ข่าว

 กองทัพบนความหวังของ"กลุ่มเสื้อหลากสี"

กองทัพบนความหวังของ"กลุ่มเสื้อหลากสี"

05 พ.ค. 2552

ช่วงนี้จะเห็นข่าว"กองทัพ" ทำกิจกรรมร่วมกับมวลชนบ่อยครั้ง

ล่าสุดการทำกิจกรรม"หยุดทำร้ายประเทศไทย" ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่องค์กร

ที่ถูกมองว่าหน้าที่หลักเปรียบเหมือน "รั้วของชาติ" 

แต่วันนี้กองทัพได้เข้ามาช่วยแก้วิกฤติความแตกแยกของคนในสังคมอีกรูปแบบหนึ่ง

โดยเฉพาะ"กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร" (กอ.รมน.) ได้ลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อชี้แจงเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารเข้าสลายการชุมนุมของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพฯ  

หวังลดความแตกแยกของคนในสังคมและสร้างสังคมให้มีความสมานสามัคคี การชี้แจงกับ"ฝ่ายปกครอง" ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยการนำของ "พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ" ในฐานะผู้อำนวยกองนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ถือว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมาก 

เพราะทั้งสองพื้นที่ถูกมองว่าคนส่วนใหญ่เป็น "กลุ่มเสื้อแดง" จึงเป็นจุดแรกที่ "กองทัพ" ต้องลงพื้นที่เพื่อสลายความคิด

บางคำถามในห้องประชุมก็สร้างความหนักใจให้แก่ตัวแทน"กองทัพ" พอสมควร 

โดยเฉพาะคำถามว่า"ทหารเลือกสีใด" เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาลทำให้ "กองทัพ" ถูกผลักให้สังกัด "สี"  

แม้จะพยายามตอบแบบกลางๆ"ทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการหน่วยใดก็ตาม กินเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชน ในส่วนของทหารเป็นทหารของพระมหากษัตริย์และทหารของประชาชน จึงไม่มีการเลือกสีเลือกข้าง"  พล.ท.ดาว์พงษ์ตอบคำถามในห้องประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ระหว่างเดินทางไปชี้แจงข้อเท็จจริงกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ประมาณ 4,000 คน กรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมม็อบเสื้อแดงในช่วงวันที่ 11-14 เมษายน ที่ผ่านมา  

หรือคำาถาม"เหตุใดจึงไม่ใช้กำลังกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในช่วงที่มีการชุมนุมและยึดสนามบินสุวรรณภูมิ" ซึ่ง"พล.ท.ดาวพงษ์" ตอบว่า เนื่องจากในขณะนั้นรัฐบาลมอบหมายให้ตำรวจรับผิดชอบเป็นหลักขณะที่การชุมนุมยังอยู่ในสถานที่จำกัด ไม่ได้ออกมาสร้างความดือดร้อนให้แก่ประชาชนทั่วเมือง ที่สำคัญปัจจัยทางการเมืองในขณะนั้นมีความพยายามยั่วยุให้ทหารออกมาปฏิวัติ การออกมาปฏิบัติหน้าที่ของทหารในห้วงเวลาดังกล่าวจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยยืนยันว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือสองมาตรฐาน   ในการชี้แจงครั้งนั้นหลังจบสองคำถามก็มีบรรดา "กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน" ส่วนใหญ่ทยอยเดินออกจากห้องประชุม จึงเป็นที่มาของข่าวการ "วอล์กเอาท์" ของ "กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน"   

ในขณะที่"กลุ่มคนเสื้อแดง" มองว่า "กองทัพ" เป็นฝ่ายรัฐบาลที่ถูกมองว่าอิงแอบ "เสื้อเหลือง"  แต่ในขณะเดียวกันเหตุการณ์ลอบสังหาร "สนธิ ลิ้มทองกุล" แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ถูก "สนธิ" เปิดเผยว่าเป็น"ฝีมือทหาร" ในขณะนี้"กองทัพ" เสมือนอยู่ตรงกลางความแตกแยกของคนเสื้อหลากสี และกำลังถูกเป็นเป้าโจมตี โดยพยายามโยงให้อยู่ฝ่ายตรงข้าม

จึงยากจะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ฝ่ายเสื้อเหลือง 

ทำให้คนในกองทัพขณะนี้ทำตัวลำบากโดยเฉพาะ "ผู้นำเหล่าทัพ" ถูกจับตามองเป็นพิเศษ

ในยุคนี้กองทัพต้องโปร่งใสความลับอะไรที่ไม่เกี่ยวกับความมั่นคงของเป็นประเทศต้องเปิดเผยและสามารถตรวจสอบได้ 

เพราะทุกฝ่ายอยากดึงกองทัพเป็นพวกเนื่องจากอดีตที่ผ่านมา "กองทัพ" อยู่ฝ่ายไหนมัก "ชนะ" 

ทุกครั้งที่สังคมไทยแตกแยกหลายคนก็หวังให้ "กองทัพ" เป็นองค์กรช่วยชาติให้พ้นวิกฤติ