ข่าว

'มาร์ค'อัด'รัฐ'คืนพาสปอร์ต'แม้ว'

'มาร์ค'อัด'รัฐ'คืนพาสปอร์ต'แม้ว'

02 ธ.ค. 2554

'มาร์ค' อัด 'รัฐ' คืนพาสปอร์ต 'แม้ว' แสดงให้เห็นว่าสนใจเรื่องช่วย 'นช.'มากกว่าน้ำท่วม ระบุ'รบ' อยู่ในฐานะชี้นำคนที่สร้างความแตกแยกให้หยุดได้ ชี้'ตู่' ต้องสู้ตามกระบวนการ แจงได้รับหนังสือจาก'บช.น.'เมื่อคืน จึงไปให้ปากคำไม่ทัน จี้อธิบายเหตุเปลี่ยนตัวพนง.สส.

          2 ธ.ค.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เตรียมคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภายในสิ้นปีนี้ว่า เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามที่จะทำให้เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญกว่าการฟื้นฟูน้ำท่วมหรืออย่างไร ผลกระทบของชาวบ้านที่รอการเยียวยาเพิ่มเติม รอความหวังว่าการฟื้นฟูและการป้องกันในอนาคตจะเป็นอย่างไร ภาคธุรกิจต้องการความเชื่อมั่น แต่รัฐบาลกลับซ้ำเติมด้วยการหยิบยกเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตนไม่เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการอะไร

          ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเทียบสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้ประโยชน์จากรัฐบาลชุดนี้กับการดูแลประชาชนของรัฐบาลมีความแตกต่างกันอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ควรต้องเปรียบเทียบกันมาตั้งแต่ต้น ทำไมรัฐบาลต้องสาละวนอยู่กับเรื่องของคน ๆเดียว ทำไม ครม.ไม่ส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าวันนี้ทำงานเพื่อประชาชนส่วนใกญ่แทนการหาช่องทางช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณเพียงอย่างเดียว

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงหลักการถือพาสปอร์ตแดงว่ามีหลักเกณฑ์ของกระทรวงการต่างประเทศอยู่แล้ว แต่ต้องเข้าใจข้อเท็จจริงว่าในกรณีที่มีคนไทยหนีคดี จะปฏิบัติกับคนเหล่านี้อย่างไรก็ต้องปฏิบัติให้เหมือนกัน ส่วนการคืนพาสปอร์ตแดงให้พันตำรวจโททักษิณ จะมีเหตุผลอย่างไรเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจง

 

'มาร์ค'ระบุ'รัฐ'ชี้นำคนที่สร้างความแตกแยกให้หยุดได้

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่นายใจ อึ๊งภากรณ์ ผู้ต้องหาหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการตั้งกลุ่มแดงก้าวหน้าเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของประเทศ ว่า ความคิดของนายใจเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่ามีแนวคิดและเป้าหมายอะไร ตนเชื่อว่าในกลุ่มของคนเสื้อแดงเองมีความคิดเห็นที่หลากหลาย นายใจคงมองว่าหลายอย่างที่ทำอยู่ยังไม่ตรงกับความคิดของเขาจึงชักชวนเรียกร้องให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการ แต่ตนคิดว่ารัฐบาลในฐานะที่สนับสนุนคนเสื้อแดงมาตั้งแต่ต้นได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ปัญหาของบ้านเมืองในขณะนี้สิ่งที่ควรได้รับการแก้ไขคือการทำงานตามระบบ ส่วนประเด็นความไม่เป็นธรรมควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผูดำเนินการ อะไรบกพร่องก็แก้ไขตามกระบวนการขั้นตอน ไม่ควรมีการแบ่งแยกประชาชนหรือทำให้เกิดควมแตกแยก ความวุ่นวายสุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรงไม่ใช่สิ่งที่สังคมต้องการ ซึ่งรัฐบาลอยู่ในฐานะที่จะชี้นำหรือขอร้องคนเหล่านี้ได้ แต่เราไม่เคยได้ยินสิ่งเหล่านี้จากรัฐบาลเลย

          "ผมคิดว่าถ้าคุณยิ่งลักษณ์จะทำจริง ๆ ก็หยุดคนเหล่านี้ได้ เพราะเป็นหนึ่งในบุคคลที่สนับสนุนคนเหล่านี้มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ก็มีการชุมนุมสนับสนุนทางการเงิน ก็อยู่ในฐานะที่พูดคุยได้ และความจริงทุกคนก็มีส่วนทำได้โดยเฉพาะในวันที่เราบอกว่าทำอย่างไรให้เกิดความปรองดองทุกคนก็ต้องทำเต็มที่เพื่อนำไปสู่ความปรองดอง" นายอภิสทธิ์

          ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประกาศพร้อมทำทุกมิติเพื่อช่วยเหลือนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.เพื่อไทยที่ถูก กกต.ลงมติให้ขาดคุณสมบัติความเป็นส.ส. นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ควรต่อสู้ในทางกฎหม่ย นายจตุพรมีสิทธิ์โต้แย้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคำวินิจฉัยที่เกิดขึ้นแต่ไม่ควรมีการต่อสู้รูปแบบอื่น เพราะถ้าทำเช่นนั้นก็หมายความว่าต่อไปนี้ใครถูกกล่าวหาอะไรก็มีสิทธิ์ใช้การต่อสู้ในทุกรูปแบบเท่ากับบัานเมืองไม่มีกฎหมาย ไม่มีขื่อไม่มีแป ไม่มีกติกากลายเป็นเรื่องการนำมวลชนมากดดันอยากทำอะไรก็ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้สังคมก็อยู่กันยาก

 

'มาร์ค'แจงเพิ่งได้รับหนังสือจาก'บช.น.'เมื่อคืนจึงไปให้ปากคำไม่ทัน

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีการขอเลื่อนการชี้แจงคดีการเสียชีวิตในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ว่า ได้รับหนังสือจากนครบาลทางไปรษณีย์ประมาณ  1 ทุ่ม ซึ่งไม่ทราบว่ามีปัญหาติดขัดอะไรตนจึงเพิ่งได้รับเช่นเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี โดยในหนังสือระบุว่า ขอความร่วมมือในการให้ปากคำเนื่องจากถูกกล่าวอ้าง กรณีที่เหตุการณ์ขอคืนพื้นที่บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยาโดยอ้างว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐโดยถูกสั่งการจากนายสุเทพและนายอภสิทธิ์ จึงได้ให้ตนไปชี้แจงและเตรียมเอกสารไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะเพิ่งรับทราบเมื่อคืน และต้องจัดเตรียมเอกสาร อีกทั้งมีภารกิจที่มีนัดหมายล่วงหน้า ซึ่งตนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือแต่ขอ จึงขอเลื่อนการชี้แจงออกไปสองสัปดาห์ เพราะติดวันหยุดยาวและเพื่อรวบรวมเตรียมเอกสารให้สมบูรณ์ ตนก็อยากให้พนงสอบสวนได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

          "การไม่เดินทางไปนครบาลวันนี้ ไม่ใช่การบิดพริ้วเพราะให้ความร่วมมือมาโดยตลอดและคิดว่าประชาชนน่าจะเข้าใจได้ ว่า ผมเพิ่งได้รับหนังสือเมื่อคืนจะให้ไปวันนี้และบอกว่ามีเอกสารให้นำมาด้วยมันคงเป็นไปไม่ได้เพราะเรายังไม่ทราบรายละเอียดเลย ผมไม่คิดยื้อเวลาการสอบสวนและไม่คิดใช้เอกสิทธิ์ส.ส.มาคุ้มครองตัวเอง เพราะในวันที่ไม่มีการประชุมสภาก็พร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดพนักงานสอบสวนจึงส่งหนังสือกระชั้นชิด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนรู้สึกว่าหนังสือจะส่งมาในช่วงวันจันทร์ แต่ก็แปลกใจว่าทำไมถึงมาช้าเพราะมาถึงวันพฤหัสบดี แล้วจะให้มาชี้แจงวันศุกร์เลยเป็นไปไม่ได้ ตนก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่จะไปสอบถามจากพนักงานสอบสวน โดยเนื้อหาในหนังสือมีการระบุเกี่ยวกับรายละเอียดเหตุการณ์ในวันที่ 10เมย 2553 บริเวณโรงเรียน สตรีวิทยาที่พนักงานสอบสวนต้องการจะทราบข้อเท็จริง โดยไม่ได้เป็นเรื่องการกล่าวหาเป็นเพียงแค่ขอความรร่วมมือเพราะในเอกสารมีการอ้างอิงถึงการสั่งการในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ทั้งนี้ตนยินดีให้ความร่วมมือหากอยากทราบเรื่องอะไรก็จะชี้แจงให้ทราบ

          "ในหนังสือของนครบาลไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ เพียงแต่ระบุเหตุการณ์ว่ามีการสั่งการหรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ช่วงมี.ค.-พ.ค. แต่ไม่อยากเห็นนักการเมืองให้สัมภาษณ์ลักษณะชี้นำหรือกดดันเจ้าหน้าที่ และขอให้พนักงานสอบสวนได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเป็นอิสระตามหน้าที่ของเขา ทั้งผมและนายสุเทพพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่เพราะอยากให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเกมที่ต้องการกดดันนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนถือว่าต้องให้ความร่วมมือและเป็นผู้ที่บอกตั้งแต่ตอนเกิดเหตุการณ์ว่าควรมีการสอบข้อเท็จจริงแตกต่าง ซึ่งจะแตกต่างจากหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา ที่ผู้มีอำนาจไม่เคยเปิดโอกาสให้องค์กรอิสระหรือหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นตนก็พร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่ตนก็ตั้งข้อสังเกตว่า นักการเมืองและสื่อบางฉบับที่เลือกข้าง หรือตัดสินใจนำเสนอเพียงบางแง่มุม ถ้าทำเช่นนี้ก็ไม่เป็นธรรมกับพนักงานสอบสวนในเบื้องต้นที่จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ทั้งหมดที่เราสอบข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรม ซึ่งต้องเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายควรเข้ามาสนับสนุนการค้นหาความจริงไม่ใช่นำมาเป็นประเด็นการเมือง

          เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวคิดว่าได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในชั้นนี้ยังบอกไม่ได้เพราะเพิ่งมีการทำหนังสือเชิญมา และคดีนี้มีการทำต่อเนื่องตั้งแต่กรมสอบสวนคดีพิเผสษทำการสอบและมีข้อสรุปโดยส่วนหนึ่งระบุว่าเป็นการกระทำของผู้ชุมนุม อีกส่วนหนึ่งบอกว่าอาจเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ก็มีการส่งเรื่องมาให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อก่อนส่งให้อัยการ แต่มีการเปลี่ยนตัวบุคคลที่ทำงานใหม่ ซึ่งไม่ทราบเหตุผลข้อเท็จจริงคืออะไร ส่วนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลให้รูปคดีเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่นั้น คงยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่มีโอกาสได้พบกับพนักงานสอบสวนจึงต้องให้โอกาสเขาทำงานก่อน แต่ในกรณีแกนนำเสื้อแดงพระบรมเดชานุภาพในระหว่างการปราศรัยวันที่ 10 เมษายน 2554 ที่มีการเปลี่ยนแปลงพนักงานสอบสวนและส่งผลให้คดีอาจเปลี่ยนแปลงไปนั้น พนักงานสอบสวนก็ต้องชี้แจงเหตุผลโดยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะไปแล้วจะเปลี่ยนแปลงคงไม่ได้

 

'ปชป.'ยื่น'ปธ.วุฒิฯ'ถอดถอน'8ส.ส.เพื่อไทย'

          นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม ส.ส.และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ได้นำรายชื่อส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 150 คน ยื่นต่อ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ถอดถอน 8 ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผอ.ศปภ.นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. นายสุรชาติ เทียนทอง ส.ส.กทม. นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถิ์ ในฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. ที่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย(ศปภ.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ,271 และ 272 ในฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265,266

          โดยนายสาธิต กล่าวว่า ขอย้ำกับประธานวุฒิสภาเรื่องความลับของเอกสาร ที่ผ่านมามีการนำเอกสารยื่นถอดถอนพล.ต.อ.ประชา ไปใช้ชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา

          ด้านพล.อ.ธีรเดช กล่าวว่า จะตรวจสอบความถูกต้องตามขั้นตอนต่อไป ตามที่ได้อ้างอิงมา และจะส่งรายมือชื่อส.ส.ที่ร่วมเข้าชื่อ ให้ทางสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบความถูกต้องภายใน 30 วัน

          จากนั้นนายสาธิตและคณะได้เข้ายื่นเรื่องต่อ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เพื่อขอให้ส่งเรื่อง ไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส.ทั้ง 8 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (6) โดยนายเจริญ กล่าวว่า หลังจากรับหนังสือ จะตรวจสอบความถูกต้อง โดยน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน และคาดว่าประธานฯจะลงนามเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่เกินวันที่ 9 ธ.ค.

          โดยนายสาธิต กล่าวภายหลังว่า การกระทำผิดครั้งนี้ถือว่าชัดเจนที่สุด เพราะมีทั้งการเซ็นคำสั่ง และพฤติกรรมในการปฏิบัติ อีกทั้งยังมีการชี้แจงในสภา ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่จะช่วยมัดตัวผู้กระทำผิดมากขึ้น ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก กรณีนำถุงยังชีพกระทรวงพลังงานไปแจกประชาชนนั้น เป็นคนละเรื่องกันและการยื่นถอนถอดก็ถือว่าเป็นสิทธิ์