ข่าว

'น้ำท่วม'เด็กสถานพินิจฯเลยเวลาขึ้นศาล

'น้ำท่วม'เด็กสถานพินิจฯเลยเวลาขึ้นศาล

03 ธ.ค. 2554

'น้ำท่วม'เลยกำหนดขึ้นศาล60ชีวิตค้างสถานพินิจฯปทุมธานี : โต๊ะรายงานพิเศษรายงาน

                 วิกฤติจากมหาอุทกภัย 2554 เริ่มทุเลาลงแล้ว หลายพื้นที่น้ำแห้งกลับเข้าสู่ภาวะปกติบรรดาผู้ประสบภัยมีโอกาสบูรณะฟื้นฟูบ้านเรือนเพื่อกลับเข้าไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่ก็มีอีกหลายพื้นที่ที่น้ำยงคงท่วมสูง ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานี ที่ระดับน้ำยังคงท่วมสูงกว่า 1 เมตร
   
                 สถานพินิจและคุ้มครองเด็กฯ แห่งนี้ ถูกน้ำท่วมมานานเกือบ 2 เดือน ทำให้เยาวชนซึ่งอยู่ในความควบคุม 60 ชีวิต และเจ้าหน้าที่อีก 30 ชีวิต ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก และคาดว่าเยาวชนและเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ กลุ่มนี้ ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมวลน้ำมหาศาลที่ยังคงท่วมสูงต่อไปอีกหลายสัปดาห์ เนื่องจากที่ตั้งเป็นแอ่งกระทะ ซึ่งเป็นอุปสรรคอันยิ่งยวดต่อการระบายน้ำให้หมดไปจากพื้นที่โดยเร็ว
   
                 จากระดับน้ำที่ท่วมสูงเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ประกอบกับจำนวนผู้ที่ติดค้างอยู่ในสถานพินิจฯแห่งนี้มีอยู่เกือบ 100 ชีวิต ทำให้อาหารค่อนข้างขาดแคลน ซึ่งผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานีเป็นห่วงว่า หากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนทั้งในเรื่องสิทธิเสรีภาพและชีวิตความเป็นอยู่
   
                 "หากไม่เกิดมหาอุทกภัย 2554 เด็กและเยาวชนที่อยู่ในความควบคุมของสถานพินิจฯ จ.ปทุมธานี ในขณะนี้คงไม่ติดค้างอยู่ถึง 60 คน เพราะส่วนใหญ่เรื่องถึงกำหนดจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้มีไม่น้อยที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับการปล่อยตัว แต่เมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วมศาลไม่สามารถเปิดทำการได้ตามปกติ กำหนดการขึ้นศาลของเด็กจึงต้องเลื่อนไปโดยไม่มีกำหนด ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในความควบคุมของสถานพินิจฯ ต่อไป ทั้งที่สมควรจะได้รับอิสรภาพไปแล้ว" ปภาดา มีชูเสพย์ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผย
   
                 ปภาดา บอกด้วยว่า เด็กในความควบคุมจำนวนไม่น้อยเกิดความเครียด เพราะระหว่างน้ำท่วมผู้ปกครองไม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมได้ ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่อยู่กันอย่างยากลำบาก อาหารขาดแคลน เนื่องจากที่ตั้งของสถานพินิจฯ ถูกน้ำท่วมสูง ทำให้การช่วยเหลือเข้าไม่ถึง เจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ และเด็กในความควบคุม จึงต้องช่วยกันจับปลามาทำอาหารแบ่งกินกันประทังชีวิต ซึ่งเรื่องเช่นนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น
   
                 เด็กและเยาวชนที่มีอาการเครียด เพราะต้องอยู่ในสภาวะที่น้ำท่วมสูง ประกอบกับการเลื่อนกำหนดขึ้นศาลที่มีผลต่ออิสรภาพออกไปอย่างไม่มีกำหนดมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนน่าเป็นห่วง ทำให้สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานีต้องจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้ได้ทำร่วมกันเพื่อผ่อนคลายความเครียด โดย “ณภัทรสร สงวนหงส์” เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ประจำสถานพินิจฯ จ.ปทุมธานี บอกว่า ทุกวันเจ้าหน้าที่ต้องคิดกิจกรรมมาให้เด็กและเยาวชนทำร่วมกันเพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย เช่น จัดให้มีการแข่งขันพายเรือ ซึ่งช่วยผ่อนคลายความเครียดของเด็กลงได้ในระดับหนึ่ง
   
                 "เราจำเป็นต้องดูแลเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น มีการดึงพวกเขามาช่วยทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น ช่วยกันแบกกระสอบทรายมาทำคันกั้นน้ำ ช่วยกันจับปลา ช่วยกันหุงข้าว ช่วยกันทำอาหาร บางส่วนก็ได้มอบหน้าที่ในการพายเรือไปรับสิ่งของบริจาค รับญาติที่ลุยน้ำเข้ามาเยี่ยม ซึ่งทำให้พวกเขาผ่อนคลายมากขึ้น" เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ สถานพินิจฯ จ.ปทุมธานี บอก
   
                 ขณะที่ บอย เด็กหนุ่มวัย 16 ปี หนึ่งในเด็กและเยาวชนซึ่งอยู่ในความควบคุมของสถานพินิจฯ บอกว่า หากน้ำไม่ท่วมเขาจะต้องเดินทางไปยังศาลเพื่อฟังคำพิพากษาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ต้องเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด เพราะน้ำท่วมศาลไม่สามารถเปิดทำการได้ ประกอบกับผู้ปกครองไม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมได้ อีกทั้งยังต้องอยู่เฉพาะบนอาคาร จึงทำให้รู้สึกเครียด อยากให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะอยากออกไปใช้ชีวิตภายนอกสถานพินิจฯ
   
                 "เลยกำหนดที่ผมจะต้องขึ้นศาลมานานเกือบเดือนแล้ว และไม่รู้ว่าผมจะต้องรอนานอีกแค่ไหน หากเป็นไปได้ผมก็อยากให้น้ำลดระดับลงจนเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะบ้านผมก็ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน ผมอยากกลับบ้านไปช่วยพ่อกับแม่ ซึ่งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยด่วน" หนึ่งในเด็กที่ต้องอยู่ในความควบคุมของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานี บอก
   
                 ทั้งนี้ ก่อนจะเกิดอุทกภัยสถานพินิจฯแห่งนี้มีเด็กและเยาวชนอยู่ในความควบคุมทั้งหมด 72 คน ระหว่างน้ำท่วมในระดับที่ไม่สูงมากศาลยังเปิดทำการได้ตามปกติ มีเด็กและเยาวชนได้รับการนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและได้รับคำสั่งให้ปล่อยตัวจำนวน 12 คน โดย 10 คนสามารถเดินทางไปที่ศาลได้ อีก 2 คน ได้รับการพิจารณาคดีผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ต่อมาระดับน้ำได้ท่วมสูงศาลไม่สามารถเปิดทำการได้ ทำให้เด็กต้องติดค้างอยู่ในสถานพินิจฯ ถึง 60 คน ซึ่งส่วนใหญ่เลยกำหนดการพิจารณาในชั้นศาลแล้ว หากไม่เกิดน้ำท่วมเด็กเหล่านี้บางส่วนอาจได้รับอิสรภาพแล้ว