
'ชวนนท์'จี้'ปู'ทำตามกม.จัดการคนของตัวเอง
โฆษกฯปชป. จี้ ยิ่งลักษณ์ ทำตาม กม. จัดการคนของตัวเอง ประณาม เสงี่ยม นำ มวลชน บุกเปิด ปตร.คลองพระยาสุเรนทร์
วันที่ 3 ธ.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการนำมวลชนบุกเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ว่า ขอประณามการกระทำดังกล่าวพร้อมทั้งฝากไปยังรัฐบาลว่า คนของท่านถือขวดไวท์นำมวลชนมาเปิดประตูระบายน้ำแต่ไม่ถูกดำเนินการอะไร กลับโยนกทม.เป็นผู้ดำเนินการในการห้ามปราม ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความละอายใจในการปฏิบัติหน้าที่ สนับสนุนให้คนไม่ต้องทำตามกฎหมาย หากเป็นเช่นนี้แล้วจะให้ประชาชนเคารพกฎหมายได้อย่างไร ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า หากคิดว่ากฎหมายไทยไม่เป็นที่เคารพก็ไม่เข้าใจว่าพวกท่านจะอยู่ประเทศไทยไปทำไม ทำไมจึงไม่ไปอยู่กับพี่ชายที่ต่างประเทศ
เช่นเดียวกับกรณีของนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัย สิ้นสุดสมาชิกภาพความเป็นส.ส.แล้ว แต่กลับออกมาโวยวายพร้อมระบุว่า กฎหมายไม่มีมาตรฐาน มีกระบวนการจ้องล้มรัฐบาลและจ้องยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งเรื่องนี้ตนเชื่อว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องได้ปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว นายจตุพรเองก็สามารถชี้แจงเมื่อกระบวนการเข้าสู่ชั้นศาลได้แต่ก็ไม่ทำ แต่กลับมาปลุกปั่นมวลชนให้ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งถือเป็นชนวนให้บ้านเมืองไม่สงบและกลับมาสู่วังวนเดิมอีกครั้ง ซึ่งถ้านายกฯยังเป็นเช่นนี้ที่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ ในเรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่าจะไม่เหลือคนไทยคนใดเลยที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย การกระทำของรัฐบาลเช่นนี้ถือว่าเป็นการการกระทำที่น่าอดสูและไม่สมควรที่จะเป็นรัฐบาลต่อไป
ส่วนที่พนักงานสอบสวน ได้เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานีไปให้ปากคำในคดีการเสียชีวิต 13 ศพในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเม.ย.-พ.ค.2553ว่า เป็นการโยกคดีมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดูแล ซึ่งตนมองว่า มีหลายคดีที่มีการระบุชัดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่กลับไม่มีการดำเนินการ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพก็ยินดี ที่จะเข้าสู่กระบวนการในการชี้แจงอย่างเต็มที่ เพื่อรักษากฎหมายของประเทศและไม่ให้เกิดความวุ่นวาย สิ่งนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างรัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์ ในการเคารพกฎหมายของบ้านเมือง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็เชื่อว่า ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพก็จะยอมรับผลที่เกิดขึ้น จึงขอท้าไปยังนายจตุพร ให้ออกมาสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายด้วยกัน เพื่อพาประเทศกลับไปสู่ความปรองดอง เพราะไม่เช่นนั้นนายจตุพรเองจะเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งอีกครั้ง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าจะนำคดี 91 ศพไปศาลโลกว่า ตนขอสนับสนุนแต่ขอให้นายสุนัยใช้งบส่วนตัวในการเดินทางไปซึ่งตนจะให้เจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันคอยอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี



