ข่าว

'ปู'หนุน'ปึ้ง'คืนพาสปอร์ตแดงให้'แม้ว'

'ปู'หนุน'ปึ้ง'คืนพาสปอร์ตแดงให้'แม้ว'

02 ธ.ค. 2554

'ยิ่งลักษณ์' หนุน 'สุรพงษ์' คืนพาสปอร์ตแดงให้ 'ทักษิณ' อ้างทุกอย่างต้องทำตาม กม. ปัดไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว "กต." ชี้ต้องหารือ"อสส. และสตช."ก่อน

                เมื่อเวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ออกมาระบุว่า จะดำเนินการคืนพลาสปอร์ตแดง ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ในรายละเอียดของเรื่องนี้ ตนยังไม่ทราบข้อมูล การอนุมัติต่างๆนั้นเป็นเรื่องของทางกระทรวงต่างประเทศเป็นผู้พิจารณา วันนี้ตนมุ่งเน้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนมากกว่า แต่ทุกอย่างก็ขอให้ทำภายใต้กรอบกติกา ทั้งนี้ ตนขอยืนยันตามเจตนารมย์เดิมว่า รัฐบาลจะทำอะไรทุกอย่างนั้นต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และก็ไม่เลือกที่จะคิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข เพราะเรื่องนี้เราต้องมองว่าจะทำอย่างไรที่จะนำบ้านเมืองไปสู่ความสามัคคีปรองดอง 
 
                "ยืนยันว่าดิฉันไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เป็นหน้าที่ของ รมว.ต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาตามความเหมาะสม " น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการต่อต้านจะแก้ปัญหาอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะตัดสินใจ แต่ขอให้อยู่ภายใต้กติกาของหลักนิติธรรม ความเสมอภาค และถูกต้องตามกฏหมาย ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นว่าการพิจารณาต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ วันนี้รัฐบาลมุ่งเน้นที่จะแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ที่ต้องการการดูแลและเยียวยา ยืนยันว่าจะทำงานให้ดีที่สุด

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบหรือไม่ที่แกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องปรับครม.ที่นครดูไบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า " ไม่มีหรอกค่ะ ไม่ได้ข่าวเลย ทุกอย่างอยู่ที่เมืองไทย " เมื่อถามว่าแสดงว่าขณะนี้พร้อมที่จะปรับครม.แล้วใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด และเดินขึ้นรถยนต์ส่วนตัวทันที

 

"กต." ชี้ต้องหารือ"อสส. และสตช."ก่อน


               แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่นายสุรพงษ์ ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ พิจารณากฎหมายเพื่อคืนหนังสือเดินทางบุคคลธรรมดาให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ภายใต้ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นกฎกระทรวง ที่มอบอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้พิจารณาและดำเนินการ ในเนื้อหาของระเบียบดังกล่าว เขียนไว้แบบไม่รัดกุม ขึ้นอยู่กับการตีความ และนโยบายของรัฐบาลนั้นๆ โดยพิจารณาย้อนศรกลับไปจากเดิม


               แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศล่าสุดว่า จะไม่ดำเนินการใด หากยังไม่สามารถหาข้อสรุป และสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับคดีต้องโทษของ พ.ต.ท.ทักษิณเสียก่อน ซึ่งในระเบียบฯ หมวด 7 ว่าด้วยการปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง ข้อ 21 พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฎิเสธหรือยับยั้งการขอ หรือแก้ไขหนังสือเดินทาง และ หมวด 8 ว่าด้วยการยกเลิกหนังสือเดินทาง ข้อ 23 พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถยกเลิกและเรียกคืนหนังสือเดินทางได้ เมื่อปรากฎภายหลังว่า (7) พิจารณาเห็นว่า หากให้ผู้ถือหนังสือเดินทางยังคงอยู่ในต่างประเทศต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้ ทั้งนี้ จากเดิมที่ได้มีการยกเลิกพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ ในสมัยที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ พิจารณาเห็นสมควรเนื่องจากมีข้อมูลอ้างได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง และเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เป็นภัยต่อประเทศ อย่างไรก็ตาม การคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้  ได้พิจารณาแบบย้อนศรกลับไป โดยเห็นว่า ไม่เป็นปรปักษ์หรือภัยต่อความมั่นคงของประเทศอีกต่อไป

               แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศ ชี้ว่า การคืนพาสปอร์ตครั้งนี้ ไม่ได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ มีสิทธิได้หนังสือเดินทางทูต หรือพาสปอร์ตแดง หมวด 1 ข้อ 6 หนังสือเดินทางการทูต (5) มีให้กับผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี แต่คืนพาสปอร์ต ในฐานะประชาชน มีสิทธิจะได้หนังสือเดินทางของบุคคลทั่วไป หรือพาสปอร์ตสีน้ำตาล ตามหมวด 3 ข้อ13 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องเดินทางพาสปอร์ตมาทำพาสปอร์ตด้วยตัวเองหรือไม่ แหล่งข่าวอธิบายว่า ในการทำพาสปอร์ตของบุคคลทั่วไป ปกติต้องเดินทางไปแจ้งความประสงค์ด้วยตัวเอง มายังหน่วยงานที่จัดทำพาสปอร์ต ศูนย์จัดทำหนังสือเดินทางในต่างจังหวัด สถานเอกอัครราชทูต และกงสุญใหญ่ไทยในต่างประเทศ เนื่องจาก อี-พาสปอร์ตต้องจัดเก็บอัตลักษณ์ของผู้ถือพาสปอร์ต เช่น ลายนิ้วมือ ส่วนสูง ถ่ายภาพ และเก็บตำหนิรูปพรรณที่ปรากฎบนใบหน้า แต่ก็มียกเว้นบางกรณีไว้ด้วย 

               อย่างไรก็ตามพ.ต.ท.ทักษิณ ยังติดคดีฟ้องร้องอยู่อีกถึง 4 คดี ซึ่งหากจะหลับตาข้างเดียว และทำเพิกเฉยในส่วนนี้ได้ ก็สามารถที่จะคืนพาสปอร์ต เว้นแต่นายสุรพงษ์ จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดำเนินคดีพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มาพูดคุยเพื่อคดี ซึ่งจะทำให้การคืนพาสปอร์ตไม่เป็นที่ครหาของสังคมได้ 

 

"ยิ่งลักษณ์" ลงพื้นที่ สงขลา ฟังสรุปน้ำท่วม

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจแรกนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธาน เปิดงาน 5 ธันวา รวมพลังไทย รวมหัวใจถวายพระพร จ.สงขลา และมอบธงชาติ และธงตราสัญลักษณ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ให้กับผู้นำชุมชน 84 ชุมชนใน อ.หาดใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นที่ลานจัตุรัสนครหาดใหญ่ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประชาชนรวมทั้งคนเสื้อแดงบางส่วนที่มาให้กำลังใจอย่างอบอุ่นท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม

                พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังรายงานสรุปภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สงขลา และมาตรการป้องกันจาก นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา และดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ซึ่ง จ.สงขลา มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 10 อำเภอ จากทั้งหมด 16 อำเภอ และสถานการณ์คลี่คลายแล้วโดยทางจังหวัดได้ให้การช่วยเหลือประชาชนเช่นที่ อ.สะบ้าย้อย ที่ต้องอพยพออกจากหมู่บ้านกว่า 100 ครัวเรือน ส่วนในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแต่อย่างใด

                นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้าชนเช่นที่ อ.ปิดา และดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่มอบเงินให้กับญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมใน จ.สงขลา ทั้งสองราย และได้ร่วมเปิดบิ๊กคลีนนิ่งทำความสะอาดบริเวณตลาดพล่าซ่ารวมกับองค์กรต่างๆ ด้วย

                นายกรัฐมนตรีพอใจกับมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งในภาพรวมของ จ.สงขลา และ อ.หาดใหญ่ โดยกล่าวในระหว่างการปราศรัยกับประชาชนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ลานจัตุรัสนครหาดใหญ่ ว่า แม้ภาพรวมน้ำท่วมในพื้นที่ จ.สงขลา จะไม่รุนแรงแต่ทุกฝ่ายได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ทั้งการระบายน้ำและการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ซึ่งมีแผนรับมืออย่างเต็มที่ทั้งการจัดศูนย์อพยพการเตรียมรับมือและการระบายน้ำผ่านคลอง ทั้ง 6 สาย รวมทั้งเห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนมาตรการต่างๆที่ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้เสนอมาโดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางระบายน้ำในคลองอู่ตะเภาและคลอง ร.1 แม้จะต้องใช้งบประมาณมากแต่ในระยะยาวเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันเมืองเศรษฐกิจของภาคใต้เอาไว้

                นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอให้คนไทยทั้งประเทศทั้งที่ถูกน้ำท่วมและไม่ถูกน้ำท่วมใช้โอกาสแห่งปีมหามงคลร่วมกันแสดงพลังฟื้นฟูประเทศที่เสียหายจากน้ำท่วมเพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กลับคืนมา

                จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังโรงแรมซากุระแกรนด์วิว ถนนนิพัทธุ์อุทิศ 3 เพื่อร่วมรับประทานอาหารและพบปะกับภาคธุรกิจทั้งหอการค้า จ.สงขลา สภาอุตสาหกรรม จ.สงขลา และสภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.สงขลา และรับฟังการเสนอแนวทางและความเห็นในการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้และ จ.สงขลา โดยเรื่องที่ภาคธุรกิจได้เสนอให้รัฐบาล เช่น ต้องการให้มีการขยายพื้นที่ด่านพรมแดนสะเดา ซึ่งเป็นด่านที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดในประเทศ ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท ต่อปี และอาจถึง 5 แสนล้านบาท ในปีหน้าซึ่งปัจจุบันคับแคบและการเดินทางเข้าออกของนักท่องเที่ยวล่าช้า รวมทั้งถนนกาญจนวนนิชซึ่งเป็นเส้นทางหลักแออัดควรสร้างเป็นมอเตอร์เวย์ โครงการแลนด์บริด สงขลา-สตูล ซึ่งเชื่อมระหว่างฝั่งอ่าวไทยกับอันดามัน โครงการรางรถไฟคู่และรถไฟความเร็วสูงในภาคใต้ และโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือ เซาเทิร์นซีบอร์ด และการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวใน จ.สงขลาเช่นการเปิดเส้นทางบินใหม่ รวมทั้งการสานต่อโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

                อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี รับที่จะนำโครงการทั้งหมดไปพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการ ซึ่งโครงการต่างๆเป็นแนวทางเดียวกับนโยบายของรัฐบาลที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ทั้งประเทศอยู่แล้วโดยเฉพาะด้านการคมนาคมและด้านการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมไปถึงการพัฒนาความร่วมมือกับกลุ่มประเทศในระดับอาเซี่ยน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีย้ำว่าภายในปีนี้จะต้องเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและการแก้ปัญหาน้ำท่วมให้แล้วเสร็จและรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปวางแผนแก้ปัญหาระยะยาว

 

ไปอุบลณมอบเงินช่วยน้ำท่วม

                เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลเเปิดเผยว่าวันที่ 3 ธ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์  จะเดินทางไปราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อร่วมโครงการ "5 ธันวา รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพรชัยมงคล" ของจังหวัดอุบลราชธานี โดยเวลาประมาณ 11.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะประกอบด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพบกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังกองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อร่วมโครงการ "5 ธันวา รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพรชัยมงคล" ของจังหวัดอุบลราชธานี
 
                จากนั้นเวลาประมาณ 12.50 น. ที่ตลาดสดเทศบาล 3 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี นายกรัฐมนตรีจะรับมอบเงินและสิ่งของบริจาคตามโครงการ "ชาวอุบลเทใจ กู้ภัยน้ำท่วม" มอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้ประสบอุทกภัย มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ. อุบลราชธานีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมทักทายและพบปะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตเทศบาลนคร
   
                จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะจะเดินทางต่อไปยังท่าน้ำวัดหลวง เพื่อปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 84,000 ตัวตามโครงการ " 5 ธันวา รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพรชัยมงคล" แล้วออกเดินทางโดยเรือจากท่าน้ำวัดหลวงข้ามแม่น้ำมูลไปยังวัดเสนาวงศ์ (วัดท่าบุ้งมั่ง) อ.วารินชำราบ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้ประสบอุทกภัย มอบอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านพักอาศัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมพบปะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ และชมกิจกรรมฉีดน้ำ EM บำบัดน้ำเสีย/กิจกรรมฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยนายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จ. สมุทรปราการ ในเวลาประมาณ 15.00 น.