
กุญแจดอกสำคัญ ไขปมปริศนาปล้นบ้านปลัดฯ
ไอ้โก้จะเป็นกุญแจไขความกระจ่างถึงขุมทรัพย์ 'บ้านทรัพย์ล้อม' ว่ามีเงินนับร้อยล้านพันล้านจริงหรือไม่ และความจริง เงินที่ปล้นไปได้จำนวนเท่าไหร่
เงื่อนงำคดีปล้นบ้านอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ยังคงมี 'ปริศนา' ท้าทายตำรวจทีมสอบสวน แน่นอนว่า 'จิ๊กซอว์' ตัวสำคัญ คือ 'โก้' วีระศักดิ์ เชื่อลี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น 'หัวหน้าทีม' ในการวางแผนปล้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม
ข้อมูลของชุดสอบสวนดังกล่าว ได้ทยอยปล่อยออกมาผ่านสื่อหลายสำนัก ซึ่งทำให้เห็นเหตุการณ์แผนปล้นสะท้านเมืองได้ชัดเจนขึ้นตามลำดับ
ไล่ตั้งแต่หลังคนร้ายก่อเหตุปล้น (12 พ.ย.) ซึ่งผ่านไปได้ 5 วัน ก็มีความคืบหน้าในช่วงค่ำวันที่ 17 พฤศจิกายน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ พร้อมทีมสืบสวนนครบาล แถลงจับ 2 ผู้ต้องหา คือ 'ไก่' สิงห์ทอง ใจชื่นชม และ 'แก้ว' เสาร์แก้ว นามวงค์ พร้อมของกลาง เงินสดประมาณ 3 ล้านบาท เครื่องช็อตไฟฟ้า เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ ไขควง คีม ประแจ สร้อยคอทองคำ 5 บาท 2 เส้น และนาฬิกา 1 เรือน
ผู้ต้องหาทั้งสองซัดทอดว่า ยังมีเพื่อนร่วมปล้นอีก 4 คน คือ 'โก้' วีระศักดิ์ เป็นหัวหน้าแก๊ง, พงษ์ศักดิ์ นามวงค์ ลูกชายของ เสาร์แก้ว, สมบูรณ์ ริยะเทน และ คำนวณ เมฆน้อย
สายข่าวชุดสอบสวน สืบในทางลึกก็เชื่อว่า มีคนรู้เห็นหรือรับฝากเงิน น่าจะมากกว่า 10 คน และ 'จุดเริ่ม' ของการวางแผนทั้งหมด น่าจะเกิดขึ้นมานานเกือบหนึ่งปีแล้ว โดย 'เอก' ชยธัช จันนะชัย อายุ 34 ปี ลูกชายของ 'เจ๊ติ๋ม' ชุติมา จันทร์ผ่อง อดีตเลขาฯ ของสุพจน์ ได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับเงินภายในบ้านหลังก่อเหตุ มาเล่าให้ 'สืบ' บุญสืบ โจมกัน ซึ่งเป็นเพื่อนในก๊วนรถมอเตอร์ไซค์ช็อปเปอร์ที่รู้จักกันมานานนับสิบปีฟัง
เมื่อ 'สืบ' ได้ฟังข้อมูลเงินสดมหาศาลก็นำไปเล่าให้ 'เสี่ยโก้' วีระศักดิ์ ที่เป็นเพื่อนกันมานาน รวมทั้งเปิดบริษัททำพลอยและทำไม้จากฝั่งลาว ฟังอีกทอดหนึ่ง
อีกข้อมูลหนึ่ง ระบุ 'เสี่ยโก้' มีความใกล้ชิด 'คนมีสี' หลายระดับ ทั้งในและนอกราชการ และเชื่อว่า 'บ้านทรัพย์ล้อม' จะมีเงินทองทรัพย์สินมากมายจริง และเป็น 'เงินไม่สะอาด' จึงไม่นำไปฝากธนาคาร ซึ่งเมื่อมั่นใจจะปล้น ก็ได้ติดต่อ 'ไก่' สิงห์ทอง ให้ไปหาพรรคพวกจากต่างจังหวัดหลายชุด แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้ารับงาน เพราะเป็นบ้านคนใหญ่คนโต และไม่เชื่อว่าจะมีเงินในบ้านมากขนาดนั้น
แต่การที่หัวหน้าแก๊งปักใจปล้นไม่หวั่นไหว แผนการจึงเริ่มขึ้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา 'ไก่' ได้ทีมงานชุดหนึ่ง วางแผนปล้นวันที่ 12 พฤศจิกายน เนื่องจากหลังจากนี้ไป คงไม่ง่าย เพราะลูกสาวและลูกเขยของปลัดฯ สุพจน์จะย้ายมาอยู่ในบ้าน อาจขนย้ายเงินไปที่อื่น แต่ชุดที่รับงานระแวง กลัวถูกหักหลัง จึงบอกยกเลิก ซึ่ง 'โก้-ไก่' ได้หาทีมใหม่และลงมือจนสำเร็จ แล้วไปรวมตัวที่บ้านนายไก่ นำเงิน 15-20 ล้านบาทมาแบ่งกัน แล้วเอาเงิน 30-35 ล้านไปฝากกับ บุญสืบ ส่วนที่เหลือหอบไป สปป.ลาว
สำหรับความเคลื่อนไหวชายแดนไทย-ลาว พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ผบช.ภาค 4 ย้ำหลังจากลงพื้นที่ระยะหนึ่ง ได้ข้อมูลว่า 'โก้' เคยติดต่อกับชาวลาวชื่อ 'โม่ง' เป็นพ่อค้าที่ได้รับสัมปทานทำไม้ ส่งคนมารับนั่งเรือหนีเข้าไปใน สปป.ลาว พาไปหลบซ่อนตัวในพื้นที่บ้านท่าแขก ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามหาตัว 'โม่ง' เพื่อเชื่อมไปยัง 'โก้'
ผบช. ภาค 4 คาดว่า 'โก้' น่าจะนำเงินติดตัวไปด้วยประมาณ 1-2 แสนบาท แต่ก็มีความกังวัล หลังจากมีการยืนยันว่า 'โก้' มีภรรยาเป็นชาวเวียดนามด้วย กลัวว่าจะเดินทางออกจากลาวไปยังเวียดนาม
ท่ามกลางกระแสข่าว ระบุว่า ทีมสืบสวนนครบาลได้พบกับ 'เสี่ยโม่ง' พ่อค้าไม้ชาวลาวแล้ว แต่เสี่ยโม่งยืนยันว่า 'โก้' ได้หนีเตลิดไปแล้ว และไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน ทีมสืบสวนนครบาลจึงเร่งติดตามล่าตัวอย่างกระชั้นชิด
ทำให้เกิดกระแสข่าวลือว่า ทางการลาวจับตัว 'โก้' ได้แล้วนั้น พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ออกมาชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง (30 พ.ย.) โดยก่อนหน้านี้ได้ประสานไปยังตำรวจลาวในการจับกุมตัว เมื่อสืบทราบว่า 'โก้' ได้ไปหลบซ่อนตัวอยู่กับเพื่อนคนลาวคนหนึ่ง อาศัยอยู่ในแนวตะเข็บชายแดน แต่เมื่อเข้าไปถึงก็พบว่า 'โก้' ได้หลบหนีไปที่อื่นแล้ว แต่ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศลาว ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนคือ พงษ์ศักดิ์ และคำนวณนั้น จากแนวทางการสืบสวนทราบว่ายังหลบหนีอยู่ในป่าละอู ได้ส่งกำลังตำรวจไปเฝ้าติดตามอยู่ และมั่นใจว่าภายใน 1-2 วันจะได้รับข่าวดี
นั่นเท่ากับว่า 'กุญแจ' ดอกสำคัญ ก็ยังคงหาไม่เจอ และปล้นปริศนาครั้งนี้ ก็จะยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกต่อไป จนกว่าจะได้ตัว 'ไอ้โก้' นั่นเอง.



