ข่าว

'นพดล'ชี้คืนพาสปอร์ต'ทักษิณ'เพื่อความเป็นธรรม

'นพดล'ชี้คืนพาสปอร์ต'ทักษิณ'เพื่อความเป็นธรรม

02 ธ.ค. 2554

'นพดล'ชี้คืนพาสปอร์ต'ทักษิณ'เพื่อคืนความเป็นธรรม ยันไม่มีผลต่อการเดินทางหรือกลับประเทศ วอนฝ่ายต่อต้านลดราวาศอก

                      2 ธ.ค.54  นายนพดล  ปัทมะ  ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่ปรากฏในคำให้สัมภาษณ์ของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ทราบเรื่องนี้ว่า เป็นอย่างไร

                     ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังใช้พาสปอร์ตของประเทศมอนเตเนโกร ในการเดินทาง และพำนักในสถานที่ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การได้พาสปอร์ตไทยก็ไม่ได้ทำให้การเดินทางของท่านเพิ่มมากขึ้น และก็ไม่มีผลอะไรกับการกลับประเทศไทย หนังสือเดินทางที่ท่านมีก็กลับประเทศไทยได้อยู่แล้ว การได้พาสปอร์ตไทยเป็นเพียงรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ สร้างความภาคภูมิใจเท่านั้น รมว.ต่างประเทศ คงจะพยายามเยียวยา คืนความเป็นธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากถูกกลั่นแกล้ง เลือกปฏิบัติภายหลังถูกยึดอำนาจ เพราะยังมีอีกหลายคนที่มีคดีร้ายแรงกว่าท่าน แต่กลับไม่ถูกเพิกถอนพาสปอร์ต

                     “สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์มีความพยายามที่จะทำให้ท่านเดินทางไปไหนมาไหนยากลำบาก การเพิกถอนพาสปอร์ตของ อดีตนายกรัฐมนตรี ดำเนินการโดย นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สำเร็จหลายประเทศคืนวีซ่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่พรรคเพื่อไทยชนะอย่างเด็ดขาดขาวสะอาด ยิ่งตอกย้ำให้ทั่วโลกรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณบริสุทธิ์ แต่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองตลอดมา” นายนพดล กล่าว                    

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า จะส่งผลให้ฝ่ายต่อต้านออกมาเคลื่อนไหวจนนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นชุมนุมขับไล่รัฐบาลหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่การปรองดอง การคืนหรือไม่คืนพาสปอร์ตไม่ได้เกี่ยวกับการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ เลย แต่เป็นการเยียวยาความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในอดีต การแสดงความเห็นคัดค้านถือเป็นสิทธิ การชุมนุมหากเป็นไปโดยสงบตามกฎหมายก็สามารถทำได้ หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์บานปลายถึงขั้นชุมนุมใหญ่ล้มรัฐบาล เพราะเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นประเด็นร้อนแรงอะไรมาก รัฐบาลคงจะไม่ยอมให้มีการชุมนุมที่ผิดกฎหมายแน่นอน จะไปยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน คงไม่มีใครยอมให้เกิดขึ้นซ้ำรอยอดีต อยากให้คนต่อต้านรับฟังเสียงส่วนใหญ่บ้าง บ้านเมืองเราจะต้องขัดแย้งทุกเรื่องเลยหรือ

 

'นพดล'ชี้คอร์รัปชั่นแย่ที่สุดในยุคมาร์ค-คมช.

                   จากการที่ประเทศไทยตกอันดับดัชนีคอร์รัปชั่นระดับโลกจาก 78 ในปี 2553 เป็น 80 ในปี 2554 โดยได้คะแนน 3.4 เต็ม 10  โดยการจัดของ องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ นั้น นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ลำดับของประเทศไทยหลังการบริหารงานของ นายอภิสิทธิ์ ตกต่ำลงกว่ายุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างมาก แม้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกใส่ร้ายว่ามีการทุจริตและอ้างเป็นเหตุหนึ่งในการยึดอำนาจก็ตาม  แต่ใน ปี 2549  ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บริหาร ก่อนมีการยึดอำนาจ ลำดับของประเทศไทยอยู่ที่ 63 โดยได้คะแนนนที่ 3.6 แต่เมื่อมีรัฐบาล คมช.และบริหารประเทศไปเกือบ 1 ปี ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรื่องคอรัปชั่นตกต่ำลงอย่างมากมาย จนลำดับรูดลงมาที่  84 ได้คะแนนนที่ 3.3 ในปี 2550  ทำให้เห็นว่าในยุครัฐบาลทหาร ประเทศไทยตกลำดับมาถึง 21 ลำดับ  จนกระทั่งมีรัฐบาลพรรคพลังประชาชนของนายกสมัครและสมชาย ที่ได้กระชากดัชนีลงมาอยู่ที่ลำดับ 80 ในปี 2551 ทำให้สถานะและภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้น 4 ลำดับ

                   อย่างไรก็ตาม ในปีแรกที่นายอภิสิทธิ์บริหารประเทศครบปี ลำดับการทุจริตของประเทศไทยพุ่งกลับไปสู่ในลำดับที่แย่อย่างเดิม เท่ากับยุค คมช. โดยประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 84 ในปี 2552  แม้ว่าจะดีขึ้นในปี 2553  แต่ในปี 2554 ก็สูงขั้นสองลำดับอยู่ในลำดับที่ 80  ซึ่งจะโทษรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็คงทำได้ไม่เต็มปากนักเพราะเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศและการปล้นครั้งใหญ่ที่พบเงินจำนวนมากที่ดังไปทั่วประเทศก็เป็นตัวบ่งชี้ ว่าการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

                   นายนพดล กล่าวต่อว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ประกาศสงครามกับการทุจริตคอรัปชั่น และตนเชื่อว่าท่านจะทำให้ประเทศไทยมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ซึ่งรอดูว่าการจัดลำดับขิงองค์กรเดียวกันในปลายปี 2555 ผลจะออกมาอย่างไร แต่ที่สำคัญที่สุดจะต้องไม่ไปทำลายสถิติลำดับที่แย่ที่สุดของประเทศที่เกิดขึ้นในยุคของรัฐบาล คมช.และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งอยู่ในลำดับแย่ที่สุดเท่ากัน