ข่าว

รวบพี่น้องแก้เบอร์โทรรายการทีวีเชิดเงินน้ำท่วม‏

รวบพี่น้องแก้เบอร์โทรรายการทีวีเชิดเงินน้ำท่วม‏

02 ธ.ค. 2554

ตำรวจรวบ 2 พี่น้องสุดแสบ แก้เบอร์โทรรายการทีวีดัง 'ราชรถมาเกย' สวมรอยเชิดเงินบริจาคน้ำท่วม

             2 ธ.ค.54 พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. และพ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. แถลงข่าวจับกุม นายรุ่งโรจน์ หมัดดีน หรือ ตุ้ง อายุ 31 ปี และน.ส.มาริสา รัญจวนจิตร อายุ 25 ปี ทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน อยู่ที่ 1042/3 ถ.พะเนียด ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1837 และ1838 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกระทำโดยมิชอบให้การทำงานระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทำงานตามปกติได้ พร้อมของกลาง ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ 6 อัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม โดยจับกุม นายรุ่งโรจน์ ได้ที่หน้าเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ต.นาพรุน อ.พระพรหม ส่วน น.ส.มาริสา จับกุมได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหา

             ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา นางวิชนี ศรีสวัสดิ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เวิร์คพอยท์ เอนเตอร์เทนเมนท์ เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่เปลี่ยนแปลงข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ 2 หมายเลขที่รายการราชรถมาเกยเปิดไว้เพื่อรับเงินบริจาคเข้าบัญชีธนาคารไปซื้อเรือเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

             จากการสอบสวนทราบว่า หลังรายการราชรถมาเกยได้ออกอากาศไปแล้วทีมงานพบว่า ไม่มีผู้ชมรายใดโทรเข้ามาร่วมบริจาคแม้แต่รายเดียวซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดปกติจึงทดลองโทรศัพท์เข้าเบอร์ที่เปิดไว้ ปรากฏว่า ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายอ้างตัวเป็นทีมงานรายการ พร้อมทั้ง ให้ข้อมูลบัญชีธนาคารซึ่งไม่ใช่บัญชีธนาคารที่ทางรายการเปิดไว้ สร้างความเสียหายประมาณ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท จึงนำข้อมูลทั้งหมดมาแจ้งความ

             หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.สุพาศาล สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยะ และพ.ต.ท.ธีรเดช พร้อมชุดสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องพบว่า เบอร์โทรศัพท์ทั้งสองหมายเลขที่รายการเปิดไว้นั้นถูกคนร้ายเปลี่ยนแปลงให้เป็นการโอนสายไปยังหมายเลขที่คนร้ายใช้ ทำให้เมื่อมีประชาชนโทรศัพท์ไปยังเบอร์โทรที่รายการให้ไว้สายก็จะถูกโอนไปยังเบอร์มือถือคนร้าย จากนั้น คนร้ายก็จะสวมรอยเป็นทีมงานรายการให้รายละเอียดพร้อมบัญชีธนาคารที่คนร้ายเปิดรอไว้ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายรุ่งโรจน์ เป็นผู้เปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ และอ้างตัวเป็นทีมงานหลอกประชาชน ส่วน น.ส.มาริสา นั้นมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร จึงนำหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับศาลก่อนติดตามจับกุมตัวมาได้

             นายรุ่งโรจน์ รับสารภาพ โดยอ้างว่า เพื่อนสาวชื่อโบ ซึ่งรู้จักกันในวงไพ่บ้านญาติใน จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้แนะนำวิธีการนี้ให้โดยติดต่อไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์อ้างตัวว่า เป็นทีมงานรายการราชรถมาเกยขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ไขระบบโดยขอให้โอนสายไปยังหมายเลขอื่นที่เตรียมไว้ โดยอ้างว่า โทรศัพท์ที่ใช้อยู่นั้นแบตเตอร์รี่หมด นอกจากรายการราชรถมาเกยแล้วยังมีรายการข่าวข้นคนข่าว รวมทั้งรายการทางช่องเคเบิ้ลทีวี ได้แก่ รายการอาจารย์หนู กันภัย รายการยาสมุนไพร ธาตุทอง รายการอาจารย์กฤษณะ และรายการวิทยุอีกหลายรายการ ที่ได้แก้ไขข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ที่เปิดรับบริจาค ส่วนบัญชีธนาคารที่เปิดนั้นเป็นชื่อของ น.ส.มาริสา ลูกพี่ลูกน้องที่ได้หลอกขอบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร อ้างว่า จะเปิดบัญชีเพื่อให้เพื่อนโอนเงินมาให้ ทั้งนี้ ตั้งแต่ก่อเหตุมานั้นรวมแล้วได้เงินมาประมาณ 8 หมื่นบาทเท่านั้น และได้นำเงินไปใช้จ่ายหมดแล้ว

              "เคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้ว 4 คดีเมื่อปี 2551 ได้แก่ คดีฉ้อโกง ท้องที่ สน.บางซื่อ และสน.บางชัน ส่วนอีก 2 คดีเป็นคดีปลอมและใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกง ท้องที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งทั้งหมดเป็นคดีเกี่ยวกับการหลอกขายเบอร์โทรศัพท์มือถือหมายเลขสวย ซึ่งศาลลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน พ้นโทษมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 หลังจากพ้นโทษก็มาทำอาชีพขายไก่" นายรุ่งโรจน์ กล่าว

              พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำกล่าวอ้างขอผู้ต้องหาจึงต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งโดยเฉพาะกระแสเงินในบัญชีธนาคารที่เปิดไว้ ส่วนพฤติการณ์ของผู้ต้องหานั้นทราบว่า มีประวัติก่อคดีฉ้อโกงมาหลายคดี และมีความสนใจในเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือจึงสันนิษฐานว่า น่าจะเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อน หากผู้ใดคาดว่าได้รับความเสียหายจากผู้ต้องหารายนี้ก็สามารถมาแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ กก.1 บก.ป.

              ทั้งนี้ ผบก.ป. ยังฝากยังไปทุกภาคส่วนที่เปิดศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยวิธีการแจ้งเบอร์โทรศัพท์ให้ระมัดระวังและหมั่นตรวจสอบหมายเลขว่าใช้การได้เป็นปกติหรือไม่ ส่วนผู้ให้บริการโทรศัพท์ก็ควรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ติดต่อหรือลูกค้าให้แน่ชัดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบข้อมูลใดๆ