ข่าว

สุไหงโก-ลก....ในสถานการณ์วิบากกรรมซ้ำซาก

สุไหงโก-ลก....ในสถานการณ์วิบากกรรมซ้ำซาก

03 ธ.ค. 2554

รายงานพิเศษวันเสาร์ : สุไหงโก-ลก....ในสถานการณ์วิบากกรรมซ้ำซาก โดย ทีมข่าวภูมิภาค

                 "สุไหงโก-ลก" ถือเป็น "ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ" ของ จ.นราธิวาส เหตุผลสำคัญที่ทำให้อำเภอเล็กๆ แห่งนี้ มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัด รวมไปถึงภาคใต้ตอนล่าง ก็คือฐานะการเป็นเมืองชายแดน เนื่องจากมีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซีย โดยทิศตะวันออกและทิศใต้ของอำเภอนี้ อยู่ติดกับรัฐกลันตันของมาเลเซีย มีแม่น้ำสุไหงโก-ลก เป็นเส้นทางพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศทั้งสอง

                 การมีพรมแดนติดกับมาเลเซีย เป็นผลให้ในแต่ละวัน จะมีนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนจากมาเลเซีย เดินทางข้ามพรมแดนเข้ามา ทั้งการมาจับจ่ายซื้อสินค้า หรือมาทำงานในสุไหงโก-ลก จำนวนมาก ทำให้เกิดความคึกคักด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ตัวเลขห้องพักโรงแรมในเขตตัวเมืองสุไหงโก-ลก มีมากกว่า 5,000 ห้อง

                 การมีพรมแดนติดต่อกัน ทำให้เศรษฐกิจสุไหงโก-ลก ขึ้นอิงอยู่กับเศรษฐกิจและสังคมของมาเลเซียด้วย อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายน ที่เกิดวินาศกรรมขึ้นในเมืองสุไหงโก-ลก ด้วยรูปแบบของคาร์บอมบ์ 3 จุด ไล่เลี่ยกัน โดยพื้นที่เป้าหมายของการก่อเหตุอยู่ที่ย่านธุรกิจและสถานบันเทิงกลางเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งเหตุร้ายดังกล่าว ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น หากความสูญเสียครั้งนั้น ยังมีผลต่อเนื่องมากกว่านั้น เพราะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

                 "สุไหงโก-ลก มีรายได้จากการค้าขายระหว่างพรมแดนไทย-มาเลเซียถึงปีละ 3,000 ล้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมืองนี้เป็นเมืองสำคัญสำหรับชาวมาเลเซียที่มาท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน หรือกระทั่งการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน เหตุระเบิดและมีชาวมาเลเซียเสียชีวิต จึงกระทบต่อพื้นที่อย่างเลี่ยงไม่ได้" กู้เกียรติ บูรพาพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส ให้ความเห็น

                 พร้อมกับให้ข้อมูลว่า ก่อนระเบิดโรงแรมที่นี่ที่พักห้องเต็มตลอด เพราะที่นี่มีการต้อนรับนักเดินทางจากมาเลเซียดี ไม่เข้มงวดมาก อะไรที่อะลุ้มอล่วยได้ก็ปล่อย จะเดินทางมาทางด่าน ทางคลอง ก็เป็นที่ต้อนรับหมด คนกลันตันคุ้นเคยกับคนไทยในอำเภอแห่งนี้มาก ขณะที่สินค้าของไทย ก็เป็นการจำหน่ายพืชเกษตร ตั้งแต่ผักไปจนถึงกุ้ง หอย ปู ปลา มีรถจากมาเลย์มารับสินค้าที่โก-ลกวันละเป็น 100 คัน

                 ด้วยเหตุนี้ความรุนแรงที่เกิดจขึ้นในเดือนกันยายน ถือเป็นระเบิดลูกแรกที่กระทบต่อเศรษฐกิจสุไหงโก-ลกและ จ.นราธิวาส ข้อเท็จจริงด้านหนึ่งก็คือแม้เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมายาวนาน ในอดีตจะเป็นเหตุร้ายประเภทจับเศรษฐีไปเรียกค่าไถ่หรือเรียกค่าคุ้มครองสวนยาง แต่หลังจากเกิดเหตุปล้นปืนในค่ายทหารเมื่อในปี 2547 และมีเหตุร้ายมาต่อเนื่องนับจากนั้น

                 ปัจจัยข้างเคียงเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย กระทั่งเหตุระเบิดในสุไหงโก-ลก ที่มีชาวมาเลเซียเสียชีวิตด้วย จึงเป็นฝันร้ายที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความรุนแรงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็น "ข้อดี" ของสุไหงโก-ลก ก็คือความผูกพันระหว่างประชาชนของทั้งสองฝ่าย ที่มีส่วนในการสมานความรู้สึกหวาดระแวงให้ลดลง

                 "ช่วงที่เกิดระเบิดในสุไหงโก-ลก ต้องบอกว่าได้รับผลกระทบมาก จนกล่าวได้ว่าวันแรกหลังเกิดเหตุ นักท่องเที่ยวลดเหลือ 10% จากที่เคยมากัน แต่ความไม่มั่นใจสถานการณ์ก็มีไม่นานมากนัก เนื่องจากชาวมาเลเซียที่มาพักผ่อนหรือมาซื้อของในไทย จะสอบถามสถานการณ์กับผู้ประกอบการทั้งเจ้าของโรงแรมหรือร้านอาหารและผู้ค้า ที่พวกเขาเชื่อถือข่าวสารจากคนพวกนี้ ที่ผ่านมาทาง ททท.ก็ได้จัดโรดโชว์ที่กลันตัน และตรังกานู เพราะทั้ง 2 รัฐเป็นตลาดหลักของนราธิวาส เราไปเพื่อขอบคุณและให้เขามั่นใจว่ามาเที่ยวบ้านเราแล้วเราจะดูแลเขาเป็นอย่างดี" อะหมาน หมัดอะดัม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนราธิวาส กล่าว

                 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากปัญหาความไม่สงบคลี่คลายลงไปในทางที่ดี แต่มรสุมอีกด้านที่มาปะทะสุไหงโก -ลก ในเดือนพฤศจิกายน ก็คือการเกิดน้ำท่วมขึ้นในพื้นที่เป็นสถานการณ์ของน้ำท่วมในมาเลเซียและไหลทะลักลงแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งชายแดนไทย-มาเลเซียอย่างต่อเนื่อง จนระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร 

                 ผู้ที่อาศัยอยู่ริมฝั่ง ใน อ.สุคิริน อ.แว้ง อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก  ใน จ.นราธิวาส  รวมไปถึงกลันตัน ในประเทศมาเลเซีย ต่างได้รับความเดือดร้อน สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นใน 2 ประเทศ ไม่ดีต่อเศรษฐกิจสุไหงโก-ลก ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือที่อยู่อาศัยของประชาชน ที่ปลูกสร้างอยู่ริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก ในลักษณะเป็นชุมชนและหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ ถูกน้ำท่วมขังกว่า 1,000 หลัง

                  อะหมาน ให้ความเห็นว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในสุไหงโก-ลกมากนัก เพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนในสุไหงโก-ลก ยังไม่ได้ลดลง แต่ที่น่าวิตกก็คือภาคเศรษฐกิจของท้องถิ่น เนื่องจากน้ำท่วมในกลันตัน ทำให้ประชาชนชาวมาเลเซียจำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางข้ามฟากมาจับจ่ายใช้สอยหรือซื้อสินค้าได้ตามปกติ และประชาชนในกลันตันก็ไม่ต่างจากคนไทย ที่เลือกจะลดค่าใช้จ่ายหลายอย่างในช่วงนี้เพื่อเก็บเงินสำหรับการซ่อมแซมบำรุงบ้านหลังน้ำท่วมลด

                 "ที่สำคัญก็คือ ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมที่หนักที่สุดของมาเลเซีย ทั้งกลันตันและตรังกานู ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ มีความรุนแรงจนทางการสั่งอพยพออกจากบ้านเรือน หลังจากน้ำท่วมและมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวนหนึ่ง ปัจจัยข้างต้นนี้ย่อมก่อให้เกิดผลลบอย่างเลี่ยงไม่ได้สำหรับสุไหงโก-ลก ที่ต้องพึ่งพาเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย" อะหมาน กล่าว

                 เหล่านี้คือบทสรุปของสภาพเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพื้นที่เล็กๆ แต่มีบทบาทสำคัญสำหรับสุไหงโก-ลก

-----------------------------
(รายงานพิเศษวันเสาร์ : สุไหงโก-ลก....ในสถานการณ์วิบากกรรมซ้ำซาก โดย ทีมข่าวภูมิภาค)