ข่าว

เสียดายหนังสือเก่า

เสียดายหนังสือเก่า

03 ธ.ค. 2554

เสียดายหนังสือเก่า : ขอดเกล็ดดาวเงิน พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด รองผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา

               หลังน้ำลด...กระจอกข่าวมีโอกาสกลับไป จ.พระนครศรีอยุธยา อีกครั้ง พบว่า "น้องน้ำ" ทิ้งคราบไคลแห่งความเสียหายไว้ให้ชาวกรุงเก่าดูต่างหน้าไม่น้อย โดยเฉพาะตามสถานที่ราชการต่างๆ หลายแห่งน้ำแห้งสนิทแล้ว ขณะที่หลายแห่งยังมีน้ำขังหลงเหลืออยู่
   
               ขณะกระจอกข่าวเดินเพลินๆ อยู่ภายในวัดพนัญเชิงวรวิหาร บังเอิญสายตาเหลือบไปเห็น นายตำรวจท่าทางใจดี ตาโต แต่แก้มไม่ป่อง (ฮา) ชื่อเสียงเรียงนามว่า พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด รองผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา หรือที่เพื่อนพ้องน้องพี่เรียกขานว่า "รองเปิ้ล" เข้าโดยบังเอิญ
   
               "รองเปิ้ล" เล่าให้ฟังว่า ขณะ "น้องน้ำ" อาละวาดอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจเองก็ตกเป็นผู้ประสบภัยเช่นเดียวกับประชาชน สถานีตำรวจแทบทุกแห่งถูกน้ำท่วม เช่นเดียวกับบ้านพักของข้าราชการตำรวจ พูดง่ายๆ คือเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ทุกวันนี้ตำรวจจึงเป็นทั้งผู้ประสบภัยและผู้ช่วยเหลือประชาชนไปพร้อมๆ กัน
   
               "ตอนน้ำเหนือยกทัพมาประชิด บรรยากาศในอยุธยาราวกับเกิดสงคราม ประชาชนต่างกักตุนอาหาร พอคันกั้นน้ำพังชาวบ้านพากันอพยพหนีกันชุลมุนราวกับกรุงแตก พอน้ำลดมีแต่ความเสียหาย บ้านเรือนพังเหมือนถูกระเบิด" รองเปิ้ล ย้อนเหตุการณ์อย่างเห็นภาพ
     
               "แล้วตอนนี้บ้านพี่เป็นอย่างไรบ้าง" กระจอกข่าวกระซิบถามด้วยความเป็นห่วง
     
               "น้องน้ำเข้าท่วมบ้านพี่สูงมากเหลือบันได 3 ขั้นจะถึงชั้นสอง รถยนต์พี่ก็จมน้ำเอาออกไม่ทัน เพราะตอนน้ำมาพี่ไปตรวจพื้นที่ ข้าวของเครื่องใช้ คอมพิวเตอร์ โซฟาเสียหายหมด แต่พี่ไม่เสียดายเพราะของพวกนี้ไม่ตายเสียหาใหม่ได้ แต่ที่เสียดายมากคือหนังสือเก่าๆ ที่เก็บสะสมมากว่า 30 ปีตั้งแต่ยังเป็นผู้หมวด จมน้ำเสียหายหมด" พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ บอกด้วยแววตาเศร้าๆ
   
               หนังสือที่ พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ กล่าวถึง มีทั้งตำรากฎหมายต่างๆ หลักการว่าด้วยเรื่องวิสามัญฯ การชันสูตรพลิกศพ กรณีศึกษาคดีสำคัญๆ หลายร้อยเล่ม ซึ่งขนหนีน้ำไม่ทัน !!!
   
               "หลังน้ำลดพี่กลับเข้าบ้านไปดู ลมแทบใส่ หนังสือของพี่เปื่อยยุ่ยไม่สามารถซ่อมได้ต้องตัดใจทิ้ง หนังสือพวกนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ของบางอย่างยิ่งใหม่ยิ่งดี แต่สำหรับหนังสือยิ่งเก่ายิ่งดี เพราะมันบันทึกเหตุการณ์และข้อมูลบางอย่างที่หาไม่ได้ในยุคสมัยนี้แล้ว" พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ บอกพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่
   
               "รองเปิ้ล" จบนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 35 รับราชการตำรวจครั้งแรกเมื่อปี 2525 ในตำแหน่ง รองสว. ที่ จ.กระบี่ แล้วย้ายไป จ.ระยอง ก่อนจะขึ้นเป็นนายเวร ผบช.ภ.3 เป็นนายเวรผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ แล้วโยกไปเป็นตำรวจทางหลวงในตำแหน่งสารวัตร ประจำที่ จ.จันทบุรี หลังจากนั้นเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในพื้นที่นครบาล ในตำแหน่ง รองผกก.ป.สน.บางขุนเทียน, ผกก.2 บก.จร., ผกก.สน.สุทธิสาร, ผกก.สน.ทุ่งครุ หลังจากนั้นเลื่อนขั้นขึ้นรับตำแหน่ง รองผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนี้มาแล้ว 4 ปี
   
               ก่อนจากกระจอกข่าวกระซิบถามว่าทำไม ชื่อเล่นเหมือนผู้หญิงจัง? "รองเปิ้ล" หัวเราะร่วนก่อนตอบอย่างอารมณ์ดี
   
               "สงสัยคงต้องไปถามแม่พี่แล้วล่ะ เพราะพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน" (ฮา)