
'มาร์ค'ย้ำยินดีให้ปากคำคดี13ศพ
อภิสิทธิ์ ย้ำ ยินดีให้ปากคำ พร้อมให้ความร่วมมือ คดี 13 ศพ ตามคำเชิญ 9 ธ.ค.นี้ แม้จะมีเวลาเตรียมตัวน้อย เพื่อข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์-เกิดความเป็นธรรม
วันที่ 3 ธ.ค.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเดินทางไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในคดีการเสียชีวิต 13 ศพ ในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 ว่า หลังจากที่ตนได้ทำเรื่องขอเลื่อนการชี้แจงออกไปเป็นช่วงกลางเดือนธ.ค.นั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องกลับมาแล้ว โดยแจ้งให้ตนไปให้ปากคำก่อนวันที่ 9 ธ.ค. ซึ่งก็ไม่มีปัญหายินดีให้ความร่วมมือ แต่เวลาก็ถือว่าสั้นไปหน่อย เพราะว่ามีวันหยุดยาวอีก 3 วัน ซึ่งก็ต้องมีการเตรียมเอกสารต่างๆ โดยตนก็จะเดินทางไปในวันที่ 9 ธ.ค.แน่นอน และจะเตรียมเอกสารให้ทัน ในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผอ.ศอฉ. ที่ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.นั้น ก็คงจะได้รับแจ้งกลับมาแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะแจ้งให้ไปในช่วงวันเดียวกันคือ อาจจะเป็นวันที่ 8-9 ธ.ค.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของการพูดคุยกับบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ตนอาจจะมีการสอบถามข้อเท็จจริง หรือการพูดคุยกันเป็นการภายใน เพราะเราไม่สามารถเรียกใคร หรือหน่วยงานใดมาให้ข้อมูลได้ รวมทั้งการรวบรวมเอกสาร และประกาศคำสั่งของหน่วยงานต่างๆ ก็ต้องมีอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าจุดที่มีการอ้างอิงมาถึงคือประเด็นอะไร นอกจากบอกเพียงว่าเป็นการสั่งการ ซึ่งในแง่ของระบบการสั่งการ การบริหารจัดการชัดเจนอยู่แล้วในตัวข้อกฎหมาย เมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉินหรือการตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขึ้นมาก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาก็ชัดเจนไม่ได้มีอะไร แต่หากมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเหตุการณ์ เราก็จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ไป เพราะเราต้องการให้เขาได้ข้อมูลอย่างครบถ้วนที่สุด ถึงจะได้ข้อเท็จจริงและเกิดความเป็นธรรมได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสงสัยว่าทำไมในหนังสือเชิญไปให้ปากคำถึงระบุแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าอ่านตามข่าวก็เหมือนกับเป็นกรณีของผู้สื่อข่าวญี่ปุ่น แต่ตนก็ไม่ทราบเพราะไม่ได้ระบุถึง ระบุแต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ซึ่งสืบเนื่องมาจากการชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิต ที่ขณะนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ทำคดีไว้เบื้องต้น



