ข่าว

ปปช.อายัดเงิน'สุพจน์'18.1ล้านแล้ว

ปปช.อายัดเงิน'สุพจน์'18.1ล้านแล้ว

02 ธ.ค. 2554

ปปช.อายัดเงิน 'สุพจน์' 18.1 ล้านบาท เร่งตรวจสอบแหล่งที่มา พร้อมเชิญ'ปลัดคค.'แจงเงิน ตร.ภ.4เชิญ3ชิปปิ้งค้าไม้รายใหญ่คนสนิท"โก้"สอบหาที่ซ่อนตัว

                     2 ธ.ค.54 นายวรวิทย์ สุขบุญ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเงินสดของกลางที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาปล้นบ้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง เพื่อตรวจสอบหลักฐานที่มาที่ไปของเงินดังกล่าวต่อมา เวลา 10.45 น. พ.ต.อ.ธวัช พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้นำเงินที่เก็บไว้ในตู้เซฟภายในห้องผู้ต้องขัง ที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ และ ถุงผ้า 1 ใบ เพื่อนำมาให้เจ้าหน้าที่ ป.ช.ช. ตรวจสอบ ภายในห้องประชุมชั้น 2 โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพและสังเกตการณ์แต่อย่างใด พร้อมทั้ง ปิดล็อคประตูและหน้าต่างอย่างมิดชิด โดยใช้เวลาในการตรวจสอบ ประมาณกว่า 4 ชั่วโมง

                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเงินซึ่งบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ และ ถุงผ้า 1 ใบ นำไปเก็บไว้ในตู้เซฟภายในห้องควบคุมผู้ต้องขังตามเดิม
 
                      นายวรวิทย์ เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบว่า ทางคณะอนุกรรมการเดินทางมาตรวจสอบเงินของกลางในคดีคนร้ายปล้นบ้านปลัดคมนาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้ที่ สน. วังทองหลาง จากการตรวจสอบทาง ป.ป.ช. ได้อายัดเงินของกลางรวม จำนวนกว่า 18.1 ล้านบาท พร้อมทั้ง ประสานเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะสายรัดเงินว่า มีแหล่งที่มาจากที่ใด

                      ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่า เงินจำนวนดังกล่าวมีแหล่งที่มาจากธนาคารหลายแห่ง และได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ โดยหลังจากนี้จะนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องการสอบปากคำปลัดนั้น ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้เรียกมาสอบสวน ซึ่งต้องรอมติที่ประชุมอีกครั้งว่าจะเรียกตัวมาสอบสวนเมื่อใด เพราะนอกจากปลัดคมนาคมแล้วเรื่องนี้ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ส่วนของกลางที่ตรวจยึดจากบ้านพักของปลัดภายในซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์

                     ด้าน พ.ต.อ.ธวัช เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้ประสานเพื่อขอตรวจพิสูจน์เงินของกลางในคดีดังกล่าว ส่วนความคืบหน้าเรื่องคดีขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมไปทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงแค่สอบปากคำปลัดคมนาคมเท่านั้น ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำไปเพียงเบื้องต้น โดยจะเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี หัวหน้าแก๊ง เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวจับกุม เพื่อตรวจสอบยอดเงินทั้งหมดที่คนร้ายปล้นไปว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งขณะนี้ยอดเงินทั้งหมดอยู่ที่กว่า 18.1 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีเงินที่ นายประพันธ์ เรืองเครือ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งให้การอ้างว่า ได้รับส่วนแบ่งจำนวน 9 ล้านบาท โดยกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีจริงหรือไม่


เตรียมเรียกเข้าชี้แจงทรัพย์สิน

   
               นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนนายสุพจน์ กล่าวถึงความคืบหน้าของการไต่สวน ว่า ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ เป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่มอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน เพื่อให้วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวทางการเงิน พิสูจน์วงเงิน รวมถึงที่มาที่ผิดปกติ นอกจากนี้ ในวันที่ 2 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ป.ป.ช. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. และธปท. เดินทางไป สน.วังทองหลาง เพื่อตรวจสอบเงินที่ได้อายัดไว้ โดยเฉพาะการตรวจสอบที่มาของเงินจากสายรัดเงิน   

               นายปรีชา กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบกระแสการเงิน ได้พบสิ่งบอกเหตุบางอย่างซึ่งต้องนำไปพิสูจน์ต่อไป ในชั้นนี้ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะจะใช้เป็นหลักฐานในการไต่สวนของ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม ในระบบไต่สวนของ ป.ป.ช.แตกต่างกับวิธีสอบสวนของหน่วยงานอื่น เพราะต้องให้สิทธิและความเป็นธรรมของผู้ถูกกล่าวหา


               ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุพจน์ได้แสดงรายการเงินฝาก 28 ล้านบาท ในบัญชีทรัพย์สินหนี้สินที่ยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช .หรือไม่ นายปรีชา กล่าวว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่พบในบัญชีทรัพย์สิน

   
               เมื่อถามว่ามีการตรวจพบเงินดังกล่าวในช่วงเวลาใดของการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุพจน์ นายปรีชา กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด เนื่องจากเป็นหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ธปท.ไปเก็บหลักฐานมา

   
               ผู้สื่อข่าวถามว่าการไต่สวนจะโยงไปถึงข้าราชการหรือนักการเมืองได้อย่างไร นายปรีชา กล่าวว่า ประเด็นเรื่องร่ำรวยผิดปกติ เป็นเรื่องของนายสุพจน์ที่ต้องชี้แจง แต่ถ้าเป็นประเด็นการทุจิตคงต้องไปตรวจสอบถึงโครงการต่างๆ ว่าใครมีหน้าที่รับผิดชอบตามขั้นตอน เช่น การประกวดราคา การทำสัญญา การเบิกจ่ายเงิน ตรงนี้ต้องไปดูหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบย้อนไปถึงในขณะที่นายสุพจน์ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมีอยู่ 2-3 หน่วย และดูในช่วงที่ขึ้นสู่ตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณหรือโครงการใหญ่ๆ อย่างไร

   
               นายปรีชา กล่าวต่อว่า ในการประชุมกรรมการ ป.ป.ช.สัปดาห์หน้า อนุกรรรมการไต่สวนจะขอมติเพื่อออกหนังสือตามกฎหมาย ป.ป.ช.ส่งถึงนายสุพจน์ให้เข้าชี้แจง รายการในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินภายในเวลา 30 วัน โดยนายสุพจน์อาจชี้แจงเป็นเอกสาร หรือเข้าชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากของนายสุพจน์พบว่า มีเงินฝากหลายบัญชี และยังตรวจสอบด้วยว่านายสุพจน์มีเงินฝากในต่างประเทศหรือไม่ โดยเบื้องต้นพบว่าทรัพย์สินของนายสุพจน์ที่เป็นบ้าน ที่ดิน เงินสด ประมาณ 40-50 ล้านบาท

   
               ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งจ้อมูลการทุจริตโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวมาให้ ป.ป.ช. หรือไม่ นายปรีชา กล่าวว่า ยังไม่มีการส่งมา แต่ทาง ป.ป.ช. รอรับอยู่ เรายินดีที่จะรับข้อมูลเพื่อมานำพิสูจน์ถึงการกล่าวหา และเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย เพราะยังเป็นเพียงการอภิปราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสาน ซึ่งทราบว่า ร.ต.อ. เฉลิมจะส่งมาให้ทั้ง ป.ป.ช. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ป.ป.ง.)

   
               ผู้สื่อข่าวถามถึงมูลค่าเงินสินสอดงานแต่งลูกสาวนายสุพจน์ นายปรีชา กล่าวว่า เท่าที่ทราบมีจำนวน 2 ล้านบาท ส่วนทองคำหนัก 10 บาทที่เป็นสินสอดนั้น ทาง ป.ป.ช. ไม่ได้อายัดมาด้วย แต่ทองคำที่ทาง ป.ป.ช.อายัดมานั้น เป็นส่วนที่คนร้ายนำเงินที่ปล้นได้ไปซื้อมา ซึ่งมีน้ำหนัก 10 บาทเท่ากัน ทาง ป.ป.ช. จึงดำเนินการอายัดมาด้วย ถือเป็นคนละส่วนกัน ซึ่งทาง ป.ป.ช. ขอชี้แจงในประเด็นนี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อครหาว่าเราไปอายัดเงินสินสอดของบุตรสาวนายสุพจน์    


เผยยื่นบัญชีทรัพย์สิน50ล.แต่มีเกิน100ล.


               รายงานข่าวจาก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเงินของกลางที่ สน. วังทองหลาง พบว่าสายรัดเงินจำนวนกว่า 17 ล้านบาท มาจากธนาคารกรุงไทย กสิกรไทย และทหารไทย จึงได้ให้เจ้าหน้าที่แยกตรวจสอบเงินเป็นรายธนาคาร นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า นายสุพจน์ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. ประมาณ 50 ล้านบาท นายสุพจน์ยังมีทรัพย์สินที่ไม่ได้ยื่นแสดง รวมแล้วน่าจะเกิน 100 ล้านบาท ป.ป.ช.จะเร่งตรวจสอบขยายผลถึงเงินฝากในบัญชีต่างๆอีกหลายบัญชีของนายสุพจน์ที่ไม่ได้ยื่นแสดงว่ามีที่มาอย่างไร



ตร.ภ.4เชิญ3ชิปปิ้งค้าไม้รายใหญ่คนสนิท"โก้"สอบหาที่ซ่อนตัว



               พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบก.สส.ภาค 4 เปิดเผยว่า  ได้ประชุมคณะทำงาน และได้เชิญ "ชิปปิ้ง"ที่ทำการค้าไม้รายใหญ่ จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นคนไทย แต่ไปทำการค้าไม้ที่เมืองคำม่วน ตรงข้ามอำเภอท่าอุเทน และฝั่งท่าแขก สปป.ลาว ที่มีความใกล้ชิดกับ "โก้" เป็นอย่างมาก  มาสอบสวนเพื่อสืบสวนหาตัว "โก้"

               จากการสอบถามข้อมูลของจากทั้ง 3 คน ต่างพูดตรงกันว่า "ไม่พบโก้ มานานแล้ว แต่ยืนยันว่า"โก้เป็นคนกว้างขวาง เป็นคนใจกว้าง เป็นที่รักใคร่ของผู้ที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า มีคนคอยให้ความช่วยเหลือ"โก้"อยู่  ซึ่งทั้ง 3 ราย ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ส่วนความเคลื่อนไหวและเบาะแสต่างๆของ"โก้" มีแจ้งมาบ่อยครั้ง แต่เมื่อตรวจสอบแล้วล้วนแต่เป็นข่าวโคมลอย ฉะนั้นเราจะต้องทำงานแข่งกับเวลาในทุกๆ วัน เพราะถ้าล่าช้า "โก้"อาจจะเตลิดไปไกลกว่านี้ก็ได้ ในทางการสืบสวนสอบสวน นอกจากประสานกันทางตำรวจลาวแล้ว ยังได้ประสานกับทางการทหารของลาวด้วย เพราะเราต้องอาศัยสายข่าวจากหลายๆฝ่ายมารวมกัน คัดกรองข้อมูล


               พ.ต.อ.ยรรยง กล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ตำรวจใน 5 จังหวัดคือมุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ หนองคาย เลย ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนอยู่ริมแม่น้ำโขง มีการตรวจเข้มตามด่านผ่อนปรน ให้ลงพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน เพื่อหาข่าวกับชาวบ้าน เนื่องจากว่าในบางพื้นที่ ที่ชาวบ้านไทยและลาว สามารถข้ามไปมาหาสู่กันโดยไม่ผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่มีให้เห็นอยู่ทุกวัน