ข่าว

'กล้า...ดี'กล้าที่จะทำความดี

'กล้า...ดี'กล้าที่จะทำความดี

03 ธ.ค. 2554

สัมภาษณ์พิเศษ : 'กล้า...ดี'กล้าที่จะทำความดี

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์
@ พร้อมกิน พร้อมปลูก พร้อมเพาะ 
@ ให้ชีวิตใหม่ผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วม

                   สำหรับภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ถือว่า หนักมาก เรียกได้ว่าเป็น มหาอุทกภัย  ในฐานะที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มีหน้าที่ช่วยเหลือคนยาก จึงไม่สามารถนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้ เพราะน้ำท่วม 2-3 เดือนที่ผ่านมา บางคนอาจจะมีหนี้สินอยู่แล้ว เมื่อน้ำท่วมก็ส่งผลให้มีหนี้เพิ่มมากขึ้น จึงมีคำถามว่า แล้วพวกเขาเหล่านี้จะอยู่ได้อย่างไร และนี่คือสาเหตุที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ออกมาทำโครงการ "กล้า...ดี"

                   ด้วยความคิดที่ว่า ต้องลงมาช่วยเหลือคน จึงตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1 ล้านครอบครัว คือ ช่วยได้ประมาณ 4 ล้านคน หลังจากนั้น ก็มีคำถามต่ออีกว่า แล้วควรจะช่วยอย่างไรดี ? เพื่อจะช่วยคนที่กำลังเดือดร้อนในครั้งนี้ได้

                   จึงได้หารือกับทีมงาน โดยมีข้อสรุปว่า สิ่งแรกคือ ต้องเอาใจคนกลับมาให้สู้กับงานให้ได้ก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องแบมือขอ เพราะคนทุกคนมีศักดิ์ศรี จึงคิดว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อให้คนเหล่านี้ได้ลุกขึ้นมาพึ่งตัวเองได้ก่อน มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้ด้วยตัวเองให้ได้ก่อน

                   หลังจากนั้น ก็เอาประสบการณ์จากที่เคยทำงานกับชาวเขา สำหรับพวกเขา แค่มีข้าว มีเกลือ ก็สามารถอยู่ได้แล้ว หลังจากที่คิดกันหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของการให้ข้าว และน้ำปลา เพื่อให้ผู้ที่เดือดร้อนในเบื้องต้นก่อน เมื่อความคิดตกผลึก และคำนวณดูแล้วพบว่า ถ้าให้ข้าว ก็ทำไม่ได้ ให้น้ำปลา ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากถ้าช่วยตามจำนวนที่กล่าวมาข้างต้น ต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งมูลนิธิไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น จึงคิดกันใหม่ ในที่สุดจึงคิดถึง เกลือ กับ พริก แล้วก็มาคิดว่า ปลูกอะไรให้ผลเร็วสุด ก็ได้ข้อสรุปมาว่า ผักบุ้ง ภายใน 15 วันเก็บได้เลย แต่ถ้าเป็นถั่วงอก ภายใน 3 วันก็เก็บรับประทานได้

                   ถ้าทำอย่างนี้ ก็มีกินทันที จึงทำให้มี กะเพรา โหระพา พริก มะเขือยาว มะเขือเปราะ มีสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านได้มีกินก่อน นี่คือการคิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา

                   หลังจากนั้นก็มาดูพื้นที่ว่าจะใช้ที่ไหน เพราะจากประสบการณ์จากดอยตุง แล้วถ้ามีการขนส่งไปตามจุดต่างๆ จะเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง จึงมองหาสถานที่ที่ใกล้กับน้ำท่วม และใกล้กับคนให้มากที่สุด ก็เลยมาดูว่า ตรงกลางที่ติดกับน้ำท่วม คือ อุทัยธานี กับ ลพบุรี หลังจากนั้นก็ติดต่อมาที่อุทัยธานี มีนายก อบจ. ก็เลยคุยกัน ซึ่งทางนี้บอกว่า ยินดีเต็มที่ ก็เลยลงมาทำที่นี่ ทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะได้รับความช่วยเหลือ และร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้สามารถเพาะได้เร็ว ภายใน 25 วัน พริกสามารถพร้อมกินได้เลย

                   ในวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า เป็นวันที่ต้นกล้าได้ลงถุง และถ้านับจากวันนั้นมา 45 วัน ก็จะเป็นวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พอดี ซึ่งถือเป็นสิริมงคล ก็เลยคิดอย่างนี้ออกมา

                   สำหรับการเพาะต้นกล้าที่นี่ จ.อุทัยธานี มีประมาณ 1.4 ล้านต้น เพาะที่โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี และที่ จ.ลพบุรี มีประมาณ 6 แสนต้น ใช้ในสองสถานที่ คือ ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี และที่กองบิน 2 กองทัพอากาศ จะเห็นได้ว่า ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แม่ฟ้าหลวงเป็นผู้ทำอย่างเดียว แต่เป็นทุกคนได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันทำ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อช่วยตัวเอง เช่น เด็กที่มาช่วยงานที่ศูนย์ที่อุทัยธานี เป็นเด็กที่ทำงานอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และส่วนหนึ่งมาจากนวนคร มาช่วยกันใส่ถุงต้นกล้าที่นี่ โดยส่วนตัวเขาได้เพียง 9 ต้น และวันหนึ่งเขามาช่วยนำต้นกล้าลงใส่ถุงประมาณ 300 ต้น ตรงนี้เขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเองและครอบครัวเท่านั้น แต่เขาทำเพื่อคนอื่นด้วย

                   สิ่งเหล่านี้คือ ศักดิ์ศรีของความเป็นคน ที่เขาทำเพื่อตัวเอง แล้วยังได้ช่วยเหลือคนอื่นอีกด้วย เหมือนกันหมด ทั้ง นายก อบจ. หรือ อบต. ในทุกที่ที่ร่วมกันทำครั้งนี้ เขาไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะตัวเอง แต่ได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ ด้วย

                   สิ่งที่มูลนิธิพยายามทำคือ ให้คนมีกำลังใจแล้วลุกขึ้นมา ไม่ต้องรอให้ใครมาแจกอะไร แต่เป็นการลุกขึ้นมาช่วยเหลือตัวเองเพื่อเป็นศักดิ์ศรีของตัวเองก่อน แล้วถ้าเหลือค่อยช่วยเหลือคนอื่น

                   ซึ่งวิธีการของมูลนิธิอาจจะต่างจากที่อื่น ดังนั้น จะเห็นว่า การที่มีคนมาร่วมแรงร่วมใจกันอย่างนี้ และมาช่วยกันอย่างนี้ ไม่มีการบังคับได้แล้ว ทุกคนมาเพราะต้องการช่วยตัวเอง และช่วยกัน มีคนที่มาจากสิงห์บุรี 100 กว่าคน บอกว่า จะเอาในถาดแล้วไปลงถุงที่สิงห์บุรีเลย พิษณุโลกก็เหมือนกัน วันนี้(30 พ.ย.) จะมีต้นกล้ากว่า 1 ล้านต้น ออกจากที่นี่ไป แล้วก็ไปเพาะลงถุงตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

                   จึงอยากให้เห็นว่า โครงการ "กล้า...ดี" ในวันนี้ อยากให้คนไทยส่วนรวมได้เรียนรู้ไปด้วยกัน เผื่อหากมีเหตุการณ์อะไร จะได้เอาที่นี่เป็นกระบวนการการเรียนรู้เพื่อทำสิ่งต่างๆ กับคนส่วนรวม รวมกันคิด ร่วมกันทำ ไม่ใช่เรามาช่วยคน แต่ทำให้เขาลุกขึ้นมาช่วยตัวเอง

                   ดังนั้น ทุกคนที่มาที่นี่ มีศักดิ์ศรีของความเป็นคนทุกคน และ คนที่มาช่วยในการทำงานนี้ก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นคนเหมือนกันทั้งนั้น และนี่คือ สิ่งที่มูลนิธิต้องการฝากไว้สำหรับการทำโครงการ กล้า...ดี

-----------------------------------
3 พร้อมช่วยผู้ประสบภัย

พร้อมกิน ประกอบด้วย เครื่องปรุงของแห้ง มี พริกแห้ง กระเทียม และเกลือ 

พร้อมปลูก ประกอบด้วย ต้นกล้า 9 ต้น ได้แก่ พริกขี้หนู 3 มะเขือเปราะ 2 มะเขือยาว 2 และกะเพรา หรือโหระพา 2

พร้อมเพาะ ประกอบด้วย เมล็ดพันธุ์ ได้แก่ ถั่วฝักยาว ฟักทอง ผักบุ้ง กวางตุ้ง และชะอม หรือกล้วยน้ำว้า

--------------------------

(สัมภาษณ์พิเศษ : 'กล้า...ดี'กล้าที่จะทำความดี )