
หมายจับกับบรรจง:บทเรียนจากการโกง400ล้านบาท
ข่าวครึกโครมกรณีนายสมเกียรติ ปัญญาวรคุณเดช อายุ 33 ปี ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาเซนต์หลุยส์ 3 ก่อเหตุลักโอนเงินของธนาคารจากบัญชีดอกเบี้ยพร้อมจ่ายให้ลูกค้า เข้าบัญชีตัวเองรวม 400 ล้านบาท
เป็นสิ่งที่หลายคนคงตกใจกับความสามารถของชายคนนี้ และมาตรการตรวจสอบของทางธนาคารเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเงินที่ถูกขโมยไปจะไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝากของลูกค้า แต่ในฐานะที่เป็นธนาคารของรัฐก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเรื่องนี้ประชาชนก็เสียหายด้วย
พฤติการณ์ของนายสมเกียรติได้แอบทำการในลักษณะนี้มาเกือบ 2 ปีแล้ว โดยเหตุผลที่ต้องทำน่าจะมาจากการใช้จ่ายที่เกินตัวกับเรื่องของการพนัน เพราะแม้แต่การซื้อลอตเตอรี่ ผู้ขายลอตเตอรี่ที่แยกคอกวัวยังบอกว่า เขาเคยมาซื้อทีละนับสิบล้านบาท ขณะที่การใช้ชีวิตของเขาจัดอยู่ในขั้นหรูหรา !
นายสมเกียรติอาศัยช่วงที่เลิกงานและมีการปิดบัญชีดอกเบี้ยพร้อมจ่ายให้ลูกค้า แอบโอนเข้าบัญชีธนาคารตัวเองที่เปิดไว้ถึงวันละ 30 รายการ รายการละ 3 หมื่นบาท รวมแล้วมีเงินเข้าบัญชีเขาถึงวันละ 9 แสนบาท ทำอยู่อย่างนี้นานนับปี ไม่มีใครระแคะระคาย ส่วนตัวเขาเองก็ตบตาเพื่อนร่วมงานโดยทำทีเป็นนั่งรถเมล์มาทำงานตามปกติ ไม่ให้รู้ว่าจริงๆ แล้วแอบซื้อรถยนต์บีเอ็มดับบลิว ซีรีส์ 5 คันหรูมาใช้
หลังถูกจับตำรวจ มีการตรวจสอบทรัพย์สิน ปรากฏว่า มีเงินสดในกระเป๋าที่เตรียมหลบหนีไปกัมพูชา 12 ล้านบาท รถยนต์หรูหราป้ายแดง 2 คัน มูลค่า 10 ล้านบาท ซื้อบ้านในโครงการเดอะแลนด์มาร์ค เรสซิเด้นท์ ทาวน์โฮม ระดับไฮเอนด์ มูลค่าพร้อมตกแต่งแล้ว 31 ล้านบาท ซื้อเครื่องประดับ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นับสิบล้านบาท และลงทุนในกองทุนรวมอีกจำนวนหนึ่ง และใช้จ่ายเกี่ยวกับการพนันบอลไปนับร้อยล้านบาท แต่คาดว่ายังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมากที่ยังตรวจสอบไม่พบ
ตำรวจตั้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง ส่งฟ้องฝากขังต่อศาล โดยศาลไม่ให้ประกันตัวเพราะกลัวจะหลบหนี หรือไปถ่ายเททรัพย์สินให้ผู้อื่น โดยคดีนี้ตำรวจบอกว่าบทลงโทษตามกฎหมายไม่สูง จำคุกแค่ 5 ปี ดังนั้นจะต้องฟ้องแบบต่างกรรมต่างวาระ คือ โอนเงิน 1 ครั้ง ก็ทำกับทำผิด 1 ครั้ง ถ้าโอนเงินร้อยครั้ง ก็คูณจำนวนโทษไป ซึ่งจะทำให้เขาต้องรับโทษสูงมากขึ้น
นี่เป็นบทเรียนของธนาคารที่สำคัญ กับมาตรการตรวจสอบผู้ที่ต้องทำงานดูแลบัญชีและการเงิน เพราะการปล่อยให้เสียหายนานนับปี เป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาท เป็นสิ่งที่สร้างข้อกังขาให้แก่สังคม เพราะสมมติว่า ที่ผ่านมามีคนทำแบบนายสมเกียรติ แต่ไม่โลภมากแบบเขา ทำสัก 2-3 ครั้ง ได้เงินไปสัก 2-3 ล้านบาท ก็คงไม่สามารถรู้เลยใช่ไหมว่าเงินหายไป
อย่าให้ข่าวนายสมเกียรติ เกิดกรณีสมเกียรติรายต่อไป ที่อาศัยความผิดพลาดจากความโลภไม่รู้จักพอของเขา มาเป็นข้อแก้ไขสู่การโกงที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
แจ้งเบาะแสทีมงานหมายจับกับบรรจง 02-338-3342 อีเมล์ [email protected]



