
'วีรพงษ์'ทัวร์นอกยันนักลงทุนไม่หนีไทย
"วีรพงษ์"ฟุ้งเดินสายอังกฤษเเละญี่ปุ่น ยันไม่มีนักลงทุนประเทศไหนหนีน้ำท่วมจากเมืองไทย ลั่นหลังจากนี้ต้องเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน และใช้นักท่องเที่ยวเป็นกระบอกเสียง ระบุจะต้องกู้อยุธยาเป็นจุดเเรกเพื่อเรียกความมั่นใจ ไม่หวั่นการเมืองจะทำให้งานสะดุด หากเก
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 1 ธ.ค.2554 นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ให้สัมภาษณ์หลังกลับจากการเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนหลังจากประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยว่า หลังจากตนเดินทางไปอังกฤษเพื่อพบบริษัทรับประกันภัย ตนก็ไปญี่ปุ่นกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ได้พบนายกฯและรมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งรมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ซึ่งญี่ปุ่นยืนยันว่าจะลงทุนในไทยต่อไปและจะสนับสนุนโครงการต่างๆในมาตรการป้องกันน้ำท่วมในระยะสั้น และระยะยาวจากหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่น คือ ไจกา เจบิก กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงที่ดูแลสถาบันการเงินที่ดูแลบริษัทประกันภัยจะสนับสนุน รัฐมนตรีญี่ปุ่นคนหนึ่งสั่งเลขานุการไปแจ้งบริษัทประกันภัยญี่ปุ่นว่าต้องสนับสนุนไทยเพราะเป็นฐานการผลิตสำคัญนอกประเทศที่สำคัญสุด
นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเล่าให้ตนฟังว่าไทยเป็นฐานอุตสาหกรรมการส่งออกของญี่ปุ่นที่สำคัญสุด วิกฤตน้ำท่วมในไทยมีผลกระทบกับห่วงโซ่การผลิตของญี่ปุ่นและส่งผลไปทั่วโลก ซึ่งฮาร์ดดิสก์ที่ใช้กันทั่วโลกผลิตที่จ.อยุธยากว่าร้อยละหกสิบ เหตุนี้จึงเกิดผลกระทบกับอุตหกรรมทั่วโลก ทั้งนี้ญี่ปุ่นคิดว่าจะอยู่ในไทยต่อไป ส่วนจ.อยุธยาที่น้ำท่วมนั้น ญี่ปุ่นกังวลว่าสินค้าที่ผลิตจากจ.อยุธยานั้น คนจะกลัว ฉะนั้นการกู้ชื่อเสียงจ.อยุธยาที่เป็นฐานผลิตชิ้นส่วนอีเล็กทรอนิกส์สำคัญของโลก ตนได้รับปากว่าจะกู้ชื่อเสียงจ.อยุธยา ซึ่งเป็นฐานผลิตสำคัญของโลกด้านนี้ให้ได้
“อุตสาหกรรมนี้ผมว่าทำไมต้องอยู่ที่จ.อยุธยา และไม่ย้ายไปที่อื่น ญี่ปุ่นบอกว่าที่นี่น้ำมีคุณภาพพิเศษ อุตสาหกรรมนี้ใช้น้ำมาก และไม่ใช่จะไปอยู่ที่ใดในเมืองไทยได้ บริษัทต่างๆมีความลับทางเทคนิคการผลิตของตัวเอง จ.อยุธยาจึงเป็นพื้นที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และฮาร์ดดิสก์ จึงจะอยู่ต่อและร่วมมือกับผมที่จะกู้นิคมฯ ที่จมน้ำย่านชานเมืองและกทม. ส่วนกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นบอกว่าจะร่วมมือเต็มที่ผ่านไจกา โดยไจกาศึกษาระบบน้ำของไทยทั่วประเทศมานานแล้วตามคำร้องขอของรัฐบาลไทยฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องใหม่ของไจกาเลย ไจกาก็ยินดีร่วมมือ นายกิตติรัตน์จึงขอให้ไจกาเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.)ที่นายกิตติรัตน์เป็นประธาน”นายวีรพงษ์กล่าวและว่าตนยังได้พบกับองค์กรสำคัญต่างๆของญี่ปุ่นเช่นสภาการค้าและสภาอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น โดยแกนนำองค์กรนี้ได้มาคุยเรื่องการป้องกันน้ำท่วม โดยตนชี้แจงแนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวให้ทราบ ทั้งนี้ญี่ปุ่นสอบถามว่ารัฐบาลไทยพร้อมด้านการเงินที่จะดำเนินการเรื่องนี้เพียงใด ผมตอบไปว่าไทยในตอนนี้พัฒนามาเป็นประเทศกึ่งพัฒนาแล้ว และมีกำลังทางการเงินที่แข็งแรงพอ โดยเกินดุลการค้าและเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมาตลอดสิบสองปี มีฐานะกทางการคลังที่มั่นคง หนี้สาธารณะต่อจีดีพีมีร้อยละสี่สิบ โดยครึ่งหนึ่งเป็นหนี้ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน ซึ่งไม่ใช่หนี้ของรัฐบาล โดยตรงนี้จะต้องจัดรูปแบบใหม่ ฉะนั้นวินัยทางการคลังไม่มีสิ่งน่าห่วง เพราะอยู่ในกรอบที่ลงทุนได้ " นายวีระพงษ์ กล่าว
นายวีรพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนยังพบประธานของสี่หน่วยงานสำคัญญี่ปุ่น เช่น ไจกา เจบิก เจโทร และหอการค้าฯของญี่ปุ่น ตนชี้แจงให้ญี่ปุ่นมั่นใจว่าจะลงทุนและขยายกิจการในไทยได้ โดยตนชี้แจ้งแผนการไปแล้ว และแจ้งไปว่าไจกาจะมีบทบาทสำคัญที่จะให้คำแนะนำทางเทคนิค เพราะไจกาได้ศึกษาเรื่องนี้ไว้แล้ว จึงทำให้เกิดความมั่นใจของญี่ปุ่น เพราะไทยได้หารือกับไจกาไว้แล้ว ทั้งนี้ตนยังพบประธานบริษัทประกันภัยสามแห่งที่ใหญ่สุดในญี่ปุ่นเช่น มิตซุยซูมิโตโม , โตเกียวมารีน , ซัมโป สามบริษัทนี้พูดว่าดีใจที่ตนไปอังกฤษ และชี้แจงกับบริษัทรอยส์ ออฟลอนดอน ซึ่งสนับสนุนและยืนยันว่าจะคงธุรกิจในไทยต่อไปและบอกว่าไม่ต้องกังวล เพราะไทยมีประสบการณ์นี้น้อยกว่า ทางญี่ปุ่นทราบเรื่องแล้วจึงเบาใจไปครึ่งแล้วว่าตนไปปลายทางแล้วค่อยมาญี่ปุ่น โดยสามบริษัทนี้ยืนยันว่าจะทำธุรกิจในไทยต่อไป
“ญี่ปุ่นกังวลและถามผมคือมีเงินและความรู้แก้ปัญหานี้หรือไม่ ผมตอบไปว่าเรามีทั้งความรู้และเงิน เหลือเพียงความตั้งใจและประสานงานในด้านต่างๆ ผมบอกไปอีกว่าไทยนั้นไม่ได้มีปัญหาน้ำท่วมมาก แต่หน่วยงานมีหน้าที่หาและกักเก็บน้ำไว้ให้ประชาชนและเกษตรกรไว้ใช้ มีทัศนคติที่มุ่งไปยังหาและกักเก็บน้ำ โดยไม่มีความเชี่ยวชาญด้านระบายน้ำ เมื่อภูมิอากาศโลกเปลี่ยนไปโดยเป็นที่ยอมรับกัน เราต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ในด้านบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่หาและเก็บน้ำอย่างเดียว ” นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ กล่าวต่อว่า การต่อสัญญาประกันในปีต่อๆไป ปีแรกอาจติดขัดบ้างแต่ปีต่อไปจะสะดวก แต่ราคาเบี้ยประกันภัยนั้นเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกันเป็นรายๆไปว่าจะปรับเบี้ยประกันขึ้นเท่าใด ยืนยันว่าจะไม่มีบริษัทประกันภัยของต่างประเทศถอนตัวจากไทยเว้นแต่ฝรั่งเศสเพียงหนึ่งบริษัทเท่านั้น และแต่เดิมนั้นจะมีการทำประกันภัยในก้อนเดียวกัน จากนี้จะมีการแยกทำประกันอุทกภัยออกมา คือ เจรจาเฉพาะการประกันตรงนี้ มันจะง่าย ส่วนประกันด้านอื่นๆจะคงไว้เช่นเดิม
“จากนั้นผมไปพบนสพ.นิคเคอิกชินบุน และสำนักข่าวบลูมเบิร์ก โดยตนระบุไปตามที่กล่าวไว้ข้างต้นและน่าจะเป็นข่าวออกไปทั่วโลกแล้ว ว่ารัฐบาลไทยให้ความมั่นใจและเอาใจใส่ด้านการประกันภัย จากนี้ตนต้องคุมงานที่ให้คำสัญญาว่าจะซ่อม สร้าง เสริมในสิ่งที่มีอยู่แล้ว”นายวีรพงษ์กล่าว และว่าในบ่ายวันนี้เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทยเพิ่งมาพบกับผมและหารือเรื่องน้ำ โดยเนเธอร์แลนด์มีความรู้เรื่องน้ำมาก และรัฐบาลเนเธอร์แลนด์พร้อมเปิดสายยี่สิบสี่ชั่วโมงเพื่อแสดงยินดีที่จะช่วยเหลือไทยทางกำลังคน เทคนิค และยังเห็นพ้องแนวทางการปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกับแนวทางที่ไจกาศึกษาไว้แล้ว เพราะถูกต้อง สมเหตุผล ผมกล่าวขอบคุณและยินดีรับความช่วยเหลือทางความคิด และโอกาสจากมิตรประเทศ เพราะนานๆครั้งไทยจะมีประสบการณ์แบบนี้ขึ้น
นายวีรพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือเรียกนักท่องเที่ยวให้กลับไทยดังเดิม เพราะเป็นกระบอกเสียงสำคัญแบบปากต่อปาก เป้าหมายที่เล็งไว้คือดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวกทม.และอยุธยาเท่าเดิม ไม่ได้หวังเพียงเงิน แต่ต้องการให้เป็นกระบอกเสียงสร้างความมั่นใจให้โลกและนักลงทุนทราบว่า ไทยมีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาของตัวเอง โดยตนต้องไปปรึกษากับกระทรวงท่องเที่ยวและททท.ก่อนเพื่อวางแผนการใช้งบประมาณในเร็วๆนี้ ขอย้ำว่าททท.นั้นเก่ง และต้องให้รู้เป้าหมายแรกของตนด้วย ขอย้ำว่าททท.นั้นทำงานนี้มานานแต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบใหม่ เพราะสถานการณ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว มันต้องดูว่านักท่องเที่ยวกลัวสิ่งใดและทำอย่างไรจะดึงกลับมาได้
เมื่อถามว่าจ.อยุธยานั้นจะมีแผนระยะสั้นให้เกิดเป็นรูปธรรมด้านท่องเที่ยวและอุตสหกรรม นายวีรพงษ์ กล่าวว่า การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมในปีหน้า รวมทั้งบูรณะฟื้นฟูให้กลับมาดั่งเดิม โดยตนต้องประสานกับหลายฝ่าย เมื่อถามว่าจะสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องนี้อย่างไร นายวีรพงษ์ กล่าวว่า ตนต้องหารือกับผู้รู้ที่ทำงานด้านนี้ โดยมีนโยบายว่าจะลบภาพความเสียหายของจ.อยุธยาได้อย่างไร เพราะญี่ปุ่นแนะนำว่าเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมในจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่น ประชาชนไม่สั่งสินค้าเพราะเกรงว่าจะไม่ได้สินค้าเพราะจัดส่งไม่ได้ ตรงนี้ชื่อเสียงจึงติดลบ สิ่งแรกที่ต้องทำคือกู้ชื่อจ.อยุธยาให้ออกจากจินตนาการของนักธุรกิจทั่วโลก จากนั้นลบภาพนี้จากความคิดของนักท่องเที่ยวและบริษัทนำเที่ยว ตนคิดว่าต้องดึงนักท่องเที่ยวกลับมาเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ไทย เมื่อถามว่าการเมืองในไทยจะทำให้การทำงานชะงักหรือไม่ นายวีรพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่สนใจ หากการเมืองมีปัญหาตนจะฟ้องสื่อมวลชน
เมื่อถามว่าภารกิจที่รับไว้นี้จะหนักเกินไปหรือไม่ นายวีรพงษ์ กล่าวว่า” หนัก แต่ต้องทำและพยายาม เปรียบเทียบว่าเรียนหนังสือนั้นได้ร้อยละเจ็ดสิบห้าก็ได้เกียรตินิยมแล้ว ไม่มีใครได้เต็มร้อยหรอก”



