ข่าว

'กทม'เอาคืน'เสงี่ยม'แจ้งเอาผิด

'กทม'เอาคืน'เสงี่ยม'แจ้งเอาผิด

02 ธ.ค. 2554

'กทม'เอาคืน'เสงี่ยม'แจ้งเอาผิด เหตุทำผิดตาม กม. สุดทนอัดกลับ'ศปภ.'ล้มเหลวใช้การเมืองแทรกบริหาร 'สุขุมพันธุ์' ลั่นไม่ถือสา 'เสงี่ยม'ก่อหวอดร้องกทม.

                    2 ธ.ค.54 นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกทม. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการเอาผิดแกนนำกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาชุมนุมกดดันเจ้าหน้าที่รวมทั้งบุกเปิดประตูระบายน้ำของ กทม.ว่า  กทม.ได้มอบหมายผู้แทนเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ในข้อหาบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.)

                    ทั้งนี้ หลังจากเมื่อวันที่ 27 พ.ย. เวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 28 พ.ย. เวลา 18.00 น.  โดยในวันที่ 30 พ.ย. 54 เวลา 02.00 น. ผู้ต้องหาได้กระทำการฝ่าฝืนคำสั่งของ ผอ.กทม. เข้าไปในพื้นที่ประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ซึ่งเป็นบริเวณห้ามเข้าตามคำสั่งดังกล่าว ถือว่า การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ของ กทม. เป็นเหตุให้ กทม.ได้รับความเสียหาย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องเป็นคดีอาญาที่ 2110/54 และอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

                     “ขอยืนยันว่า กทม.ไม่ได้ขัดคำสั่งนายกรัฐมนตรี ตามที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวหา ใช้เป็นข้ออ้างในการนำม็อบบุกเปิดประตูระบายน้ำ และกทม.จำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ต.เสงี่ยม เนื่องจาก กทม.เป็นหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบดูแลทรัพย์สินของราชการ หากไม่ฟ้องอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ ซึ่งการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำก็ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของ กทม.ตามกฎหมาย ผู้ใดที่ไม่เกี่ยวข้องจะละเมิดมิได้ จึงอยากให้ประชาชนชาวบ้านเข้าใจด้วยว่า การฟ้องของ กทม. ในครั้งนี้มีเหตุผล ไม่ใช่การคุกคามหรืออยากรังแกชาวบ้านที่มาชุมนุมแต่อย่างใด”  นายวสันต์ กล่าว

                    นายวสันต์ กล่าวต่อว่า ความล้มเหลวของ ศปภ.ในวันนี้ คือ การเมืองแทรกแซงการบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งการที่มีคนให้ข้อมูลที่ผิดพลาดทำให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจผิดพลาดเช่นกัน นอกจากนี้ แล้วยังมีการกล่าวหาหน่วยงานรัฐแบบผิดๆ ซึ่งภายหลังความจริงปรากฏ กลับไม่มีผู้ใดออกมาแสดงตัวขอโทษกับเหตุดังกล่าว ถือเป็นการนำการเมืองมาบ่อนทำลายบรรยากาศความปรองดองในชาติอย่างร้ายแรง ทำให้หน่วยงานรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบอำนาจในกฎหมายได้รับความเสียหายอย่างมาก


"สุขุมพันธุ์"ลั่นไม่ถือสา"เสงี่ยม"ก่อหวอดร้องกทม.


                เมื่อเวลา 14.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มคนจะถอดถอนผู้ว่าฯกทม.ออกจากตำแหน่งว่า  ตนไม่อยากเอาเรื่องนี้มาใส่ใจ อยากทำงานดูแลทุกข์สุขประชาชนชาวกรุงเทพฯ ที่เลือกตนมา จะมาถอดถอนอะไรตอนนี้ ตนไม่สนใจ เพราะเป็นเรื่องของคนที่ไม่มีงานทำที่จะมาทำเรื่องแบบนี้ ดังนั้นใครมาทำหน้าที่แทนตนก็ต้องทำอย่างตนเหมือนกัน และตนไม่ถือสา พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี ที่เคยออกมาเรียกร้องกทม. เพราะถือว่าเป็นประชาชนคนหนึ่งที่เดือดร้อนเหมือนกั

                ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เดินทางมาไปยังคลองทวีวัฒนาจุดตัดถนนเพชรเกษม เพื่อติดตามการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำขนาด 24 นิ้ว ภายหลังจากวันที่ 1 ธ.ค.เจ้าหน้าที่จากสำนักการระบายน้ำ (สนน.) ได้มาดำเนินการติดตั้งแล้ว 1 เครื่อง และในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้มาติดตั้งเพิ่มอีก 1 เครื่อง ซึ่งแต่ละเครื่องสามารถผลักดันน้ำได้ 1 ลูกบากศ์เมตรต่อวินาที ซึ่งเขตทวีวัฒนาเป็นพื้นที่ระบายน้ำได้ช้ากว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากคลองทวีวัฒนาที่เชื่อมต่อกับคลองภาษีเจริญมีคลองต่างๆ ตัดขวาง ทำให้น้ำไหลได้ช้ากว่า จึงมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจึงเป็นการช่วยเร่งการระบายน้ำให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

                ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  กล่าวอีกว่า คลองทวีวัฒนาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการระบายน้ำฝั่งตะวันตก ซึ่งสามารถระบายได้ 3 ทาง ได้แก่ คลองบางกอกใหญ่ระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา คลองภาษีเจริญระบายออกกระทุ่มแบน และคลองราชมนตรีที่จะระบายออกไปยังสถานีสูบน้ำ ซึ่งวานนี้กทม.ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่คลองทวีวัฒนาไปแล้ว 1 เครื่อง พบว่าระดับน้ำในคลองทวีฒนาลดลงไป 5 ซม.ภายใน 1 วัน จึงคาดว่าเมื่อติดตั้งทั้ง 2 เครื่องแล้วระดับน้ำจะลดลงกว่าเดิมและหมู่บ้านต่างๆ โดยเฉพาะหมู่บ้านเศรษฐกิจก็จะสามารถเร่งระบายน้ำได้

                ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กทม.จะติดตามสถานการณ์ใน 24 ชั่วโมง หากระดับน้ำลดลงกทม.จะพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนาเพิ่ม อย่างไรก็ตามที่กทม.เพิ่งตัดสินใจติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในตอนนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ปลายน้ำยังมีระดับสูงอยู่ หากเร่งผลักน้ำไปปลายน้ำก็จะท่วม จึงต้องให้ระดับน้ำที่ปลายน้ำลดลงก่อน และภายใน 15 วันจากนี้ คาดว่าระดับน้ำในกรุงเทพฯทางด้านเหนือและตะวันออก จะลดลงอย่ารวดเร็ว แต่ฝั่งตะวันตกอาจจะช้ากว่าเพราะคลองที่ระบายน้ำมีขนาดเล็ก ตนยังมั่นใจว่ากรุงเทพฯจะแห้งทั้งเมืองภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้