
'นายกฯ'มั่นใจน้ำแห้งหมดก่อนปีใหม่
"นายกฯ" มั่นใจน้ำแห้งหมดก่อนปีใหม่ ทยอยรื้อบิ๊กแบ็ก เร่งสูบน้ำท่วมขังออก
วันที่ 3 ธ.ค.54 เวลา 08.30น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ว่า การระบายน้ำท่วมขังกทม. สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก ขณะนี้ถนนสายหลัก และพื้นที่การค้าต่างๆ กลับมาใช้งานได้เป็นปกติในหลายพื้นที่แล้ว แต่น้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำก็คงต้องใช้มาตรการในระดับพื้นที่ โดยการเร่งสูบน้ำออกโดยเร็วที่สุด ซึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่คือที่ หลักหก รังสิต ดอนเมือง แจ้งวัฒนะ และลำลูกกา
ซึ่งทาง ศปภ.ได้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ให้มาช่วยเหลือสนับสนุนเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ และแรงงาน ให้แก่หน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้เร่งดำเนินการอีกทางหนึ่ง เชื่อว่าในภาพรวมทุก ๆ พื้นที่ในฝั่งตะวันออกจะแห้งภายในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนแนวบิ๊กแบ็กนั้นคงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว เราจะได้ทยอยให้รื้อออก แต่จะมีการหารือกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกทม.นั้น ขณะนี้ระดับน้ำในคลองมหาสวัสดิ์เกือบเป็นปกติ ไม่ล้นตลิ่งแล้ว จึงทำให้ไม่มีน้ำหลากเข้ามาอีก ดังนั้นถนนสายหลักและพื้นที่การค้าสำคัญจะกลับมาใช้งานได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำมาก เช่น พุทธมณฑลสาย 4 -5 และอ้อมน้อย คงต้องใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์เพื่อทำให้น้ำลดลงจนถึงระดับที่กระบวนการสูบน้ำของท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ แต่เชื่อว่าพื้นที่ทั้งหมดของฝั่งธนบุรีก็น่าจะแห้งภายในเดือน ธ.ค.เช่นกัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนระดับน้ำใน จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี นั้น ขณะนี้คลองหลัก ๆ เช่นคลองพระพิมล คลองพระยาบันลือ ยังมีระดับน้ำล้นตลิ่งอยู่ อย่างไรก็ตามในช่วง 2 สัปดาห์ทีผ่านมาสามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนได้ดี ซึ่งในสัปดาห์หน้าคาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระเจ้าจะลดต่ำลง ดังนั้นจะสามารถเปิดประตูระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้มากขึ้น
ส่วนน้ำที่ท่วมขังในระดับพื้นที่ ทางศปภ.ได้ประสานกับหน่วยราชการต่าง ๆ เช่นกรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น บางใหญ่ และบางบัวทอง คาดว่าพื้นที่ชุมชนส่วนใหญ่ใน จ.นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา จะแห้งได้ก่อนปีใหม่นี้ อย่างไรก็ตามพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่ลุ่มต่ำมากๆ อาจยังต้องมีสภาพน้ำท่วมขังมากกว่า 30 วัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 1-5 ธ.ค.นี้ อาจจะต้องระวังมรสุมอีกระลอก ก็ขอให้ชาวใต้ได้ระมัดระวังและติดตามข่าวสาร ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้รายงานว่าทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สำรวจพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พบว่าส่งผลกระทบต่อสวนยางพาราบ้าง แต่ยังไม่กระทบต่อบ้านเรือนประชาชน ซึ่งกองทัพบกได้เตรียมแผนเข้าช่วยเหลือประชาชนไว้แล้ว โดยมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง



