ข่าว

จี้'ยิ่งลักษณ์'สอบทุจริตไม้พะยูง

จี้'ยิ่งลักษณ์'สอบทุจริตไม้พะยูง

03 ธ.ค. 2554

“ปธ.กมธ.ที่ดิน ทรัพยากรธรมชาติ” จี้ “ยิ่งลักษณ์” สอบ “ทุจริตไม้พะยูง” และ “ทุจริตค่าธรรมเนียม-เงินรายได้อุทยานฯ” ทำรัฐสูญรายได้ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท จับพิรุธ รบ. โยกย้าย “หน.อุทยาน” เกือบทั้งห

    3ธ.ค.54 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 80 ของประเทศทั่วโลก ที่มีการคอรัปชั่นว่า ในยุคนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เพิ่มความเลวร้ายของปัญหาการคอรัปชั่นขึ้น 2 อันดับจากอันดับที่ 78 เป็น 80 ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับประเทศโคลัมเบีย เอลซัลวาดอร์ และชนะประเทศโซมาเลีย อัฟกานิสถาน และพม่า เล็กน้อยนั้น จากรายงานดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้จริงจังต่อเรื่องดังกล่าวนี้เท่าที่ควร ถือเป็นอีกความล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้

    นายนริศ กล่าวว่า ตนในฐานะประธานกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้ติดตามการทุจริตคอรัปชั่นที่เกี่ยวเนื่องกับงานของกรรมมาธิการฯ พบกระบวนการทุจริตการค้าไม้พะยูง ที่มีผลประโยชน์นับหมื่นล้านบาท รวมทั้งการปลูกป่าโดยงบประมาณแผ่นดิน หรือโดยเงินนอกงบประมาณ และเงินบริจาคจากภาคเอกชนในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ มีการทุจริตกันอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง ทำให้การฟื้นฟูป่าของประเทศประสบความล้มเหลวมาโดยตลอด การจัดทำแนวกันไฟโดยไม่ครบถ้วน และไม่มีระบบการตรวจสอบ ทำให้เกิดไฟป่าและวิกฤตหมอกควันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทบต่อสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ และโดยเฉพาะการคมนาคมทางอากาศ

    “ที่สำคัญ คือ กรรมาธิการฯ ได้พบการทุจริตเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม และเงินรายได้อุทยานแห่งชาติ ถือเป็นแหล่งผลประโยชน์ใหม่ที่มีการทุจริตอย่างรุนแรง ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีข้อที่น่าสังเกตที่ชัดเจนที่สุดคือ เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลและรัฐมนตรี จะมีการโยกย้ายหัวหน้าอุทยานเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอุทยานทางทะเล จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาดูแลการทุจริตในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งอาจะทำให้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และลำดับการทุจริตน่าจะดีขึ้น และแนะนำให้สอบถามจากกรรมมาธิการฯชุดอื่นๆด้วย” นายนริศ กล่าว


อุบลราชธานียึดไม้พะยูงพร้อมรถจยย.เตรียมจ่อข้ามโขงสู่ลาว


    พลเรือตรีสรชา ศรประทุม ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(ผบ.นรข.) สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนไม้พะยูงพร้อมทั้งรถจักรยานยนต์ ข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้านในเขตพื้นที่ของ จ.อุบลราชธานี ตอนเหนือ จึงได้สั่งการไปยัง นาวาเอกสุทัศน์ อิ่มใจ ผบ.นรข.เขต อุบลฯ มอบหมายให้นาวาโทตรีภพ มิ่งเมือง หัวหน้ายุทธการและการข่าว กับนาวาตรี กริช กองศรี หัวหน้าสถานีเรือ เขมราฐ ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุม เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 3 ธ.ค. ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.โบกม่วง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี พบกลุ่มชาย จำนวน 8 คน กำลังช่วยกันขนไม้แปรรูป ลงจากฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อที่จะนำขนย้ายเข้าเรือที่เทียบท่าคอยอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น พอทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่กลุ่มชายดังกล่าวก็ได้พากันรีบวิ่งขึ้นเรือยนต์หางยาว แล้วแล่นออกไปยังฝั่งประเทศลาว ทันที

    จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบ ไม้พะยูงแปรรูป ขนาดหน้า 10-50 เซนติเมตร หนา 10-50 เซนติเมตร และยาว ตั้งแต่ 120-208 เซนติเมตร จำนวน 17 แผ่น พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สี แดง เทา สี สี ดำ เทา และ สี น้ำเงิน ดำ จำนวน 3 คัน จอดอยู่ข้างกองไม้พะยูง ในลักษณะ เตรียมนำเข้าใส่เรือ เพื่อจะลักลอบ นำข้ามไปยังฝั่ง ประเทศลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมด นำส่งมอบให้กับ ด่านศุลกากรเขมราฐ ดำเนินคดี ในข้อหา ร่วมกันลักลอบนำไม้พะยูงและรถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านวิธีกรรมของศุลกากร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ขณะที่ นาวาเอก สุทัศน์ อิ่มใจ กล่าวว่า ไม้พะยูงเหล่านี้ หากหลุดข้ามไปถึงฝั่งลาว แล้ว จะมีราคาถึง 8 แสนบาท เนื่องจาก มีปลายทางอยู่ที่ประเทศจีน