ข่าว

ยธ.หวั่นน้ำท่วมชนวนขัดแย้ง'รัฐ-ชาวบ้าน'

ยธ.หวั่นน้ำท่วมชนวนขัดแย้ง'รัฐ-ชาวบ้าน'

01 ธ.ค. 2554

“พิทยา”หวั่นวิกฤติน้ำท่วมกรุงชนวนขัดแย้งรัฐ-ชาวบ้าน นัดชาวชุมชนแจ้งวัฒนะ 14 และคลองพระยาสุเรนทร์ รวมทั้งตัวแทนศปภ.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถกสถานการณ์ 2 ธ.ค.ที่กรมคุ้มครองสิทธิ กรมทรัพยากรน้ำสนับสนุนศปภ.แก้ไขปัญหาอุทกภัย สรุปสถานการณ์อุทกภัยภ

             ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  วันที่  1 ธ.ค.นายพิทยา จินาวัฒน์  อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรมคุ้มครองสิทธิฯจัดประชุมเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางลดความขัดแย้งของชุมชนที่ประสบอุทกภัย หลังพบว่าหลายชุมชนเกิดความขัดแย้งอย่างหนักจนต้องออกมารวมตัวประท้วงความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ กรมคุ้มครองสิทธิฯจึงจำเป็นต้องจัดเวทีเพื่อให้ทุกฝ่ายได้สะท้อนถึงข้อบกพร่องเพื่อกำหนดเป็นแนวทางการแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น โดยจะเชิญตัวแทนจากทั้งภาครัฐเช่น ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) กรุงเทพมหานคร(กทม.) กระทรวงมหาดไทย กรมคุ้มครองผู้เอาประกันภัย กรรมการสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ ผู้นำชุมชน อาสาสมัครคุ้มครองสิทธิฯ และตัวแทนชุมชนที่เกิดความขัดแย้ง เบื้องต้นได้เชิญตัวแทนประชาชนย่านแจ้งวัฒนะโดยเฉพาะซอย 14 และประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ร่วมระดมความเห็นและกำหนดแนวทางแก้ไขเพื่อนำเสนอต่อศปภ. นำไปปฏิบัติได้ทันที
   
               นายพิทยา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะมีการหารือเพื่อกำหนดแนวทางลดความขัดแย้งของชุมชนเรื่องปัญหาน้ำท่วม แต่จะได้นำความคิดเห็นไปเป็นบทเรียนในการแก้ไขความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในครั้งต่อไป เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งของชุมชนก็คือการขาดความเข้าใจระหว่างประชาชนที่มีหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกรณีที่บางชุมชนไม่ได้รับคำชี้แจงถึงสถานการณ์ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องทนเป็นพื้นที่รับน้ำ โดยไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสมจากภาครัฐ  ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ( 2 ธ.ค.) เวลา 09.30 น.จะมีการหารือกับหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง


กรมทรัพยากรน้ำสนับสนุนศปภ.แก้ไขปัญหาอุทกภัย

   
               ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) : แจ้งว่า กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การสนับสนุน ศปภ.แก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและระบายน้ำลงสู่ทะเล ซึ่งได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากกระทรวงมหาดไทย 196 เครื่อง ติดตั้งและสูบระบายน้ำลงทะเลด้านตะวันตกผ่านแม่น้ำท่าจีนเป็นหลักและเสริมในด้านตะวันออกบางจุด ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2554 ถึง 30 พฤศจิกายน 2554 รวมสูบได้19,213,415 ลบ.ม. รวมทั้งได้บริการน้ำดื่มจากเครื่องผลิตน้ำดื่ม โดยดำเนินการติดตั้ง จำนวน 8 เครื่อง บริเวณที่ติดตั้งจำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย กรมทรัพยากรน้ำ จำนวน 2 เครื่อง พื้นที่คลองทวีวัฒนา เรือนจำกลางคลองเปรม และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ บ้านข้าวงาม ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ตลาดโรงเกลือ ต.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร แห่งละ 1 เครื่อง มีประชาชนมารับน้ำ 62,405 คน แจกจ่าย Dasta Ball เพื่อการบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ประสบอุทกภัยให้จังหวัดและประชาชนทั่วไป รวมทั้งสิ้นจำนวน3,582,012 ลูก และได้แจกจ่ายน้ำหมักชีวภาพ รวมทั้งสิ้นจำนวน 202,739 ขวด


สรุปสถานการณ์อุทกภัยภาคกลางและกทม.



               ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แจ้งว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2554 ว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์ และปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างลดลงเช่น จังหวัด พิจิตร สถานการณ์น้ำกลับเข้าสุ่ภาวะปกติ แต่ในบางพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขังจากน้ำค้างทุ่ง

               น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 782 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 904 ลบ.ม./วินาที) ลดลงจากเมื่อวาน 122 ลบ.ม./วินาที อัตราการไหลผ่านสถานีบางไทรเฉลี่ย 1,981 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 2,050 ลบ.ม./วินาที) เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 69 ลบ.ม./วินาที ปริมาณดังกล่าวจะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มภาคกลางตอนล่างดีขึ้นและบางพื้นที่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ


การรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งการเดินรถในช่วงสถานการณ์อุทกภัย


               ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) : แจ้งว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งเส้นทางรถไฟที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ได้แก่ สายเหนือดอนเมือง-รังสิต รังสิต-เชียงราก สายใต้ ศาลายา-วัดสุวรรณ วัดสุวรรณ-วัดงิ้วราย ชุมทางหนองปลาดุก-สุพรรณบุรี

               ส่วนขบวนรถที่มีเดินและงดเดิน ได้แก่สายเหนือ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 11/10 (กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ) ขบวนรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ เปลี่ยนเดินรถในเส้นทาง กรุงเทพ-มักกะสัน-ชุมทางฉะเชิงเทรา-ชุมทางคลองสิบเก้า-ชุมทางแก่งคอย ตลอดปลายทาง (มีเดิน 8 ขบวน 21/22/135/136/139/140/143/144) งดเดินขบวนรถเร็วที่ 141/142 (กรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ) ขบวนรถธรรมดาที่ 233/234 (กรุงเทพ-สุรินทร์-กรุงเทพ)

               สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย Call Center สายด่วน 1690  
 

กยน.ขอเวลาศึกษาแผนปรับผังเมืองแก้น้ำท่วม   

               ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า การทำงานจะเน้นความสำคัญด้านการบริหารจัดการ
   
               น้ำทั้งระบบ ซึ่งแผนแก้ไขน้ำในระยะสั้น จะขุดลอกคูคลอง และปรับปรุงเครื่องสูบน้ำให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งจะเร่งซ่อมแซมบ้านเรือน ซึ่งจะเริ่มส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภายใน 1 - 2 เดือนนี้ โดยจะให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. - มิ.ย. 2555 ทั้งนี้ ยังไม่เน้นการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากมีเพียงพออยู่แล้ว แต่จะเน้นการปรับปรุงและซ่อมแซมให้มีความพร้อมต่อการใช้งาน ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องวางแผนรับมือไว้ที่ร้อยละ 30 ซึ่งขณะนี้มีการวางแผนรับมือเพียงร้อยละ 10 - 20 เท่านั้น
   
               อย่างไรก็ตาม การปรับผังเมืองใหม่นั้น ต้องใช้เวลาในการศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 - 2 ปี