    
               ด้าน พ.ต.ท.ปรีชา สุวรรณศร รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง จ.มุกดาหาร กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.มุกดาหาร ได้นำหมายจับและภาพของนายโก้ ติดตามตู้ที่ตรวจคนเข้าออก โดยได้ตรวจตราบุคคลที่เข้าออกด่านตรวจคนเข้าเมืองสากล ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต และด่านท่าเทียบเรือ ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหารอย่างเข้มงวด ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบบุคคลต้องสงสัยผ่านด่าน จ.มุกดาหาร ไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่แขวงสะหวันนะเขตแต่อย่างใด  
    
               "จากการที่ได้ไปประสานไปยังทางการลาวได้รับการยืนยันว่านายโก้ คงไม่ได้อยู่แขวงสะหวันนะเขต แต่เชื่อว่า คงอยู่แขวงใดแขวงหนึ่งของลาว หากทราบเบาะแส จะแจ้งให้ทราบและจับกุมส่งให้ทางการไทยทันที" พ.ต.ท.ปรีชากล่าว

มึนข่าวลือตร.รวบโก้ขณะแลกเงิน
    
               ส่วนความคืบหน้าในการติดตามตัวนายโก้ของชุดสืบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น วันเดียวกัน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า ตำรวจนครบาลยังไม่สามารถติดตามจับกุมนายโก้มาดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ที่ผ่านมามีกระแสข่าวเกี่ยวข้องกับนายโก้มาก ซึ่งตำรวจต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน แต่ยืนยันว่า ชุดสืบสวนนครบาลยังคงลงพื้นที่สืบหาเบาะแสอย่างเต็มที่ เพียงแต่ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม ส่วนการเชิญนายสุพจน์มาสอบสวนเพิ่มเติมยังเป็นวันที่ 7 ธันวาคม เหมือนเดิม
    
               เกี่ยวกับกระแสข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนายโก้นั้น วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" เดินทางไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ส.ป.ป.ลาว และได้รับข้อมูลจากประชาชนลาวในพื้นที่ว่า นายโก้ถูกตำรวจไทยและลาวจับกุมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณแยกน้ำพุ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน หลังจากนายโก้นำเงินมาแลกที่ร้านรับแลกเงินของของเมืองท่าแขก
    
               "วันเกิดเหตุนายโก้นั่งรถตู้ทะเบียนแขวงสะหวันนะเขตมา และเดินเข้าไปขอแลกเงินบาทไทยเป็นเงินกีบ ก่อนจะถูกตำรวจที่สะกดรอยตามรวบตัวไว้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาขึ้นรถไป โดยเจ้าของร้านรับแลกเงินระบุว่า ช่วงชุลมุนมีคนลาวเข้ามามุงดูจำนวนมาก เพราะการจับกุมเกิดขึ้นย่านใจกลางเมืองท่าแขก อีกทั้งผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างระบุว่า ชายที่ถูกจับกุมเป็นนายโก้อย่างแน่นอน เพราะชาวลาวติดตามข่าวสารเรื่องการปล้นเงินจากโทรทัศน์ของไทยเช่นกัน"

ป.ป.ช.เมินตอบสุพจน์ซุก 100 ล้าน
    
               ความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติของปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น  วันเดียวกัน นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะอนุกรรมการไต่สวน กล่าวให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวออกมาระบุถึงนายสุพจน์ซุกทรัพย์สินอีกกว่า 100 ล้านบาทโดยไม่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะอนุกรรมการ ซึ่งคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่รายงานข้อมูลเข้ามาก่อน ส่วนที่บอกว่า นายสุพจน์ซุกทรัพย์สินอีกกว่า 100 ล้านบาท ยืนยันว่า ยังไม่เคยได้ยิน ทราบแต่เพียงว่า นายสุพจน์ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินของตัวเองในส่วนของบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่ดิน ยานพาหนะ บ้าน จำนวน 44-45 ล้านบาทเท่านั้น  
    
               อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ป.ป.ช. ในวันอังคารที่ 6 ธันวาคม เจ้าหน้าที่จะรายงานให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ทราบถึงผลการตรวจสอบเงินสดของกลาง 18 ล้านบาทว่ามีความคืบหน้าอย่างไร โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงินจากสายรัดเงินของธนาคารต่างๆ ซึ่งมีเกือบทุกธนาคารว่า มีที่มาจากธนาคารใด และพื้นที่จังหวัดใดบ้าง

เผยรอข้อมูลสังกัดเก่าคุ้ยทุจริต

    
               นายปรีชากล่าวต่อว่า การประชุมดังกล่าวคณะอนุกรรมการจะขอให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติให้นายสุพจน์มาชี้แจงตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 78 ที่ระบุว่า ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกระบุว่าร่ำรวยผิดปกติ หรือปกปิดบัญชีทรัพย์สิน จะต้องมาชี้แจงบัญชีทรัพย์สินให้แก่ ป.ป.ช.ทราบ ทั้งในส่วนของเงินสด บัญชีเงินในธนาคาร ยานพาหนะ ที่ดิน บ้าน ซึ่งนายสุพจน์จะต้องมากรอกแบบฟอร์มบัญชีทรัพย์สินให้ ป.ป.ช.ทราบ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆ     

               "เรื่องนี้เท่าที่ดูการพิสูจน์เรื่องการยื่นทรัพย์สินเท็จหรือร่ำรวยผิดปกติ คงดำเนินการได้เร็ว แต่กรณีการทุจริตต่อหน้าที่คงต้องใช้เวลาตรวจสอบนาน เพราะต้องไปไล่ดูโครงการต่างๆ ในสมัยที่นายสุพจน์ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม และอธิบดีกรมต่างๆ ว่า ได้ดำเนินโครงการสำคัญๆ อะไรไปบ้าง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการขอข้อมูลจากหน่วยงานที่นายสุพจน์เคยสังกัดอยู่ คาดว่าคงต้องได้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง" นายปรีชากล่าว

รฟม.นัยสุพจน์ลาออกไม่กระทบ

     
               เกี่ยวกับการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งคณะกรรมการต่างๆ ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ของนายสุพจน์ไปก่อนหน้านี้ ทำให้หลายฝ่ายเกรงจะกระทบต่อการดำเนินงานต่างๆ ของหน่วยงานนั้น วันเดียวกัน นายรณชิต แย้มสอาด รักษาการผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เปิดเผยว่า การลาออกจากจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการ รฟม.ของนายสุพจน์ ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 10 สาย อย่างไรก็ตามในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีม่วง และสายสีน้ำเงินที่นายสุพจน์ลงนามอนุมัติไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งการลาออกของปลัดกระทรวงคมนาคม ไม่ทำให้การดำเนินการก่อสร้างล่าช้า เพราะได้ดำเนินการก่อสร้างไปตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
    
               ส่วนการสรรหาประธานคณะกรรมการ รฟม.คนใหม่นั้น นายรณชิตกล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการสรรหาอยู่ ซึ่งคาดว่าเร็วๆ นี้ กระทรวงจะสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามานั่งในตำแหน่งประธานบอร์ดคนใหม่ได้