
บัตรเครดิตพลังงาน
จับกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : บัตรเครดิตพลังงาน โดย...ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected]
จากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา เรื่องบัตรเครดิตพลังงานได้ถูกบรรจุไว้เป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ ล่าสุดกระทรวงพลังงานได้มีความร่วมมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในการดำเนินโครงการ "บัตรเครดิตพลังงาน" โดยอันที่จริงแล้ว โครงการนี้ในเบื้องต้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ รถสามล้อ และรถตู้ร่วม ขสมก. ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะต้องมีการทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวีตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
โครงการดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หรือเอ็นจีวี เพื่อเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในภาคคมนาคมขนส่ง ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศในการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่สามารถจัดหาได้จากแหล่งภายในประเทศ ลดภาระการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ รวมทั้งก๊าซธรรมชาติยังเป็นพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกด้วย
แต่เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน โครงการดังกล่าวจึงได้ประโยชน์ถึงสองต่อ กล่าวคือ ส่วนแรกเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่มีการปรับราคาจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวี และส่วนที่สอง ยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น
การดำเนินโครงการบัตรเครดิตพลังงานเอ็นจีวี ด้วยการจัดทำบัตรเครดิตพลังงานเอ็นจีวีให้แก่กลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่ รถสามล้อ และรถตู้ร่วม ขสมก. ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีจำนวนรวมกันประมาณ 65,500 คัน และมีจำนวนผู้ขับขี่รถสาธารณะประมาณ 1.3 แสนคน ด้วยการให้วงเงินเครดิตสำหรับชำระค่าก๊าซแทนเงินสดจำนวน 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน และสิทธิส่วนลดราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวีในอัตรา 50 สตางค์ถึง 2 บาท แล้วแต่ช่วงเวลา แต่สามารถใช้วงเงินส่วนลดได้ไม่เกินมูลค่ายอดการซื้อก๊าซ 6,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นเงินทุนที่มากพอสำหรับพี่น้องที่ประกอบอาชีพรถรับจ้างสาธารณะจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
การดำเนินโครงการดังกล่าวในมุมมองด้านเศรษฐศาสตร์ถือว่าเป็นการช่วยเหลือที่มีการระบุเป้าหมายที่ชัดเจน ให้การอุดหนุนที่มีการคัดเลือกกลุ่ม (Target Subsidy) ไม่ใช่เป็นการให้การอุดหนุนที่เหวี่ยงแห ซึ่งทำให้ประโยชน์ไม่ได้ตกแก่กลุ่มผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง มองว่านโยบายดังกล่าวมีผลดีในการสร้างพลวัตรในการเพิ่มรายได้ในกระเป๋าของประชาชนและช่วยให้กระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะซบเซา เนื่องจากประชาชนมีแนวโน้มเป็นหนี้เพิ่มขึ้นหลังน้ำลด
แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ เรื่องการบริหารจัดการที่จะคัดเลือกกลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่ขับขี่รถสาธารณะที่มีความรับผิดชอบในการใช้หนี้ เพราะหัวใจของความยั่งยืนของโครงการอยู่ที่การสร้างวินัยในการใช้จ่ายให้พี่น้องเหล่านั้น รู้จักหา รู้จักเก็บและรู้จักใช้หนี้ หากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จ เชื่อว่าในอนาคตพี่น้องเหล่านี้คงได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเราคงจะได้เห็นโครงการที่เป็นประโยชน์ในการสร้างอาชีพและหลักประกันในชีวิตแบบนี้ขยายไปในรูปแบบอื่นอีกในอนาคต
----------------------
(จับกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : บัตรเครดิตพลังงาน โดย...ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) [email protected])



