ข่าว

บัวแก้วขอนิคารากัว-ยูเออีจับทักษิณแล้ว

บัวแก้วขอนิคารากัว-ยูเออีจับทักษิณแล้ว

04 พ.ค. 2552

"ปธ.วุฒิ"หนุนแก้รธน.อ้างเหตุใช้มากว่า 1 ปีแล้ว ส.ว.ประสานเสียงหนุน“ดิเรก”เหมาะนั่งปธ.กก.สมานฉันท์-แก้รธน. “สาย”แนะพธม.อย่าเพิ่งค้านแต่หัววัน ระบุต้องรับฟังความเห็นคนอื่นบ้าง ส่วน“สิริวัฒน์” ระบุ รธน.ต้องแก้ไขได้ วอนอย่ายืนกระต่ายขาเดียว ปชป.เชื่อทุกภาคส่ว

(4พ.ค.) นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวถึงกรณีที่อัยการสูงสุดส่งหนังสือมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้แจ้งขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อรัฐบาลนิคารากัว และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า  แม้จะไม่มีความตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน  แต่สามารถขอความร่วมมือไปได้ซึ่งก็ขึ้นกับความสมัครใจของเขาภายใต้หลักการต่างตอบแทนตามปกติ  เพราะหากจะรอการเจรจาเพื่อทำความตกลงต้องใช้เวลานาน   

 แหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งเรื่องดังกล่าวมายังกระทรวงตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้กระทรวงได้ยื่นเรื่องผ่านช่องทางทางการทูตให้กับประเทศทั้งสองแล้ว โดยคำร้องดังกล่าวเป็นคำร้องขอให้มีการจับกุมชั่วคราว แต่เนื่องจากไม่มีความตกลงเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันจึงขึ้นกับว่าประเทศทั้งสองจะดำเนินการให้ตามคำร้องขอหรือไม่ หากรอดูแล้วไม่มีคำตอบใดๆก็อาจต้องมีการสอบถามความคืบหน้าต่อไป

ปธ.วุฒิหนุนแก้รธน.อ้างใช้มากว่า1ปีแล้ว
 
ที่รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า อยากให้รอดูการทำงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ก่อนอย่าเพิ่งออกมาเคลื่อนไหวอะไร ซึ่งคณะกรรมการฯคงใช้ระยะเวลาในการศึกษาไม่นาน และยังไม่รู้ว่าจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งจะมีการแก้ไขในประเด็นใด ตนคิดว่าถึงเวลาที่ควรจะแก้ไข เพราะขณะนี้รัฐธรรมนูญได้ใช้มาเกิน 1 ปีแล้ว เมื่อเห็นข้อบกพร่องก็ควรจะแก้ไข อย่าเพิ่งไปติเรือทั้งโกลน ส่วนที่ส.ว.บางกลุ่มออกมาก็คัดค้านก็เช่นกัน อยากจะขอให้ฟังเหตุผลก่อน ความคิดเห็นทุกฝ่ายก็ต้องรับฟัง แต่ที่สุดก็ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ หากทุกคนคิดแบบนี้ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย อย่ามองในแง่ลบเกินไป

 เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายมองว่านายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เป็นคนของพรรคการเมือง นายประสพสุข กล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะดูจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลต่างบอกว่าคนนี้ใช้ได้ ท่านเป็น ส.ว.ไม่ใช่คนของพรรคการเมือง ต่อข้อถามว่ามีคนสงสัยว่ามีคนนามสกุลเดียวกับประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ร่วมอยู่ในคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด นายประสพสุข กล่าวว่า นายประสงค์ศักดิ์ บุญเดช กรรมการสมานฉันท์ฯ เป็นพี่ชายของตนจริง แต่ไม่ได้เสนอชื่อไป ทราบว่ามีกลุ่มส.ว.ภาคอีสาน เป็นคนเสนอ เนื่องจากนายประสงค์ศักดิ์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมีความคุ้นเคยกันดี ส่วนนายสมศักดิ์ บุญทอง ที่เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองนั้นนั้น ก็เป็นน้องชายของ นางสาวทัศนา บุญทอง ซึ่งเป็นรองอัยการสูงสุด

 นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยคัดค้านนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี เป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ ฯ ว่า ตนเห็นว่านายดิเรกมีความเหมาะสมเป็นประธานคณะกรรมการเพื่อความสมานฉันท์ฯ เพราะมีความเป็นกลางมีการวางตัวเป็นผู้ใหญ่ และไม่เคยแสดงตัวว่าเข้าข้างฝ่ายใด ซึ่งตนเห็นว่าควรให้โอกาสนายดิเรกได้ทำหน้าที่อีกทั้งคณะกรรมการชุดนี้เป็นเพียงคณะกรรมการเพื่อรวบรวมแนวทางในการพิจารณาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองเท่านั้น เพราะขั้นตอนสุดท้ายอยู่ที่สมาชิกรัฐสภาจะเป็นผู้พิจาณาและฟังเสียงของประชาชนอย่างกว้างขวางว่าเห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

 นายสิริวัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) นัดชุมใหญ่ในวันที่ 24 - 25 พ.ค. เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายสิริวัฒน์ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามเห็นว่าไม่ใช่การคัดค้านแต่เป็นการระดมความเห็นของกลุ่มพธม.ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าหากยืนกระต่ายขาเดียวไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นปัญหา เพราะหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วนำไปสู่ความสันติก็น่าจะยอมรับ อีกทั้งขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วและรัฐบาลเป็นผู้ริเริ่มให้มีการพิจาณาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ควรจะรับพิจารณา อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลา1ปี ที่ผ่านมา ส.ว.ส่วนใหญ่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา ที่ไม่เป็นธรรมต่อกระบวนการประชาธิปไตย

 นายสาย กังกะเวคิน ส.ว.ระยอง 1 ในกลุ่ม 40 ส.ว.กล่าวว่า ตนเห็นว่านายดิเรก มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดในการเป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพราะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่เลือกข้างไม่เลือกสีมีความเป็นกลาง อีกทั้งยังเป็นส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นบุคคลที่วุฒิสภาเห็นชอบให้เป็นตัวแทนของวุฒิสภา จึงไม่มีเหตุที่พรรคเพื่อไทยต้องคัดค้าน ส่วนกรณีที่แกนนำกลุ่มพธม.นัดชุมนุมใหญ่ เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตนเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาในการชุมนุม เนื่องจากต้องรอพิจารณาก่อนว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหากแก้จะแก้ไขมาตราใดบ้าง อีกทั้งรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้หากแก้ไขแล้วไม่เป็นประโยชน์เพื่อบุคคลใดหรือกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง อีกทั้งหากมีการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญจริงทางรัฐสภาก็ต้องสอบถามความคิดเห็นของประชาชนไม่ใช่ว่าจะแก้ไขได้ทันทีเพียงคนไม่กี่คน ต้องมีการทำประชามติถามประชาชนทั่วประเทศ

 “ผมเห็นว่ากลุ่มพธม.ไม่ควรออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่หัววัน ควรรอดูก่อนว่าจะมีการเสนอแก้ไขมาตราใดบ้าง กลุ่มพธม.ควรอยู่นิ่งๆก่อนหากเคลื่อนไหวเวลานี้ กลุ่มพธม.เองที่จะเสียความนิยม อีกทั้งหากนัดชุมนุมจริงก็ไม่ควรชุมนุมปิดทางตันควรพบกันครึ่งทางเพราะบางข้อก็เห็นว่าควรมีการแก้ไข เช่นมาตรา 237 ที่เกี่ยวกับความผิดให้ยุบพรรคการเมือง เนื่องจากไม่ยุติธรรมกับสมาชิกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าจะรับฟังกันได้ เพราะส่วนใหญ่ขณะนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา” นายสาย กล่าว

 นายสาย กล่าวอีกว่า ตนเรียกร้องให้ทุกกลุ่มมีสติรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การสมานฉันท์จะเกิดขึ้นได้ในประเทศต้องมีการฟังเขาฟังเราไม่ใช่ปิดกั้นความเห็นผู้อื่นหรือปิดประตูตายไม่รับฟังใครๆ อย่างไรก็ตามหากประเทศไทยหาทางออกไม่ได้จริงๆ ตนขอเสนอแนะให้ทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชนว่าควรแก้ไขมาตราใดบ้างแล้วให้ทั้งสามฝ่ายดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามประชามติซึ่งอาจใช้เวลามาก

"เทพไท”จวก“พท.”เล่นกับศพพลทหารไม่เลิก

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า มีชิ้นส่วนอวัยวะที่เปรียบเหมือนกล่องดำของศพ พลทหารอภินพ เครือสุข หายไป ว่า ไม่เข้าใจเจตนาของสมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่ามีการกุข่าวนี้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร ทำไมเรื่องของศพพลทหารคนหนึ่งที่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนแล้วว่าเป็นการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และมีการพิสูจน์โดยคณะแพทย์มาแล้วถึง 2 ชุด แต่คนของพรรคเพื่อไทยกลับไม่ยอมเชื่อและยุติ

เชื่อทุกภาคส่วนหนุน“โครงการหยุดทำร้ายประเทศไทย"

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการ “หยุดทำร้ายประเทศไทย” ว่า รู้สึกทำให้สังคมไทยมีความหวังมากยิ่งขึ้น ที่มีพลังเงียบออกมาแสดงตัวตนและท่าทีทางการเมืองให้หลายฝ่ายได้รับรู้ ตนเชื่อว่าทุกภาคส่วนต้องสนับสนุน เพราะประเทศไทยบอบช้ำมามาก แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการแก้ปัญหา และจุดยืนของนายกรัฐมนตรี ที่อยากจะเห็นบ้านเมืองสงบ การเมืองหยุดนิ่ง อยากจะให้ปัญหาทางการเมืองแก้ไขด้วยวิธีทางการเมือง และอยากจะให้การเมืองที่อยู่บนท้องถนน เข้าสู่ระบบรัฐสภา ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนให้ประธานสภาฯ แต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด ก็ถือว่าเป็นกระบวนการหนึ่งของนายกฯที่สนับสนุนการหยุดทำร้ายประเทศไทย

 โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวไม่ควรให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ขับเคลื่อน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและมีส่วนในการสร้างความขัดแย้งและรุนแรง ต้องหยุดการกระทำดังกล่าว และกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมือง นักการเมือง และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชน

 “เราอยากจะให้ทุกฝ่าย ตระหนักและผลักดันให้โครงการนี้เป็นจริงในทางปฏิบัติ เพราะถ้าโครงการนี้ล้มเหลว ก็จะเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของกลุ่มคนที่มีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมือง สำหรับโครงการดังกล่าวได้ผ่านการนำเสนอของสื่อในหลายรูปแบบ ซึ่งเชื่อว่าคนทั้งประเทศน่าจะรับรู้และรับทราบว่าประเทศชาติต้องการอะไร แต่ไม่แน่ใจว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้คนที่อยู่แดนไกลถึงนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรต ได้รับรู้หรือไม่ เพราะบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการทำร้ายประเทศชาติ เชื่อว่าถ้าบุคคลดังกล่าว ยุติพฤติกรรมทำร้ายประเทศชาติแล้ว ก็เชื่อว่าลิ่วล้อคนอื่นๆ ก็คงจะปฏิบัติตามด้วย” นายเทพไท กล่าว

 นายเทพไท กล่าวว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาจจะมีภารกิจอื่นที่สำคัญกว่า จึงไม่สามารถเดินทางไปดูไบได้นั้น ไม่เกี่ยวกับการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พำนักอยู่ที่นั่น เพราะถ้าหากนายกรัฐมนตรีมีโอกาสไปราชการที่ดูไบจริง ก็คงจะมีโอกาสประสานงานและพูดคุย เกี่ยวกับการนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณมาลงโทษตามกฎหมายไทยได้ และจะได้อธิบายข้อกฎหมายของประเทศไทยให้รัฐบาลดูไบได้รับทราบ และเข้าใจ

"จตุพร"จวกรัฐบาลฉวยโอกาสหาประโยชน์

 นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวการจัดกิจกรรมรณรงค์ "หยุดทำร้ายประเทศไทย"ว่า การเคลื่อนไหวของเครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยเป็นสิ่งที่ดีและคนที่ริเริ่มทำเรื่องนี้ก็ได้รับความน่าเชื่อถือจากสังคนและคนเสื้อแดงตลอดมา แต่ขณะนี้รัฐบาลกำลังหยิบฉวยการเคลื่อนไหวเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ โดยมีกลไกของกระทรวงมหาดไทยเข้าไปสวมรอย

มณฑลทหารบกที่42จัดกิจกรรม"หยุดทำร้ายประเทศไทย"

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2552 ที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม "หยุดทำร้ายประเทศไทย" ขึ้น ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก โดยมี พันเอกสัญญา ไอยรารัตน์ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 42 เป็นประธาน