ข่าว

ตร.เชื่อคนร้ายปล้นร้านทองคนในพท.

ตร.เชื่อคนร้ายปล้นร้านทองคนในพท.

03 ธ.ค. 2554

ตำรวจ เร่งหาตัวคนร้ายปล้นร้านทอง เชื่อคนในพื้นที่

          วันที่ 3 ธ.ค.54  จากเหตุการณ์คนร้ายชิงทรัพย์ห้างทองแสงทองสุก ถ.ท่าดินแดง แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน ได้ทองรูปพรรณในตู้โชว์ไป 2 ถาดใหญ่ ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 3 ธ.ค.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีประกอบด้วย พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สส.น.8 พ.ต.ท.เมธสิทธิ์ วชิราปัญญานนท์ รอง ผกก.สส.น.8 และ พ.ต.ท.หาญชัย ธรรมศักดิ์สิทธิ์ สว.กก.สส.น.8 ได้แบ่งกำลังออกเป็น 4 ชุด ออกตรวจตรากล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เดินทางมาก่อเหตุและใช้เป็นเส้นทางหลบหนี พบว่ากล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร จำนวน 4 ตัว ที่อยู่ห่างร้านที่เกิดเหตุเพียง 50 เมตร ไม่สามารถบันทึกภาพอะไรเอาไว้ได้ เนื่องจากเป็นกล้องดัมมี่ ติดเอาไว้หลอกตาขู่โจรเท่านั้น จึงต้องไปขอดูกล้องวงจรปิดของห้างร้านและบริษัทเอกชนในละแวกใกล้เคียงกันซึ่งทำให้แนวทางการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร
 
          จากการตรวจสอบกล้องของทางเอกชนพบว่า คนร้ายทั้ง 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์  ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำแดง ติดแผ่นป้ายทะเบียนตัวเลข 850 หลังก่อเหตุได้พากันขับออกจากถนนท่าดินแดง เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าโรงพยาบาลตากสิน จากนั้นก็ไม่มีกล้องตัวใดจับภาพคนร้ายได้อีกเลย จึงเชื่อว่า คนร้ายทั้ง 2 คน ต้องเป็นบุคคลอาศัยอยู่ในพื้นที่ไม่ห่างจากห้างทองแสงทองสุกอย่างแน่นอน เบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชา จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งลงพื้นที่กดดันคนร้ายตามชุมชนในรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตรแล้ว
 
          สำหรับจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เมื่อตำรวจตรวจสอบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก พบรถจักรยานยนต์ตกอยู่ในข่ายต้องสงสัย จำนวน 1 คัน เป็นของชาวบ้านในพื้นที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ แต่เมื่อเดินทางไปเชิญตัวเจ้าของรถคันดังกล่าวมาสอบสวนที่ กก.สส.น.8 แล้วเชื่อว่าไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องจึงต้องปล่อยตัวกลับไป  ตำรวจจึงได้ตั้งสมมุติฐานเพิ่มเติมได้ว่าคนร้ายอาจพรางตัวอีกชั้นด้วยวิธีการใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาติดรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 
          สำหรับภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้าย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำแดง ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 850 ขับหลบหนีออกจากสี่แยกท่าดินแดงเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลตากสิน เมื่อเวลา 09.34 น.และจากการสืบค้นภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบว่าคนร้ายน่าจะเลี้ยวเข้าซอยสมเด็จเจ้าพระยา ฝั่งเลขคี่ซึ่งอาจจะเป็นซอย 13 หรือ ซอย 15  เนื่องจากกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านเจ้าพระยาคอนโด ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 17 ไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายเอาไว้ได้  ประกอบกับกล้องวงจรปิดตามถนนลาดหญ้ามุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ก็ไม่สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้เช่นกัน จึงทำให้เชื่อว่าคนร้ายต้องเป็นบุคคลในพื้นที่อย่างแน่นอน  เนื่องจากไม่ได้ใช้เส้นทางถนนเจริญนครและถนนลาดหญ้าเป็นทางหลบหนี และเตรียมการวางแผนก่อนลงมือเป็นอย่างดีเนื่องจากขณะก่อเหตุทำการสวมถุงมืออำพรางลายนิ้วมือด้วย  ตำรวจจึงไม่สามารถเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายในที่เกิดเหตุได้