ข่าว

สภาทนายแนะถ่ายรูปก่อนล้างเก็บฟ้องรัฐ

สภาทนายแนะถ่ายรูปก่อนล้างเก็บฟ้องรัฐ

01 ธ.ค. 2554

ปธ.กก.ช่วยเหลือกฎหมายปปช. ประสบอุทกภัย ปี 54 สภาทนายความ” ระบุ มี ผู้ประสบภัยโทรขอคำปรึกษาเฉลี่ยวันละ 60 สาย ขณะที่สภาทนาย รอรวบรวมข้อเท็จจริง ช่วยเดินเรื่องหน่วยงานรับผิดความเสียหาย พร้อมแนะ ถ่ายรูปเก็บรายละเอียดก่อนทำความสะอาดหลังน้ำลดเพื่อใช้ส

                 1ธ.ค.2554 นายเกรียงศักดิ์  วรมงคลชัย อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการและรองโฆษกสภาทนายความ ในฐานะประธานคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ปี 2554 ของสภาทนายความ เปิดเผยว่า สภาทนายความได้รับการร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายกับผู้ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจำนวนผู้ขอรับคำปรึกษาทางโทรศัพท์ที่มีเฉลี่ยวันละ 50-60 สาย ซึ่งขณะนี้สภาทนายความกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ของเหตุการณ์เกิดอุทกภัยในครั้งนี้เพื่อนำมาประมวลประกอบการพิจารณาถึงข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่บุคคลหรือหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าจะต้องรับผิดแล้วจะรับผิดอย่างไรบ้าง โดยจะดำเนินการภายหลังน้ำลด

                 นายเกรียงศักดิ์   ยังกล่าวอีกว่า หลักฐานภาพถ่ายเกี่ยวกับความเสียหายมีความจำเป็นยิ่งในการใช้สิทธิตามกฎหมาย จึงขอแนะนำว่าประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมรายใดไม่ได้ถ่ายภาพขณะน้ำท่วม หรือกำลังเข้าไปทำความสะอาดบ้านควรถ่ายภาพความเสียหายของทรัพย์สิน เสียก่อน เช่น สภาพน้ำท่วมหลังน้ำลด สภาพทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งภาพถ่ายและหลักฐานอื่นประกอบจะทำให้สามารถประเมินความเสียหาย ในการเรียกร้องค่าเสียหายและการเยียวยาจากภาครัฐได้ง่ายขึ้น
   
                 อย่างไรก็ดีนายเกรียงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า แม้ว่าในกรณีที่รัฐได้มีการเยียวยาผู้ได้รับผลความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยนั้น ก็ไม่เป็นการตัดสิทธิของประชาชนผู้ที่ได้รับความเสียหายในการใช้สิทธิทางกฎหมายตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด

 


กทม.ชะลอ4โครงการผันงบใช้ฟื้นฟูน้ำท่วม



                นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ทบทวนโครงการติดตั้งระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร วงเงิน 460 ล้านบาท รวมถึง โครงการใบสั่งออนไลน์ โครงการสกายวอร์ค และโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด(ซีซีทีวี) โดยเห็นควรให้ชะลอโครงการต่างๆ ดังกล่าวออกไปก่อน เพื่อนำเงินงบประมาณไปใช้ในกิจกรรมการฟื้นฟู เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความเร่งด่วนมากกว่า
   
                ขณะเดียวกันยังได้มอบหมายให้สำนักการจราจรและขนส่งพิจารณาขยายเวลาการงดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง ไปจนถึงช่วงสงกรานต์ปี 2555 เพื่อช่วยประชาชนลดภาระค่าเดินทาง นอกจากนี้ได้สั่งการให้สำนักการคลัง กทม. ซึ่งดูแลกองโรงงานช่างกล เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และสถานที่ เพื่อรองรับการซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม และยังได้สั่งการให้สถานธนานุบาล กทม. ปรับลดดอกเบี้ยรับจำนำให้แก่ประชาชนที่ต้องการนำเงินไปซ่อมแซมบ้าน รถ หรือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจาก น้ำท่วมอีกด้วย
   
                ทั้งนี้จากการที่กทม.ได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟู เยียวยา ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 โดยแบ่งแผนออกเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำแผนปฏิบัติการในส่วนแผนระยะสั้นเพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ประสบภัยในกรุงเทพฯเป็นการเร่งด่วน โดยให้กำหนดกิจกรรมที่จะลงไปสู่ประชาชนอย่างชัดเจน และให้พิจารณาโครงการต่าง ๆ ที่สามารถชะลอได้เพื่อนำเงินไปใช้ในกิจกรรมฟื้นฟู เยียวยา ซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนก่อนเช่นกัน




โซนี่จ่อย้ายการผลิตหนีนิคมในอยุธา



                 นายสมพงษ์ เจริญวงษา ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท โซนี่ ที่ตั้งฐานการผลิตอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค(บ้านหว้า) อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา  โดยผลิตกล้องถ่ายรูป มีขนาดและกำลังการผลิตใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนน้ำท่วม ทางบริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิต โดยสั่งเครื่องจักรเข้ามาเพื่อเตรียมติดตั้ง และมีเป้าหมายที่จะรับพนักงานเพิ่มอีกกว่า 10,000 อัตรา  แต่เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมทุกอย่างต้องหยุดไว้ทั้งหมด เนื่องจากเครื่องจักรเสียหาย

                 ที่ผ่านมาผู้บริหารของโซนี่ ในประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย มีการหารือถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น และสอบถามไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตลอดเวลาว่า แผนจัดการและการป้องกันน้ำท่วมของนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้าไฮเทคในปีต่อไปเป็นอย่างไร แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้ ซึ่งหากเทียบกับสวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย มีการให้ความมั่นใจที่ชัดเจน   เพรามีการทำแนวป้องกันน้ำท่วมแบบคอนกรีต และเสริมด้วยแนวป้องกันคันดินอีก 1 ชั้น จึงทำให้กลุ่มผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ เชื่อมั่นและลงทุนต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทที่ผลิตรถยนต์ ยืนยันที่จะเข้ามาตั้งบริษัทผลิตรถยนต์เพิ่ม ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เฟสใหม่ด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนต่างเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติของสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งต่างจากนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค(บ้านหว้า)  จากเหตุผลข้างต้นทำให้ลังเลต่อแผนการลงทุนต่างๆในจ.พระนครศรีอยุธยา และมีความเป็นไปได้ ที่จะย้ายฐานการลงทุน ไปยังพื้นที่อื่น ที่ให้ความมั่นใจได้มากกว่า

                 "เราอาจจะใช้อยุธยา เป็นสถานที่เก็บสินค้าเพียงอย่างเดียว ส่วนการผลิตจะย้ายไปพื้นที่อื่น  ที่เราจะมั่นใจได้มากกว่านี้ " นายสมพงษ์ กล่าว