ข่าว

โจรใต้ยิงปลัดอบต.ดับคารถหนีลอยนวล

โจรใต้ยิงปลัดอบต.ดับคารถหนีลอยนวล

02 ธ.ค. 2554

โจรใต้ซิ่งจยย.ประกบยิง ปลัดอบต.ปะลุกาสาเมาะ ดับคาที่ ก่อนขโมยปืนพกสั้นขนาด 11 มม. หลบหนีไป ตร.คาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์รายวัน

          2 ธ.ค.54 ร.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา ร้อยเวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตคารถยนต์กระบะ เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาดนัดกือดายือริง ม.8 ต.ปะลุกาสาเมาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพศร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

          พบชาวบ้านเป็นจำนวนมากยืนมุงดูรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนส์ทอง ทะเบียน บจ- 7051 นราธิวาส โดยที่บริเวณประตูหน้าทั้ง 2 ด้าน มีตราโลโก้ของ อบต.ปะลุกาสาเมาะ ซึ่งอยู่ในสภาพกระจกหน้าและกระจกข้างตรงข้ามคนขับแตก และมีร่องรอยถูกกระสุนปืน จำนวน 4 นัด ที่จอดอยู่ริมถนนหน้าตลาดนัด โดยภายในห้องโดยสารตรงข้ามคนขับพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง จำนวน 1 คน นอนจมกองเลือดอยู่ และจากการตรวจสอบทราบชื่อ คือ น.ส.อรุณ บัวจุด อายุ 41 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ จ.พัทลุง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นปลัด อบต.ปะลุกาสาเมาะ โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. ที่บริเวณหน้าอก จำนวน 4 นัด โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนของคนร้ายตกอยู่ข้างรถ จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย นรา 01 ส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง

          จากการสอบสวนนายอนุวา สาและ พนักงานขับรถ อบต.ปะลุกาสาเมาะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์ของที่ทำการ อบต.เพื่อไปส่ง น.ส.อรุณ ซึ่งเป็นปลัด เพื่อกลับบ้านพักที่เช่าอยู่ในพื้นที่ อ.บาเจาะ โดยตนได้พาลูกสาววัย 3 ขวบ นั่งรถยนต์ไปด้วย เมื่อถึงบริเวณหน้าตลาดนัดจุดเกิดเหตุมีคนเดินซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ตนจึงได้ชะลอความเร็วรถ ทันใดนั้นมีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจยย. จำนวน 2 คัน มาจอดขวางหน้า แล้วคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถจยย.ทั้ง 2 คัน ได้ลงจากรถพร้อมได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. คนละกระบอก เดินถือปืนจ่อไปยิงใส่ น.ส.อรุณ ปลัด อบต.ที่นั่งโดยสารเบาะหน้าคู่กันมา จำนวน 4 นัดซ้อนจนเสียชีวิต ตนตั้งสติได้จึงเปิดประตูรถวิ่งหลบหนี โดยทิ้งลูกสาววัย 3 ขวบ ที่นั่งอยู่ตอนหลังไว้ในรถ เมื่อ 1 ใน 2 ที่ทำหน้าที่เป็นมือปืนเห็นตน จึงได้วิ่งไล่และใช้ปืนยิงใส่ตนจำนวนหลายนัด แต่โชคดีที่ไม่ถูกกระสุนปืนของคนร้าย แล้วคนร้ายก่อนที่จะหลบหนีได้แวะเปิดประตูรถยนต์หยิบกระเป๋าเป้สีดำของ น.ส.อรุณ ซึ่งภายในมีอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พาหลบหนีไปด้วย เมื่อคนร้ายหนีไปแล้วตนจึงได้วิ่งมาที่รถ พบลูกสาวนั่งร้องไห้อยู่ด้วยความตกใจ และเมื่อนำลูกสาวออกจากรถแล้วจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน

 

วางเค75ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้ายะลา

                เมื่อเวลา 17.50 น. ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้ง ว่า พบวัตถุระเบิดวางอยู่ภายในร้านเอ.พีการไฟฟ้า เลขที่ 496 ถนนผังเมือง 4 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา หลังรับแจ้ง จึงได้แจ้ง พ.ต.ท.ต่อพันธ์ ปุสันเทียะสวป.สภ.เมืองยะลา ทราบ พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เข้าดำเนินการเก็บกู้ทันที

               ที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ภายในร้าน เอ.พีการไฟฟ้า เจ้าหน้าที่พบลูกระเบิดแบบขว้าง เค 75 วางอยู่ตรงหน้าประตูด้านในภายในบ้านโดยลูกระเบิดที่พบถอดสลักไม่หมด จึงทำให้ไม่เกิดระเบิดเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บกู้ไว้ทันที เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายอาจจะรีบร้อนนำระเบิดเข้ามาวางไว้ขณะที่ ประตูร้านเปิดและหน้าร้านไม่มีใครอยู่ โดยไม่ได้ดึงสลักอีกตัวออกแล้ววิ่งหนีออกจากร้านไปทำให้ระเบิดไม่ทำงาน
   
               โดยจากการสอบสวน นางภิณญารัตน์ แพประสิทธิ์อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ซอยนารายณ์ ถนนผังเมือง 4 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลาเจ้าของร้าน ทราบว่า พบวัตถุระเบิด เมื่อเวลาประมาณ 17.15 น. วางอยู่ภายในบ้านแล้ว โดยไม่ทราบเข้ามาอยู่ตั้งแต่เมื่อใด เนื่องจากประตูบ้านปิดลูกกรงอยู่ และตนเองก็อยู่บนชั้นสองของบ้าน พอเดินลงมาก็เห็นระเบิดวางอยู่แล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเก็บกู้ทันที
   
               ส่วนสาเหตุเบื้องต้น นั้น เจ้าหน้าที่พบว่าเจ้าของร้าน เคยมีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นและเคยถูกทำร้ายร่างกายมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา และอาจจะเป็นสาเหตุของการนำระเบิดมาวางไว้ภายในร้านเพื่อหวังจะทำร้ายอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นปัญหาส่วนตัว หรือ เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่