ข่าว

กลิ่นหอมยวนใจ "ปุ๊กกี้" สินีนารถ

กลิ่นหอมยวนใจ "ปุ๊กกี้" สินีนารถ

04 ธ.ค. 2554

กลิ่นหอมยวนใจ "ปุ๊กกี้" สินีนารถ:ขอเวลานอก

           สำหรับคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ ก็มักจะแชะภาพกับสถานที่สำคัญๆ กลับมาเก็บใส่อัลบั้มไว้ดูต่างหน้า แต่นอกจากภาพถ่ายที่จะทำให้หวนกลับไปนึกถึงเรื่องราวความประทับใจแล้ว หลายคนยังเลือกที่จะเก็บความประทับใจจากสถานที่พิเศษเหล่านั้นด้วยของระลึกในรูปแบบที่ต่างกันไป เช่นเดียวกับ "ปุ๊กกี้" สินีนารถ เองตระกูล บอสสาวแห่งบีบี บิวตี้ แอนด์ บียอนด์ จำกัด และเฟรนลี่ กรุ๊ป โลจิสติกส์ จำกัด ที่สารภาพว่าหลงใหลกลิ่มหอมจากเครื่องหอมแทบทุกประเภท ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ เธอจึงมักเลือกซื้อเครื่องหอมนานาชนิดกลับมาเป็นของที่ระลึก เพราะทุกครั้งที่นำกลับมาใช้นอกจากจะทำให้หวนระลึกถึงสถานที่ต่างๆ แล้ว ยังช่วยเติมกลิ่นหอมๆ ให้แก่ชีวิตประจำวันอีกด้วย
 
          "กี้ไม่ค่อยได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยเท่าไหร่ค่ะ ปีหนึ่งก็ประมาณ 3-4 ครั้งเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่ไปแน่นอนว่าต้องได้เครื่องหอมกลับมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม เทียนหอม น้ำมันหอมระเหย น้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์ กำยาน ธูปหอม รวมไปถึงโลชั่นบำรุงผิวกลิ่นหอมๆ กี้ซื้อมาเก็บไว้เยอะเลยค่ะ จนเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมาถึงรู้ตัวว่ามีเยอะมาก จากนั้นมาก็เลยเก็บมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นของสะสมที่รักและหวงมากๆ เลย บางชิ้นก็หมดอายุไปแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่เคยแกะออกมาใช้เลยซักครั้งเดียว" ทายาทคนเล็กของคุณแม่นุชนารถ และคุณพ่อสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เล่าถึงที่มาของสะสมกลิ่นหอมยวนใจที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า
 
          ด้วยความที่ชอบกลิ่นหอมเอามากๆ ที่บ้านของสาวปุ๊กกี้จึงมักมีเทียนหอมวางเรียงรายอยู่แทบทุกจุดในบ้าน และมักจะจุดแทบทุกวันหลังอาหารมื้อเย็น และทุกครั้งหลังจากที่แม่บ้านทำความสะอาดบ้านเสร็จ เธอก็จะให้แม่บ้านจุดเทียนหอมๆ เหล่านี้ แล้วปิดบ้านไว้สักพัก เพื่อให้ความหอมอบอวลอยู่ภายในบ้าน
 
          "กี้ให้ความสำคัญกับเรื่องกลิ่นมากๆ ค่ะ กี้ว่ากลิ่นหอมๆ มันจะสร้างบรรยากาศและช่วยให้เราผ่อนคลายได้ ทั้งยังช่วยให้สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย ซึ่งจะส่งผลให้คิดงานได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ แต่ต้องเป็นกลิ่นหอมที่ถูกใจเท่านั้นนะคะ เพราะถ้าเป็นกลิ่นที่เราไม่ชอบ สูดเข้าไปมากๆ อาจทำให้ปวดหัวได้ เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น กี้ต้องให้ทางร้านทดลองกลิ่นให้ก่อน คือส่วนตัวกี้จะไม่ชอบกลิ่นของสมุนไพร แต่จะชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ค่ะ อย่างกลิ่นสวีทพีนี่เป็นกลิ่นที่ชอบมากที่สุดค่ะ เมื่อก่อนเวลาเข้าบ้านกี้จะจุดทุกวันเลยค่ะ แต่พักหลังมานี้พอดีกี้มีลูกเล็กค่ะก็เลยไม่ได้จุดบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน ส่วนที่ทำงานกี้ก็จะเลือกใช้สเปรย์แบบกระป๋องมาฉีดแทน โดยเน้นกลิ่นสดชื่นเป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนไข้รู้สึกดี และได้ผ่อนคลายขณะนอนทำทรีตเมนต์" บอสสาวเจ้าของคลินิกเสริมความงามเล่าอย่างออกรส
 
          แต่ก็ใช่ว่าเครื่องประทินกลิ่นหอมหวนจากแดนไกลเท่านั้นที่จะชนะในสาวคนนี้ได้ เพราะเธอบอกว่าเครื่องหอมหลากชนิดที่มีอยู่ในครอบครอง ส่วนมากก็ซื้อในประเทศไทยเรานี่เอง ด้วยเธอให้เหตุผลว่านอกจากความหอมจะไม่เป็นสองรองใครแล้ว เรื่องของราคาค่างวดก็สบายกระเป๋ากว่าเครื่องหอมจากแดนไกลอีกด้วย แต่ก็อีกจำนวนไม่น้อยที่ซื้อหาระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ โดยพิจารณาจากรูปแบบที่สวยงามสะดุดตา รูปทรงแปลกตา และที่สำคัญที่สุดคือกลิ่น ที่จะต้องถูกใจจริงๆ เท่านั้น
 
          "อย่างเทียนแท่งสีดำแกะสลักเป็นลวดลาย และเป็นรูปมงกุฎแปลกดี ชุดนี้กี้ชอบมากค่ะ ซื้อมาจากอิตาลี อีกเซตเป็นเทียนสีขาวมี 3 แท่งซื้อมาจากอินเดีย เวลาจุดกลิ่นจะหอมถูกใจมากๆ ส่วนชิ้นที่มีเชิงเทียนทรงสูงและมีฝาแก้วครอบอันนั้นได้มาจากฝรั่งเศส และเทียนแท่งใหญ่ที่สุดนั่นซื้อมาจากอเมริกาค่ะ แต่ชิ้นที่พิเศษสุดๆ เป็นเทียนหอมจากญี่ปุ่นค่ะ เวลาจุดแล้วจะมีน้ำตาเทียนออกมา ซึ่งมันจะเป็นบาล์มสามารถเอามาทาผิวได้ด้วย อีกอย่างคือมีผงเติมเป็นรีฟิลด์แนบมาคู่กันด้วย ตรงนี้เองที่จะแปลกกว่าเทียนหอมทั่วๆไป" สาวปุ๊กกี้สาธยายที่มาและคุณสมบัติของเทียนหอมชิ้นพิเศษ ก่อนจะทิ้งท้ายการสนทนาในวันนี้ว่า "กลิ่นหอมทำให้กี้อารมณ์ดีและมีความสุขมากกกกกค่ะ"

เรื่อง...วันวิสา โรจน์แสงรัตน์
ภาพ...สุกล เกิดในมงคล